โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สตช. ย้ำชัด “เมาแล้วขับ” ไม่มีเตือนก่อนปรับ “ไม่ยอมเป่าเท่ากับเมาแล้วขับ” ดำเนินคดีทันที

สวพ.FM91

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำชัด “เมาแล้วขับ” ไม่มีเตือนก่อนปรับ “ไม่ยอมเป่าเท่ากับเมาแล้วขับ” ดำเนินคดีทันที

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดให้กวดขันและเสริมสร้างวินัยจราจรอย่างจริงจัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งจะไม่มีมาตรการตักเตือนก่อนปรับ หากตรวจพบจะดำเนินคดีทันที

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การขับรถในขณะมึนเมาเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เท่าเทียม และโปร่งใส กรณีตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่งมีพฤติกรรมมึนเมา ปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พยายามหลบหนี และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก่อนถูกควบคุมตัวและตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายฐานตามกฎหมาย และได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว

สำหรับโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่า ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสามารถสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ หากก่อเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย โทษจะเพิ่มสูงขึ้น โดยอาจจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ในกรณีกระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท พร้อมทั้งสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการขับรถในขณะมึนเมา และมีโทษเช่นเดียวกับเมาแล้วขับ อีกทั้งอาจมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติม

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “เมาไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ยึดหลักกฎหมาย แม้ถูกกระทำร้ายร่างกายระหว่างปฏิบัติหน้าที่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนเคารพกฎหมายจราจร และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเหตุหรือสอบถามข้อมูลจราจร สามารถติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...