โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ถูกปั่นหัวในออฟฟิศ? นักพฤติกรรมแนะวิธีแก้เกมคน Toxic จอมบงการ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การปั่นหัวหรือการควบคุมบงการ (Manipulation) ในที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องมาในรูปแบบของการดุด่าเกรี้ยวกราดเสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในคำพูดเหน็บแนมกลางที่ประชุม หรือส่งสัญญาณออกมาผ่านอีเมลที่อ่านแล้วชวนให้เรารู้สึกผิด หรือคำทักทายเรียบๆ แต่กลับทำให้คุณเสียความมั่นใจไปทั้งวัน

สิ่งที่ทำให้ "คนจอมบงการ" ทำงานได้สำเร็จ คือความสามารถในการควบคุมความรู้สึกของคุณ งานวิจัยด้านอิทธิพลทางสังคมชี้ชัดว่า เป้าหมายของคนเหล่านี้คือการสร้าง "ผลกระทบทางอารมณ์" ไม่ว่าจะเป็นการทำให้คุณสูญเสียความเชื่อมั่น กระตุ้นความวิตกกังวล หรือทำให้คุณต้องตกเป็นฝ่ายที่ต้องคอย "แก้ตัว" แทนที่จะเป็นฝ่าย "ตัดสินใจ" ในพื้นที่ของตัวเอง

ชาเด ซาห์ไร (Shadé Zahrai) ในฐานะนักวิจัยด้านพฤติกรรมที่ให้คำปรึกษาแก่บริษัทระดับ Fortune 500 มานานนับทศวรรษ เธอได้ค้นพบรูปแบบของสถานการณ์ระหว่าง "จอมบงการ-เหยื่อที่ถูกกระทำ" ที่ซ้ำเดิมในทุกระดับองค์กร นั่นคือ "ใครที่ใจนิ่งกว่า ไม่เต้นไปตามความโกรธหรือความกดดันที่อีกฝ่ายส่งมา คนนั้นจะเป็นผู้กำหนดตอนจบของเรื่อง"

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเพื่อนร่วมงานจอมปั่นหัวมา "แซะ" หรือ "จิกกัด" คุณ เป้าหมายของเขาคืออยากเห็นคุณ "สติแตก" หน้าเสีย หรือรีบพูดแก้ตัวพัลวัน ถ้าเราตกหลุมพรางปุ๊บ เท่ากับเรายอมให้เขาเป็น "คนคุมทิศทาง" ว่าดราม่านี้จะจบลงตรงไหน เขาจะกลายเป็นผู้ล่า และเรากลายเป็นเหยื่อทันที

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับ "เพื่อนร่วมงานจอมบงการ" ในที่ทำงานบ่อยๆ และอยากหาวิธีแก้เกมคนเหล่านี้ให้ได้ หนึ่งในวิธีโต้กลับที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่การเดินเข้าปะทะ หรือเถียงกับคนเหล่านี้ เพราะการทำแบบนั้นมักจะลงเอยด้วยการถูกปั่นหัวกลับ (Gaslighting) และอาจนำไปสู่การปฏิเสธความจริง หรือสถานการณ์ที่บานปลายไปกว่าเดิม ดังนั้น ซาห์ไร จึงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ 3 ขั้นตอนที่เรียกว่า "CUT" เพื่อช่วยตัดวงจรการถูกบงการได้อย่างเด็ดขาด ดังนี้

C: Control ควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง

เมื่อระบบประสาทของคุณถูกกระตุ้นด้วยความโกรธหรือความกลัว กระบวนการคิดจะแคบลงและถูกจูงจมูกได้ง่าย งานวิจัยระบุว่า การรักษาความสงบทางสรีรวิทยาจะช่วยให้คุณภาพการตัดสินใจยังคงดีอยู่ภายใต้ความกดดัน

เทคนิค: หายใจให้ช้าลง ลดระดับเสียงให้ต่ำและนิ่งขึ้น ให้เวลาตัวเองสักครู่ก่อนจะเอ่ยปากพูดโต้ตอบ

ตัวอย่างวิธีโต้กลับ: อย่าตะคอกกลับ หรือพูดอธิบายเหตุผลยืดยาวเพื่อป้องกันตัวเอง หรือการยอมตกลงเพียงเพราะตัดรำคาญ ให้ลองเปลี่ยนเป็น การรับทราบแบบเรียบเฉย เช่น "รับทราบครับ/ค่ะ" หรือดึงบทสนทนากลับมาที่เรื่องงานว่า "เรามาโฟกัสที่งานถัดไปกันดีกว่า"

U: Unfazed นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

แม้ในใจคุณจะเต้นระรัว แต่ "ภาพลักษณ์" ที่ปรากฏออกมาคือสิ่งสำคัญ การวางตัวที่ผ่อนคลาย สีหน้าเรียบเฉย และจังหวะการพูดที่สม่ำเสมอ เป็นสัญญาณบอกว่าคุณไม่มี "จุดอ่อน" ให้เขาเล่นงานคุณได้ งานวิจัยด้านสถานะและอำนาจชี้ว่า "คนที่นิ่งที่สุด คือคนที่มีอำนาจมากที่สุด" ในสายตาผู้อื่น ดังนั้น การวางเฉยเป็นการส่งสารบอกอีกฝ่ายว่า "มุกเดิมๆ ของคุณใช้ไม่ได้ผลกับฉัน"

