โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บทสรุป Future-ready Thailand จาก ปิยะชาติ อิศรภักดี นักธุรกิจไทยหนึ่งเดียวในสภาที่ปรึกษาอนาคตแห่ง World Economic Forum

TODAY

อัพเดต 26 ม.ค. 2567 เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 12.23 น. • workpointTODAY

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2567 ณ BRANDi HopeQuarter, 111 ประดิษฐ์มนูธรรมคุณอาร์มได้สะท้อนมุมมองในการสร้าง “Future-ready Thailand” เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมต่อความผันผวนต่าง ๆ และสิ่งที่จะคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้นในอนาคต

มากกว่า 11 ปี BRANDi ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ระดับองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต และการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้ทรานส์ฟอร์มองค์กรในมากกว่า 23 อุตสาหกรรม ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมพลังงาน การเงิน หรือการศึกษา ให้เปลี่ยนกลไกในการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการเติบโตเพียงอย่างเดียวไปสู่การให้ความสำคัญกับสังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อม ๆ กับการสร้างเติบโตของตัวเอง

และนอกจากศักยภาพที่เป็นที่ประจักษ์ในประเทศของ BRANDi แล้ว คุณอาร์มเองถือว่าเป็น Global Thought Leader ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก จากความร่วมมือกับนานาองค์กรระดับโลก ยกตัวอย่าง United Nations (UN), World Economic Forum (WEF), World Bank Group (WBG), International Monetary Fund (IMF) และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ครอบคลุมทั้งในมิติ Financial System, Economic Growth และ Sustainable Development

ด้วยองค์ความรู้ที่ครอบคลุมในทุกมิติ และการเห็นความเป็นไปของโลกครบทุกด้าน คุณอาร์มและ BRANDi จึงได้มองเห็นความเป็นไปได้ของสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และได้ชี้แนะการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต หรือหมายถึงคำว่า “Future-ready” นั่นเอง

ปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี CEO BRANDi and Companies นักธุรกิจไทยหนึ่งเดียวในสภาที่ปรึกษาอนาคตแห่ง World Economic Forum

ในปัจจุบันนี้ มีปัจจัยต่าง ๆ มากมายที่ส่งผลกระทบต่อโครงเศรษฐกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ภูมิศาสตร์ทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำ หรือการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ผ่านมา การเติบโตอย่าง Resilience อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่เศรษฐกิจสำหรับอนาคตต้องมีความเป็น Future-ready

และเมื่อมองในบริบทที่ใกล้ตัวมากขึ้น ซึ่งคือการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของประเทศไทย หรือ Future-ready Thailand คุณอาร์มได้กล่าวว่า การที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตที่เปราะบางหรือไม่แน่นอน ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนนั้น สามารถทำได้อยู่สามระดับใหญ่ ๆ ได้แก่

1. การปรับจุดยืนของแบรนด์ หรือ Re-positioning เปลี่ยนจากการ Capture Trend เป็นการ Capture Value

2. การปรับโมเดลของตลาด หรือ Re-modeling เปลี่ยนจากการสร้างผลกำไร (Profitability Incentive) เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact Incentive)

3. การปรับระบบของเศรษฐกิจ หรือ Re-engineering เปลี่ยนจากการเติบโตโดยพึ่งพาทรัพยากร (Natural Resource-dependent Growth) เป็นการเติบโตโดยพึ่งพาทุนมนุษย์ (Human Capital-dependent Growth)

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญภายในงาน คือการเปิดการเปิดตัว 3 เมนูแรกจาก “SDG Café by BRANDi” คาเฟ่เชิงสัญลักษณ์แห่งแรกแห่งเดียวของโลกที่มุ่งทำให้ Sustainable Development Goal หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ United Nations เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเมนูได้ถูกรังสรรค์ให้มีความเชื่อมโยงกับ SDG ทั้ง 17 ข้อ จากความร่วมมือกับบาริสต้าผู้ชนะเลิศจากการแข่งขัน Thailand National Barista Championship

ในช่วงท้ายคุณอาร์ม ได้ฝากถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนว่า หัวใจสำคัญของการทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมต่ออนาคต คือโครงสร้างของเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และทุนมนุษย์ที่มีความสามารถ ซึ่งทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประชาชนเอง ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้ไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...