กู้ชื่อไก่ ทำไมต้อง 'ทูดอร์'
ลำพังเกมระหว่าง สเปอร์ส กับ อาร์เซน่อล ก็เข้มข้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่คือหนึ่งในแมตช์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานระหว่าง 2 ทีมคู่แข่งที่ไม่เพียงเป็นคู่ปรับร่วมเมืองแต่ยังเป็นคู่ต่อกรร่วมเขตพื้นที่ลอนดอนตอนเหนือ
ไก่เดือยทอง ปะทะ ไอ้ปืนใหญ่ เจอกันที่ไหนเมื่อไหร่ก็มันสะเด็ด ผลการแข่งขันเป็นเรื่องหนึ่งแต่ความเดือดระอุในเกมนั้นขึ้นชื่อลือชา
กับเกมนี้สเปอร์สมีแค้นที่ต่อสะสาง การพบกันเกมแรกที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ลงเอยด้วยความปราชัยย่อยยับต่อคู่แข่งที่พวกเขาไม่อยากแพ้ที่สุด สกอร์ 1-4 กลายเป็นความอับอายที่สุมอยู่ในใจเหล่ายิดอาร์มี่มาตลอด 3 เดือนเต็ม
เจอกันนาทีนี้มั่นใจไหมว่าจะถอนแค้นคืนได้คงบอกอย่างนั้นไม่ได้เต็มปาก แต่สภาวะสั่นคลอนของอาร์เซน่อลในช่วง 6-7 เกมหลังรวมไปถึงผลเสมอ 2 เกมล่าสุดกับทั้งเบรนท์ฟอร์ดและวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส น่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของจ่าฝูงไม่น้อย
คำถามเกิดขึ้นเต็มไปหมด บรรยากาศที่ปกคลุมย่านฮอลโลเวย์เต็มไปด้วยความกังวล
(เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม สังเวียนเหย้าของอาร์เซน่อลตั้งอยู่ในย่านฮอลโลเวย์ ส่วน ไฮบิวรี่ สนามเก่าของสโมสรที่อยู่ห่างกันเพียงประมาณ 500 เมตรตั้งอยู่ในย่านไฮบิวรี่ ทั้ง 2 ย่านอยู่ในเขตปกครองอิสลิงตัน (Islington) ของกรุงลอนดอน)
บางคนอาจจะบอกว่าไม่ แต่หลายคนยอมรับว่าใช่
กระนั้น สเปอร์ส เองก็ใช่จะดี ผลงานของพวกเขาย่ำแย่ถึงขนาดต้องมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
โธมัส แฟร้งค์ ไป อีกอร์ ทูดอร์ เข้ามา
ทีมไก่เดือยทองเริ่มต้นฤดูกาลด้วยความหวัง เกมบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงเอติฮัด สเตเดี้ยม ในสัปดาห์ที่สองของฤดูกาลน่าจะยังเป็นเกมที่พวกเขาโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในซีซั่นนี้
หากความจริงแล้วเส้นทางการแข่งขันนั้นยาวไกล เมื่อเวลาผ่านไปสเปอร์สแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ เกมรับเสียประตู แดนกลางหละหลวม แนวรุกไม่เพียงสร้างโอกาสอย่างจำกัดจำเขี่ยแต่ยังไม่เด็ดขาดมากพอ
อุปสรรคเรื่องการบาดเจ็บก็ยังรุมเร้า ไม่มีอะไรเป็นส่วนเกื้อหนุนให้ทีมของแฟร้งค์เลย สุดท้ายแล้วแม้จะน่าเห็นใจกับการขาดขุนพลสำคัญมากมายจากปัญหาบาดเจ็บไม่ขาดสายแต่คนเป็นโค้ชต้องรับผิดชอบผลงาน
นั่นจึงเป็นที่มาของการปลด โธมัส แฟร้งค์ แล้วมองหากุนซือคนที่ 6 ในรอบ 7 ปีของสโมสร
แล้วทำไมถึงต้องเป็น อิกอร์ ทูดอร์ ?
