หมอเตือนชัดๆ 5 ผักยอดนิยม กินผิดวิธีผิดเวลา เสี่ยงลำไส้อักเสบ
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569 "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย5 ผักยอดนิยม กินผิด เสี่ยงลำไส้อักเสบ โดยระบุว่า หลายคนคิดว่า "กินผักยังไงก็ดี" แต่ความจริงคือ ผักบางชนิดถ้ากินผิดวิธี ผิดเวลา หรือผิดปริมาณ อาจกระตุ้นลำไส้อักเสบ แน่นท้อง ปวดบิด หรือทำให้ลำไส้ระคายเคืองเรื้อรังได้ โดยเฉพาะคนที่ลำไส้ยังไม่แข็งแรง มาดูกันว่าผักยอดนิยมที่หลายบ้านกินประจำ มีอะไรที่ต้องระวังบ้าง
1. กะหล่ำปลี "ดิบ" – ใยอาหารดี แต่ระคายลำไส้ได้
กะหล่ำปลีมีใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่ถ้ากินแบบดิบหรือปริมาณมาก จะมีน้ำตาลกลุ่ม FODMAP และกำมะถันที่ถูกหมักในลำไส้ ทำให้เกิดแก๊ส แน่นท้อง ปวดบิด โดยเฉพาะคนที่เป็นลำไส้แปรปรวนหรือเคยลำไส้อักเสบ ควรกินแบบต้ม นึ่ง หรือผัดสุก จะย่อยง่ายและไม่กระตุ้นการอักเสบ
2. บรอกโคลี – ผักสุขภาพที่ไม่เหมาะตอนลำไส้อ่อนแอ
บรอกโคลีมีใยอาหารหยาบและสารซัลโฟราเฟนที่ดีต่อร่างกาย แต่ถ้าลำไส้ยังระคายเคือง ใยอาหารหยาบจะกระตุ้นผนังลำไส้ ทำให้ท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายเหลวได้ง่าย โดยเฉพาะการกินดิบหรือปั่นสมูทตี้ ควรกินสุก นิ่ม และปริมาณไม่มากในช่วงที่ลำไส้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
3. ผักคะน้า – แคลเซียมสูง แต่ย่อยยากถ้ากินผิด
คะน้าเป็นผักยอดนิยม มีแคลเซียมและใยอาหารสูง แต่เส้นใยค่อนข้างแข็ง หากผัดสุกไม่พอ หรือกินกับน้ำมันเยอะ จะทำให้ลำไส้ทำงานหนัก เกิดการคั่งของอาหารในลำไส้ กระตุ้นการอักเสบและแก๊สสะสมได้ แนะนำให้หั่นบาง ผัดให้นิ่ม หรือเลือกต้ม จะช่วยลดการระคายเคืองลำไส้ได้มาก
4. หอมใหญ่ – ตัวกระตุ้นแก๊สชั้นดีในลำไส้
หอมใหญ่มีสารพรีไบโอติกที่ดี แต่ก็เป็นแหล่ง FODMAP สูง ถ้ากินดิบหรือกินเยอะ จะถูกหมักในลำไส้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดแก๊ส แน่นท้อง ปวดบิด และกระตุ้นลำไส้อักเสบในบางคน โดยเฉพาะคนที่ท้องอืดง่าย แนะนำให้ผัดหรือต้มจนสุก จะย่อยง่ายขึ้น
5. ถั่วฝักยาว – ผักบ้าน ๆ ที่ลำไส้ไม่ถูกกับทุกคน
ถั่วฝักยาวมีใยอาหารสูงและมีเลคติน หากกินดิบหรือสุกไม่พอ จะระคายผนังลำไส้ ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย หรือถ่ายไม่สุดในบางคน ยิ่งกินคู่กับอาหารมันหรือเผ็ด จะยิ่งกระตุ้นการอักเสบ ควรปรุงให้สุกทั่วและเคี้ยวให้ละเอียด จะช่วยลดปัญหาลำไส้ได้
ผักที่กินแล้วดี ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้
- กะหล่ำปลี "สุก"
ถึงจะบอกไปตอนแรกว่าเสี่ยง แต่จริง ๆ แล้วกะหล่ำปลีมีสารซัลโฟราเฟนและอินโดล-3-คาร์บินอล ช่วยกระตุ้นเอนไซม์กำจัดสารก่อมะเร็งในลำไส้ ใยอาหารนุ่มช่วยให้ขับถ่ายสม่ำเสมอ ลดการค้างของของเสียและสารพิษในลำไส้ ยิ่งกินแบบต้ม นึ่ง หรือแกงจืด จะย่อยง่าย ลดการอักเสบของผนังลำไส้ได้ดี
- แครอท
แครอทอุดมด้วยเบต้าแคโรทีนและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบระดับเซลล์ในลำไส้ และช่วยซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้ที่ถูกทำร้ายจากอาหารแปรรูป ใยอาหารของแครอทช่วยพาแบคทีเรียดีเติบโต ลดการสร้างสารพิษที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้
- ฟักทอง
ฟักทองเป็นผักใยอาหารนุ่ม ย่อยง่าย ไม่กระตุ้นลำไส้มากเกินไป มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังในทางเดินอาหาร เหมาะมากสำหรับคนที่ลำไส้ระคายเคืองบ่อย การขับถ่ายดีขึ้นช่วยลดเวลาที่สารก่อมะเร็งสัมผัสผนังลำไส้
- บวบ
บวบมีน้ำสูง ใยอาหารอ่อน ช่วยให้กากอาหารเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ดี ลดอาการท้องอืด แน่น และท้องผูก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงมะเร็งลำไส้ในระยะยาว บวบยังช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุลำไส้ เหมาะกับการกินต่อเนื่องทุกวัน
- ตำลึง
ตำลึงมีคลอโรฟิลล์และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยจับสารพิษในลำไส้และลดการอักเสบระดับเซลล์ ใยอาหารช่วยกระตุ้นการขับถ่ายแบบไม่ระคายลำไส้ ลดการสะสมของของเสียเรื้อรัง ซึ่งเป็นตัวเร่งการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ในระยะยาว
ผักไม่ใช่ว่ายิ่งเรากินเยอะยิ่งดีเสมอไป ถ้าลำไส้ยังอ่อนแอ การกินผักผิดชนิด ผิดรูปแบบ หรือดิบเกินไป อาจกระตุ้นลำไส้อักเสบได้ เลือกผักให้เหมาะ กินสุก นิ่ม ปริมาณพอดี ลำไส้จะฟื้นตัวดีขึ้น แน่นน้อยลง และดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่า
ขอบคุณ FB : หมอเจด