โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ร้อง กกต.สอบจริยธรรม พปชร.ไม่อัดฉีดผู้สมัคร สส.อย่างเป็นธรรม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร) ยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม กรรมการบริหาร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีการส่ง ผู้สมัคร สส. ลงสมัคร แล้วไม่มีการสนับสนุนเรื่องเงินค่าใช้จ่าย โดยตนเป็นผู้สมัครส.ส.คนหนึ่งของพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากพรรคแม้แต่สตางค์แดงเดียว จึงเข้าลักษณะหัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรคเลือกปฏิบัติสนับสนุนเฉพาะบุคคลที่ถูกอกถูกใจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในพรรคซึ่งตนยังได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก 50-60 คน จึงต้องนำเรื่องนี้มายื่นร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อให้ตรวจสอบและสั่งให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคยุติการปฏิบัติหน้าที่ และหากผลการตรวจสอบเป็นจริงผู้ที่ถูกร้องก็จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

นายสนธิญาได้เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า ในการเลือกตั้งที่ ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐมีการสนับสนุนด้านการเงิน แก่บุคคลหรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะหรือไม่ และหากมี ข่าวว่าพรรคได้รับเงินสนับสนุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ เงินดังกล่าวถูกนำไปใช้หรือจัดสรรอย่างไร รวมทั้งตรวจสอบรายรับรายจ่ายของพรรค ว่ามีการโอนเงินสนับสนุนแก่ผู้สมัครรายใดหรือไม่ และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต. กำหนด ซึ่งกำหนดเพดาน ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อคน นับ ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาจนถึงวันเลือกตั้งเมื่อวัน ที่ 8 ก.พ. 2569 นอกจากนี้ยังขอให้ กกต. ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด หากมี การเพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้าข่าย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายสนธิญาณ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือต่อกกต.รับรอง ให้เร่งรับรองส.ส.ทั้ง 500 คน โดยเร็ว เพราะหลายอย่างรัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ มันเสียเวลาประเทศ ควรรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ต่อข้อถามว่า สวนกระแสคนส่วนใหญ่ที่อยากให้เลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า มันเป็นความเห็นต่าง เราต้องมองประโยชน์ประเทศสำคัญกว่าเราเสียเวลามากมาแล้ว

เมื่อถามว่า แสดงว่ามองเรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ไม่ผิดหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ผิด แต่จุดประสงค์ของ กกต. เพื่อที่จะไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร ทั้งนี้ต้องมองกระบวนการทั้งระบบว่าลับหมดหรือลับเฉพาะบางส่วน ถ้าลับทั้งหมด ตอนนับคะแนนก็ต้องไม่ให้คนอื่นเห็น ส่วนตัวเห็นว่า ประเด็นนี้จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายสนธิญา กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินจำนวนมาก ก่อนเลือกตั้งผู้สมัครเข้าไปที่พรรคเขาบอกเลยว่ามีการเตรียมเงินไว้แล้ว 35 ล้านบาท แจกหัวละ 500 บาท ซื้อเสียง 7 หมื่นคน เขาหวังแค่ครึ่งเดียว 50 เปอร์เซ็นต์ สังเกตดูพรรคเหล่านั้นจะมีคะแนนเกิน 35,000 คะแนนตลอด ส่วนจะเป็นพรรคไหนนั้นลองไปดูที่ได้คะแนนราวๆ 35,000-42,000 คะแนน ว่าสัมพันธ์กับที่ตนพูดหรือไม่ ทั้งนี้คาดว่าใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อพรรค และยิงเข้าเป้าด้วย โดยพรรคนี้จะยิงเฉพาะเขตที่สู้ได้ และมีฐานคะแนนอยู่แล้ว ยุทธวิธีคือใช้เงินในเขตที่สู้กับพรรคประชาชน โดยการซื้อเป็นการสมยอมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พรรคที่ซื้อเขาคุมได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว รู้เลยจะได้คะแนนเท่าไหร่ บ้านใหญ่คุมได้หมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ไม่มีใครบ้าเอาบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดไปตรวจสอบหรอก มันไร้สาระ

นายสนธิญา กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากนายมงคลกิตติ์ ให้ไปทำงานการเมืองด้วยกัน แต่คิดว่าคงไม่ไป เพราะกลัวไดโนเสาร์ และคิดว่า หลังจากนี้นายมงคลกิตติ์อาจจะย้ายไปอยู่ดาวอังคาร ส่วนตัวยังอยากอยู่ที่นี่ เลยมีแนวคิดว่าจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา ชื่อว่าพรรคธรรมราษฎร์ ซึ่งมีความหมายว่าความเป็นธรรมของราษฎร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...