ว่ากันตามประวัติการทำงานก็ยิ่งน่าคิด นอกจากงานแรกกับ ไฮดุ๊ก สปลิท ทีมใหญ่ในบ้านเกิดที่ทำงานได้ 22 เดือนแล้ว งานอื่นที่ตามมาไม่ว่าจะทีมไหน ลีกไหน อดีตปราการหลังทีมชาติโครเอเชียไม่เคยทำงานได้เกินที่ละ 1 ปีเลย
ไฮดุ๊ก สปลิท (รอบแรก) 22 เดือน ลาออก
พีเอโอเค 9 เดือน ถูกไล่ออก
คาราบัคสปอร์ 8 เดือน ถูกกาลาตาซารายดึงตัวไปร่วมงาน
กาลาตาซาราย 10 เดือน ถูกไล่ออก
อูดิเนเซ่ (รอบแรก) 2 เดือน ไม่ต่อสัญญา
อูดิเนเซ่ (รอบสอง) 8 เดือน ถูกไล่ออก
ไฮดุ๊ก สปลิท (รอบสอง) 7 เดือน ถูกยูเวนตุสดึงตัวไปเป็นผู้ช่วยโค้ชของ อันเดรีย ปีร์โล่
เวโรน่า 8 เดือน ตกลงยกเลิกสัญญาทั้ง 2 ฝ่าย
โอลิมปิก มาร์กเซย 11 เดือน อิ่มตัวกับการทำงานในสโมสรแห่งนี้
ลาซิโอ 3 เดือน ลาออก
ยูเวนตุส 7 เดือน ถูกไล่ออก
จะเห็นว่าเหตุผลของการอำลานั้นแตกต่างกันไป บางที่ถูกไล่ออก บางที่ลาออกเอง บางที่ตกลงกันว่าแยกทาง บางที่เจ้าตัวเลือกไม่ต่อสัญญา หรือกับบางที่ก็กำลังไปได้ดีจนทีมใหญ่ดึงตัวไปร่วมงาน
แต่ทั้งหมดนี้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกันคือ อิกอร์ ทูดอร์ ไม่เคยทำงานโค้ชที่ใดเกิน 1 ปียกเว้นงานแรกสุดที่ไฮดุ๊ก สปลิท ซึ่งก็ทำไม่ถึง 2 ปี
เรื่องนี้จะเป็นปัญหาในภายภาคหน้าไหมไม่รู้ แต่มั่นใจได้ว่าฝ่ายบริหารของสโมสรไม่ได้มองข้ามและอยู่ในการพิจารณา เพราะมันคือประวัติการทำงานที่ติดตัวอยู่แล้ว
การมอบสัญญาระยะสั้นถึงแค่จบฤดูกาลนี้คงจะเป็นคำตอบ เพราะภาพของทูดอร์ในงานโค้ชตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านนับตั้งแต่เริ่มคุมทีมไฮดุ๊ก สปลิท เมื่อปี 2013 คือภาพของผู้กอบกู้มากกว่า
เขาเป็นผู้สร้างที่ดีหรือไหมคือเรื่องที่ยังต้องรอการพิสูจน์ ถ้าคิดมากหน่อยมันก็น่าสนใจว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ได้เวลาทำงานในแต่ละที่ยาวนานเพียงพอจนสามารถลงหลักปักฐานหรือปลูกฝังเมล็ดพันธุ์บางอย่างที่เป็นตัวตนฟุตบอลของเขาที่นั่นได้
เขามีปัญหาเรื่องการทำงานกับผู้อื่นไหม บริหารความพึงพอใจในห้องแต่งตัวได้มีประสิทธิภาพมากพอหรือเปล่า หรือจัดการกับสภาวะกดดันต่าง ๆ ไม่ดีพอ ตื้อตันด้านไอเดียเมื่อถึงยามคับขัน อาจจะเป็นอย่างนั้นเป็นไปได้หรือไม่
ภาพจำของเขาจึงยังไม่เคยชัดเจนว่าสร้างชื่อจากที่ใดมา แม้จะเคยทำทีมใหญ่อย่างยูเวนตุส ลาซิโอ หรือกาลาตาซาราย
กระนั้นฟุตบอลของเขาในขั้นต้นก็ดูจะเหมาะสำหรับการกอบกู้ เพราะเขาเน้นความเข้มข้น การเพรสซิ่งดุดัน วิ่งไล่กัดไม่ปล่อย ไม่ยอมให้คู่แข่งได้เล่นบอลง่าย ๆ
นักเตะของเขาต้องมีวินัย มีความฟิต วิ่งเพื่อเพื่อนร่วมทีม
