โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เมล็ดกาแฟไทยราคาพุ่งเท่าตัว ผลผลิตน้อย เกษตรกรหันปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 07 ก.พ. 2567 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 12.50 น.

เมล็ดกาแฟไทยแพงสุดในรอบ 40 ปี แบบคั่วกิโลกรัมละ 550 บาท พันธุ์โรบัสต้า-อะราบิก้าพุ่งไม่หยุด ขึ้นเกือบเท่าตัว สาเหตุนักท่องเที่ยวทะลัก ผู้บริโภคนิยมดื่ม ชาวสวนไทย-เวียดนาม-สปป.ลาวแห่โค่นต้นกาแฟหันไปปลูกทุเรียนแทน บอร์ดพืชกาแฟเปิดทางรายใหญ่นำเข้าตั้งแต่ต้นฤดู คาดปี ’67 ไทยนำเข้าถึง 60,000 ตันต่อปี

นายนัด ดวงใส กรรมการพืชกาแฟ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วง 1-2 ปีนี้ราคาเมล็ดกาแฟได้ปรับตัวสูงขึ้น ปีที่แล้วกาแฟสารอยู่ที่ 80-82 บาทต่อกิโลกรัม แต่ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ราคาอยู่ที่ 132 บาท และมีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นอีกต่อเนื่อง ส่วนราคาค้าปลีกเมล็ดที่คั่วเสร็จแล้วจะปรับขึ้นเป็น 200-300 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 40 ปี

“คาดการณ์ว่าผลผลิตกาแฟโรบัสต้าทางใต้ไม่น่าจะถึง 10,000 ตัน จากเดิมอยู่ที่ 20,000-30,000 ตัน ไม่รวมพันธุ์อะราบิก้า เพราะภาคใต้ปลูกน้อย ปัจจัยที่กาแฟมีปริมาณน้อยลงทุกปีเพราะชาวสวนหันไปปลูกทุเรียนและมีภัยธรรมชาติ ทำให้การนำเข้าปีนี้คงไม่ต่ำกว่า 60,000 ตัน เท่าที่ทราบข้อมูลมีเพียงบริษัทเดียวจะนำเข้า 35,000 ตัน ซึ่งยังไม่รวมรายอื่นๆ ก่อนเกิดโควิด-19 การบริโภคกาแฟทั่วประเทศอยู่ที่ 90,000 ตันต่อปี และลดลงตามสถานการณ์ หลังสถานการณ์ผ่อนคลายการบริโภคกลับมาสูงปกติ” นายนัด กล่าวและว่า แต่ก่อนการเก็บเกี่ยวของภาคใต้ต้องรอสิ้นฤดูกาลในเดือนมีนาคม ถึงจะขออนุญาตนำเข้าได้ในเดือนเมษายน แต่ปี 2567 สามารถนำเข้าได้แล้วตลอดปีตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นไป

นายจีระวัฒน์ ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกณรงค์ หมากไทย จำกัด เปิดเผยว่า ราคากาแฟไทยสูงขึ้นจริง 130-132 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมอยู่ที่ 80 กว่าบาทต่อกิโลกรัม และค่อยๆ ขยับมาเป็น 105 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2566 คาดว่าปีนี้ราคาจะแตะที่ 150 บาทต่อกิโลกรัม

ปัจจัยเพราะดีมานด์ซัพพลายกาแฟไม่พอต่อการบริโภค เนื่องจากพื้นที่ปลูกกาแฟปริมาณน้อยมาก ในขณะที่ผู้บริโภคขยายตัวเติบโตเพิ่มขึ้นและปัจจุบันกลายเป็นอาหารหลักของผู้บริโภค ไม่ต่ำกว่า 2 แก้วต่อวัน พร้อมกับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ทะลักเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะดีมานด์ซัพพลาย ผลกระทบต่อราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นในที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่กาแฟปริมาณน้อยลงในภาคใต้ เนื่องจากมีการโค่นกาแฟหันมาปลูกทุเรียนแทน รวมถึงใน สปป.ลาว ประเทศเวียดนาม ก็โค่นกาแฟและส่งเสริมการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

