โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม. ไฟเขียว 'คาร์บอนเครดิต' เทรดตลาดฟิวเจอร์สเสริมแกร่งตลาดทุน

NATIONTV

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “วันนี้ ตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแบบเดิม แต่พัฒนาไปสู่สินทรัพย์ใหม่ ๆ ที่สะท้อน “โลกเศรษฐกิจจริง” และ “ความเสี่ยงรูปแบบใหม่” ตั้งแต่คาร์บอน ไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจดิจิทัล การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่จึงเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน” ที่สำคัญ กระทรวงการคลังจึงร่วมกับ ก.ล.ต. ยกระดับกรอบสินค้าและตัวแปรอ้างอิงให้ทันสากล โปร่งใส และคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภายใต้หลักการปรับปรุงครั้งนี้ กระทรวงการคลังและ ก.ล.ต. เห็นพ้องในการยกระดับ TFEX ให้รองรับผลิตภัณฑ์สำคัญของอนาคต**

1. ยกระดับ “คาร์บอนเครดิต” จากเดิมเป็นตัวแปรอ้างอิง ให้เป็น “สินค้าอ้างอิงที่สามารถส่งมอบได้”เพื่อรองรับการซื้อขายได้ทั้งแบบส่งมอบจริงและชำระราคาเป็นส่วนต่าง (cash settlement) ทำให้ “คาร์บอน” ขยับจากแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่กลไกตลาดที่ใช้งานได้จริง

2. เพิ่ม “สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance)” และ “ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC)” เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อหนุนการมุ่งสู่ Net Zero และขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ

3. เพิ่ม “สินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล)” เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อให้การกำกับดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องครอบคลุม รองรับการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศตามการเติบโตของตลาด
4. เพิ่มดัชนีบนตัวแปรอ้างอิง (FX, อัตราดอกเบี้ย, ค่าระวาง) และดัชนีบนสินค้าอ้างอิง เพื่อให้ครอบคลุมดัชนีที่เกี่ยวข้องครบถ้วนและสะท้อนสภาพตลาดได้ดียิ่งขึ้น

5. ปรับปรุงขอบเขตสินค้าอ้างอิงบางรายการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น (เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หรือปิโตรเคมี) เพื่อสอดคล้องกับโครงสร้างสินค้าในตลาดจริง

การปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยให้ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย สอดคล้องมาตรฐานสากลและความต้องการของผู้ลงทุน ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. จะสามารถติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายและผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงกำหนดรายละเอียดแบบและข้อความของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (contract specification) ได้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อผู้ลงทุนและตลาดทุนโดยรวม

กระทรวงการคลังย้ำว่า การสนับสนุน ก.ล.ต. ในครั้งนี้ คือการสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดอนุพันธ์ไทยเดินหน้าไปพร้อมโลกการลงทุนยุคใหม่ โดยสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับการคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ TFEX เป็นกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

**หมายเหตุ:** การดำเนินการเป็นไปตามหลักการเกี่ยวกับการกำหนดสินค้าและตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...