เทคนิค: ก่อนจะโต้กลับให้หยุดนิ่งสัก 2-3 วินาที สบตาอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ว่างเปล่า (เหมือนมองกำแพง) การหยุดจะทำให้จอมบงการเริ่มรู้สึกประหม่าเสียเอง อย่ากอดอกหรือกำมือแน่น เพราะนั่นคือสัญญาณของการป้องกันตัว ให้คลายไหล่ วางมือสบายๆ แสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่า "ฉันไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลย"

ตัวอย่างวิธีโต้กลับ: ปล่อยเขาพูดไปพร้อมพยักหน้าช้าๆ เหมือนกำลังฟังรายงานที่น่าเบื่อ แล้วพูดน้ำเสียงนิ่งๆ ว่า "อ๋อ แบบนี้นี่เอง" หรือทวนคำถามของอีกฝ่ายด้วยหน้าตาเฉยเมยที่สุด

T: Turn off ปิดช่องทางการเชื่อมต่อทางอารมณ์

นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่พลาด เพราะเรามักพยายามอธิบายหรือขอความเห็นใจเพื่อให้เขาเข้าใจเรา แต่การหยิบยื่น "อารมณ์" ให้อีกฝ่าย ก็จะยิ่งทำให้คนจอมบงการได้ใจ สิ่งที่คุณต้องทำคือหันกลับมาโฟกัสที่ "ข้อเท็จจริง" ขอบเขตของงาน หรือสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณเท่านั้น โดยไม่ต้องไปสนใจเกมอารมณ์ที่เขาสร้างขึ้น

เทคนิค: ทำตัวให้น่าเบื่อที่สุด ไม่แสดงความโกรธ เสียใจ ตอบคำถามให้สั้นที่สุดและเป็นทางการที่สุด จนอีกฝ่ายรู้สึกว่าปั่นคุณไปก็ไม่สนุก หรือหากเขาพยายามดึงเข้าเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกผิด ให้ย้ำประโยคเดิมที่เป็นเรื่องงานซ้ำๆ จนเขาเลิกยุ่งไปเอง

ตัวอย่างวิธีโต้กลับ: ถ้าเขาพูดปั่นเพื่อหวังให้เราเหวี่ยง ให้พูดไปว่า "ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ/ค่ะ, ถ้าเขากดดันให้อึดอัดในวิธีทำงานของเรา ให้พูดไปว่า เข้าใจว่าคุณกังวล แต่ในขั้นตอนการทำงานคงต้องขอทำตามแผนนี้ก่อน, เมื่อเขาพูดเหน็บแนม ให้พูดไปว่า "นั่นเป็นมุมมองที่น่าสนใจ แต่วันนี้มาเพื่อคุยเรื่องงาน…. มีประเด็นไหนสนใจเพิ่มไหม" หรือตอบสั้นๆ ไปเลยว่า "รับทราบ", "ขอบคุณที่แชร์"

เมื่อ "ความนิ่ง" คือชัยชนะจอมบงการที่เยือกเย็นที่สุด

กลยุทธ์ CUT ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการ "หยุดให้ความร่วมมือทางอารมณ์" (Emotional Non-cooperation) แก่เหล่าเพื่อนร่วมงานจอมปั่นหัว สิ่งนี้จะไปทำลายแผนการของคนจอมบงการได้รุนแรงที่สุด เมื่อคุณปฏิเสธที่จะเป็น "เชื้อเพลิง" ให้กับเกมอารมณ์ของเขา การบงการนั้นจะค่อยๆ มอดดับไปเองเพราะไม่มีแรงขับเคลื่อน

ในอดีตเราอาจมองว่าคนเก่งคือคนที่โต้วาทีชนะหรือมีคำพูดที่เชือดเฉือน แต่ในโลกทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "วุฒิภาวะทางอารมณ์" (EQ) และความสามารถในการรักษาความสงบ คือ "อำนาจที่แท้จริง" ในที่ทำงาน การไม่กระโจนลงไปในหลุมพรางอารมณ์ที่คนอื่นขุดไว้ ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ แต่มันคือการประกาศว่าคุณคือผู้กุมบังเหียนความรู้สึกและชีวิตการทำงานของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ

ครั้งหน้าหากคุณเจอคำพูดที่จงใจให้คุณเสียศูนย์ ลองหยุดหายใจลึกๆ แล้วตอบกลับด้วยความนิ่งเฉย แล้วคุณจะพบว่าอำนาจในห้องนั้นได้ย้ายมาอยู่ในมือคุณเรียบร้อยแล้ว

อ้างอิง: CNBC, ScienceDirect, Big Trust

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...