นายจีระวัฒน์ กล่าวว่า ปีนี้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทำเอ็มโอยูกับบริษัท เอกณรงค์ หมากไทย จำกัด มีโครงการส่งเสริมปลูกยางร่วมพืชอื่น โดยเอกณรงค์ส่งเสริมปลูกกาแฟร่วมยาง จำนวน 1.2 ล้านต้น ร่วมกับชาวสวนยางในภาคใต้จะเริ่มเดือนกรกฎาคมนี้ อีก 3 ปีจะให้ผลผลิตระยะแรก

นายพงษ์วรา จันที กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูลส์ คอฟฟี่ จำกัด โลคอลแบรนด์ในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์กาแฟอะราบิก้าราคาสูงขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำคือบนดอยที่เป็นแหล่งปลูก พบว่าผลผลิตกาแฟเชอร์รี่เมื่อ 10 ปีก่อน ราคาอยู่ที่ 20 บาทก็เพิ่มเป็น 40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มทั้งค่าแรงเก็บเกี่ยว และสภาพอากาศที่แปรปรวนมีผลต่อการผลิตที่ลดลง

ที่กระทบมากคือกลุ่มโรงคั่วเมล็ดกาแฟที่ต้องรับซื้อเมล็ดกาแฟสาร (เมล็ดกาแฟดิบพร้อมคั่ว) ในราคาที่สูง และต้องปรับราคาขายเมล็ดกาแฟคั่วจาก 400 บาท เป็น 420 บาทต่อกิโลกรัม สุดท้ายกระทบถึงปลายน้ำ คือ ร้านกาแฟ ต้องซื้อเมล็ดกาแฟคั่วในราคาที่สูงมาก

ทำให้ปี 2566 พบว่ามีร้านกาแฟรายย่อยในเชียงใหม่ต้องปิดกิจการถึง 30% เพราะแบกรับต้นทุนวัตถุดิบไม่ไหว อาทิ นม ครีมเทียม แก้วกาแฟ หลอด ฯลฯ แต่ไม่สามารถปรับราคาขายกาแฟได้ ในขณะที่กำลังซื้อลดลง อีกทั้งผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นจากร้านแบรนด์ใหญ่ที่ปัจจุบันแข่งขันรุนแรง

“ตอนนี้มีการนำเข้าเมล็ดกาแฟจาก 3 แหล่ง คือ บราซิล สปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งถูกกว่าและมีคุณภาพดี แนวโน้มคงนำเข้ามากขึ้น ขณะที่ร้านแบรนด์ใหญ่และรายกลางที่สามารถซื้อได้ คงซื้อเมล็ดกาแฟในประเทศที่ปลูกแบบ Single Origin”

นายนิกร แสงดวงดี เจ้าของร้านกาแฟดีนาน แบรนด์ท้องถิ่นเชียงใหม่ กล่าวว่า ราคาเมล็ดกาแฟยังไม่นิ่ง ผลกาแฟเชอร์รี่อยู่ที่ 30 บาทต่อกิโลกรัม กาแฟกะลาอยู่ที่ 200 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่กาแฟสารเฉลี่ยอยู่ที่ 300 บาทต่อกิโลกรัม และเมล็ดกาแฟคั่วราคากว่า 400 บาทต่อกิโลกรัม

“เราจำเป็นต้องซื้อเมล็ดกาแฟคั่วจากโรงคั่วกิโลกรัมละ 400 กว่าบาท ทำให้ต้องปรับราคาขายไปที่ 550 บาทต่อกิโลกรัม เพราะทางร้านไม่ได้ใช้เมล็ดนำเข้า แม้จะถูกกว่า ยังคงใช้ผลผลิตที่ปลูกในเชียงใหม่ เพื่อคงเอกลักษณ์ของรสชาติกาแฟท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดขายหลัก”

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมล็ดกาแฟไทยราคาพุ่งเท่าตัว ผลผลิตน้อย เกษตรกรหันปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...