ทีมที่เนือย ๆ เฉื่อย ๆ กล้า ๆ กลัว ๆ เล่นแบบเน้นเกมรับไว้ก่อนไม่ใช่ฟุตบอลในแบบของเขา ทูดอร์เคยพูดเอาไว้ว่าเขาอยากให้แฟนบอลที่มาสนามได้ดูฟุตบอลที่สนุก ไม่มีใครกลับบ้านพร้อมเสียงบ่นว่าพวกมึงเล่นอะไรกันวะ
พูดง่าย ๆ ว่า ทูดอร์ ปลุกเร้าทีมให้ฮึด ให้วิ่ง ให้สู้ กระตุ้นให้ทุกคนเลือดลมฉีดพล่าน ลืมความผิดหวังที่ผ่านมาแล้วเดินหน้าไปด้วยกัน
แฟนบอลไก่เดือยทองอาจจะขมวดคิ้วว่าแล้วปัญหานักเตะเจ็บยาวเป็นหางว่าวแบบนี้ มันจะวิ่งลืมตายกันได้แค่ไหนกันนะ ต้องไม่ลืมว่าทีมยังมีภารกิจในฟุตบอลถ้วยทั้งเอฟเอ คัพ…. และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย
แต่สโมสรเลือกแล้ว เงื่อนไขเรื่องนักเตะเจ็บเยอะนั้นไม่ว่าใครเข้ามาเป็นโค้ชก็ต้องเจอเหมือนกันอยู่ดี
ทูดอร์จะทำได้ไหมที่สเปอร์ส มีเวลาอีก 3 เดือนให้เราได้พิสูจน์ไปด้วยกัน แต่ที่แน่ ๆ 8 จาก 10 ครั้งที่เข้ารับงานโค้ชกับทีมต่าง ๆ นั้นเป็นงานลักษณะนี้ นั่นคือเข้าไปเพื่อกู้สถานการณ์บางอย่างที่สโมสรแก้ไม่ตก
เกือบทุกครั้งผ่านไปด้วยดี ก่อนที่จะไปถึงจุดสิ้นสุดในช่วงซัมเมอร์หรือฤดูกาลถัดไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาจนดูเหมือนว่าเขาจะเกิดมาเพียงเพื่อเป็นโค้ชระยะสั้น ๆ
แก้ไข กอบกู้ แล้วก็จากไป ต่อยอดไม่ได้
ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อย่างน้อยก็น่าจะทำให้ สเปอร์ส สดชื่นขึ้น แนวโน้มของ โธมัส แฟร้งค์ ทำท่าจะเอาไม่อยู่คล้าย ๆ กับตอนที่ ฆวนเด้ รามอส ไปไม่เป็นกับการดำดิ่งช่วงต้นฤดูกาล 2008/09 ทั้งที่เพิ่งจะพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพซีซั่นก่อนหน้า
แม้จะเสียดายฝีมือของกุนซือชาวสแปนิชแต่คราวนั้นสเปอร์สจำเป็นต้องเปลี่ยน และการเข้ามาของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ก็พลิกโฉมให้พวกเขากลับมามีที่ยืนและเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้อีกครั้ง
แฟร้งค์อาจจะมีแนวทางระยะยาวที่วางเอาไว้ แต่ด้วยสถานการณ์มันจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ความเสียหายเลวร้ายไปกว่านี้และทุกอย่างสายเกินไป
สเปอร์สกระชากตัวเองขึ้นมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง พวกเขาคือทีมใหญ่ แฟนบอลเยอะ ทุกความเคลื่อนไหวย่อมเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง
12 เกมที่เหลืออยู่ของพรีเมียร์ลีกและภารกิจในฟุตบอลถ้วย กับการทำงานของ อิกอร์ ทูดอร์..
ยังไม่ต้องคิดถึงอนาคตอันไกลโพ้น เอา 3 เดือนที่อยู่ตรงหน้านี้ก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากัน
บางที ระยะสั้นกับทีมอื่น อาจเป็นเคมีที่ลงตัว กลายเป็นระยะยาวที่นี่ก็ได้ ใครจะรู้..
ตังกุย