โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เตือนแล้วนะ! ผลไม้ ขึ้นชื่อราชินีแห่งวิตามินซี แต่เป็น คน 4 กลุ่มนี้ คือสิ่งต้องห้ามกิน

News In Thailand

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • oum
ฝรั่ง ในภาษาไทยมีความหมายหลัก 2 อย่าง คือ คำที่ใช้เรียกชาวตะวันตกหรือคนผิวขาวโดยรวม และชื่อผลไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งคำว่าฝรั่งเรียกคน สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า Frank (ชาวแฟรงค์/ฝรั่งเศส) หรือ Farang ในภาษาเปอร์เซียที่ใช้เรียกชาวยุโรปตะวันตกมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ฝรั่ง ในภาษาไทยมีความหมายหลัก 2 อย่าง คือ คำที่ใช้เรียกชาวตะวันตกหรือคนผิวขาวโดยรวม และชื่อผลไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งคำว่าฝรั่งเรียกคน สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า Frank (ชาวแฟรงค์/ฝรั่งเศส) หรือ Farang ในภาษาเปอร์เซียที่ใช้เรียกชาวยุโรปตะวันตกมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ฝรั่ง เป็นผลไม้เขตร้อนที่หอมหวานและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี ซึ่งได้รับความนิยมจากหลายคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทานฝรั่งได้อย่างสบายใจ มีบางกลุ่มคนที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการรับประทานฝรั่งเพื่อสุขภาพของตนเอง

1.ผู้ป่วยโรคกระเพาะ

แม้ว่าฝรั่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เนื่องจากมีลักษณะเนื้อที่แข็งและมีไฟเบอร์สูง หากรับประทานมากเกินไปโดยเฉพาะในขณะที่ยังไม่สุกดี อาจทำให้เกิดอาการย่อยยากและเพิ่มภาระให้กับกระเพาะอาหาร ส่งผลให้กระเพาะต้องทำงานหนักขึ้นในการย่อยอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือทำให้ภาวะปวดท้องจากโรคกระเพาะแย่ลงได้

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานฝรั่งหรือดื่มน้ำฝรั่งขณะท้องว่าง เพราะกรดในกระเพาะเมื่อท้องว่างจะผสมกับน้ำตาลและไฟเบอร์ในฝรั่ง อาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง, แสบร้อนกลางอก หรือแม้กระทั่งแผลในกระเพาะอาหาร

2.ผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน

ฝรั่งมีปริมาณฟรุกโตสและไฟเบอร์สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการย่อยยาก, ท้องอืด, และปวดท้องในผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนหากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง ควรจำกัดการทานฝรั่ง หรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เช่นเดียวกับโรคลำไส้แปรปรวน ผู้ที่มีอาการท้องอืดหรือย่อยยากบ่อยๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการทานฝรั่งด้วย โดยเฉพาะฝรั่งดิบซึ่งมีแทนนิน อาจทำให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลงและทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง

3.ผู้ที่เป็นโรคท้องผูก แม้ว่าฝรั่งสุกจะเป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดีช่วยระบบย่อยอาหาร แต่การทานฝรั่งมากเกินไป โดยเฉพาะฝรั่งดิบ อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก แทนนินในฝรั่งดิบมีความสามารถในการลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ และทำให้การขับถ่ายยากขึ้น ดังนั้น ควรทานฝรั่งสุกและควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการท้องผูกหากอาการท้องผูกยังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์

4.หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรมักพบปัญหาท้องผูกจากหลายปัจจัย แม้ว่าฝรั่งจะเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่การทานฝรั่งมากเกินไป โดยเฉพาะฝรั่งดิบหรือฝรั่งที่ไม่สุกดี อาจทำให้อาการท้องผูกแย่ลง

สาเหตุคือ ฝรั่งมีไฟเบอร์ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสิ่งดีต่อการย่อยอาหารโดยทั่วไป แต่ต้องใช้เวลานานในการย่อยในระบบย่อยอาหาร ขณะที่เมื่อทารกในครรภ์มีขนาดใหญ่ขึ้น จะกดทับกระเพาะอาหารและลำไส้ของแม่ ทำให้การย่อยอาหารช้าลงนอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของแม่ ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทางระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องอืด และท้องผูก

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทานฝรั่งได้อย่างสบาย ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพดังกล่าวข้างต้นควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการทานฝรั่ง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...