เอติฮัดยังเป็นนรก! แมนฯ ซิตี้ ย้ำแค้นนิวคาสเซิ่ล หายใจรดต้นคออาร์เซน่อล
ต่อไปคือสิ่งที่ผู้ชมทางบ้านอย่างผมอยากจะบอก
1. ทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์เหนือกว่าตามเชิงอยู่แล้ว แถมสถิติยังข่มกันมิดด้าม ด้วยชนะ นิวคาสเซิ่ล ในพรีเมียร์ลีกที่บ้านตัวเองมา 16 ฤดูกาลติดต่อกัน
…ว่าแล้วก็เปิดฉากบุกกระหน่ำใส่ผู้มาเยือนเป็นระลอกเลยทีเดียว
2. เอ๊ดดี้ ฮาว จัดทีมด้วยสูตร 4-3-3 หรือ 4-5-1 โดยขยับเอาหัวหอกร่างโย่งอย่าง นิค โวลเทอร์มาเด้อ ลงมาเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวกลาง เพื่อให้ แอนโธนี่ กอร์ดอน เล่นเป็นกองหน้า
เดอะ แม็กพายส์ ไม่สู้เรื่องการครองบอลอยู่แล้วพลางใช้จังหวะฉาบฉวยด้วยการทิ้งบอลยาวให้ตัวรุกริมเส้น และกองหน้า
แม้จะครองบอลน้อยกว่า แต่ก็พอหาจังหวะจบได้แบบไม่เป็นรอง
3. นิวคาสเซิ่ล เสียประตูแรกจากจังหวะที่ตัวเองเล่นบอลแบบไดเร็กต์จากหน้าประตู แล้วเทขึ้นไปหมด ก่อนเสียบอลตรงกลางจนโดนสวนพรวดเดียวถึงแก่ชีวิตเลย
ประตูนำ 2-1 ของ แมนซิตี้ ต้องชม เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่วิ่งช่องไปเอาบอลได้ดีมาก แถมเปิดบอลเข้ากลางได้สวยอีกต่างหาก แล้วก็เป็น นิโก้ โอไรลี่ย์ ที่ลอยตัวโขกย้อนกลับมาเสาแรกตุงตาข่าย
ส่วนประตูเดียวของทีมเยือนมาจากการยิงแฉลบ
4. ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แผ่วลงไปแบบดื้อๆ ในครึ่งหลังอีกแล้วนะครับ
มิเท่านั้นช่วงท้ายเกมยังออกอาการเกร็งดาร์กซ์อย่างเห็นได้ชัดอีกตะหาก
ดังฉะนั้นจึงไม่ใช่ อาร์เซน่อล ที่ถูกความกดดันเล่นงานอยู่ทีมเดียวแน่ๆ
เพียงแต่เกมรุกของ นิวคาสเซิ่ล ก็ไม่เด็ดขาดพอ เพราะมักจะถึงแก่กรรมในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม แถมการที่คุณจะตะบันผ่านมือนายทวารอย่าง จิงโจ้ ดอนนารุมม่า มันต้องพิเศษจริงๆ
5. นิวคาสเซิ่ล แพ้อีกแล้ว ตอนนี้ห่างจาก 'ท็อปโฟร์' ถึง 9 แต้ม ดูแล้วโอกาสกลับไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ค่อนข้างมืดมน
ว่าแล้วถ้า ซานโดร โตนาลี่ เกิดอยากจะย้าย ขอบอกว่า 'เอานะ' 55555
โบนัส แทร็ค: คู่นี้หวดกันเป็นเกมที่ 4 ในฤดูกาลนี้แล้ว หนำซ้ำยังมีโอกาสเจอกันอีก 2 นัดในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน๊อคเอาต์ !!!