โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฮูหยินเกอห้าตำลึง Mpreg(มีe-book) ติดเหรียญถาวร 7/4/67 19.00น.

นิยาย Dek-D

อัพเดต 07 เม.ย. 2567 เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2567 เวลา 12.22 น. • มณีสีแดง
ดวงวิญญาณของมาเฟียหนุ่มที่ตายด้วยน้ำมือของศัตรูได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างเกอน้อยที่แสนอาภัพ เพียงชั่วข้ามคืนชีวิตของเขากลับพลิกผัน จากพี่เลี้ยงกลายมาเป็นฮูหยิน ทั้งยังถูกสามีประคบประหงมราวกับไข่ในหิน

ข้อมูลเบื้องต้น

เพราะตระกูลของบิดาวางแผนกำจัดหลานชายและลูกสะใภ้รองที่ดูไร้ประโยชน์ในสายตาของพวกเขา
หลีซีซวนเกอน้อยผู้น่าสงสารโดนคนรักหักหลัง เท่านั้นยังไม่พอเขายังถูกบิดาแท้ ๆ ขายเพื่อแลกเงินเพียงแค่ห้าตำลึง
“การจากไปครั้งนี้ทำให้เขาสูญเสียบุตรชายไปตลอดกาล”
เมื่อดวงวิญญาณอีกดวงจากไปกลับมีวิญญาณดวงใหม่เข้ามาแทน
มาเฟียหนุ่มที่ตายด้วยน้ำมือของศัตรูได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างเกอน้อยที่แสนอาภัพ

เพียงชั่วข้ามคืนชีวิตของเขาพลิกผัน
จากพี่เลี้ยงกลายมาเป็นฮูหยิน ทั้งยังถูกประคบประหงมราวกับไข่ในหิน
เมื่อลูกชายตัวแสบของท่านแม่ทัพ
ทำให้ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัด
ปฏิบัติการเลี้ยงลูกแบบฮาดคอจึงเกิดขึ้น

*********
หมายเหตุ : นิยายเรื่องฮูหยินเกอห้าตำลึง เป็นนิยายวายนายเอกท้องได้ (Mpreg)
เน้นอ่านเพื่อความสนุก เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น เรื่องราวทั้งหมดไม่มีการอ้างอิงประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือทำซ้ำ สถานที่
ชื่อตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนเกิดจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น

ถูกหักหลัง

ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ สายตาคมของบุรุษร่างบางจ้องมองไปยังกระท่อมร้างหลังเล็กที่ตั้งอยู่กลางป่าที่อยู่ไม่ไกลจากตระกูลหลี ภาพที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็นร่างของบุรุษและสตรีทั้งสองกำลังพลอดรักกันอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

ดวงตาคมมีน้ำตาคลอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือเรียวกำเข้าหากันแน่น เขาจะไม่รู้เสียใจเท่านี้เลยถ้าคนทั้งคู่ที่กำลังพลอดรักกันไม่ใช่คู่หมั้นและน้องสาวของเขา

หลีซีซวนเกอน้อยที่ใบหน้างดงามราวกับสตรี ผิวของเขาขาวดุจหิมะ แม้จะมีร่างกายที่บอบบางแต่ยังคงดูสง่างามไม่ต่างจากคุณชายตระกูลใหญ่เลย

“พวกเจ้ากล้าหักหลังข้าได้อย่างไร”

ปากเรียวบางพึมพำออกมาเบา ๆ ในขณะเดียวกันดวงตาทั้งสองก็จ้องมองภาพตรงหน้าไม่วางตา ความรู้สึกของการถูกหักหลังมันทั้งเจ็บทั้งจุกอยู่ภายในอก

หลีซีซวนร่างกายสั่นเทาเขาพยายามพาร่างที่อ่อนแอของตัวเองเดินกลับไปที่เรือน ความผิดหวังจากบุรุษอันเป็นที่รักมันทำให้เขาเสียใจจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่

แต่แล้วเท้าทั้งสองข้าก็หยุดชะงัก ร่างบางเดินกลับไปที่กระท่อมหลังเล็กอีกครั้ง เขาจะทำให้บุรุษชั่วช้ากับสตรีที่ไร้ยางอายได้รับรู้ถึงความอัปยศ มือเรียวได้ตัดสินใจผลักเข้าไปด้านในทันที

ปัง!

กรี๊ดดด!!

“ซีซวน!”

สองร่างที่กำลังพลอดรักกันผละออกอัตโนมัติ หมิงเฟยอินเอ่ยชื่อคู่หมั้นออกมา ใบหน้าของทั้งคู่ไม่ได้ตกใจเท่าใดนัก ทั้งคู่รีบแต่งกายอย่างลวก ๆ แทนที่หลีเลี่ยงเลี่ยงจะอายนางกลับกรี๊ดออกมาเสียงดัง

เสียงของนางดังเข้าไปในเรือนตระกูลหลี จนกระทั่งผู้คนที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของนางต่างก็รีบออกมาดู น้ำเสียงที่ดูราวกับสิ้นหวังเอ่ยออกมาจากปากของหลีซีซวนแผ่วเบา แม้แต่จะเอ่ยวาจาออกมาเขาก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว

“พวกเจ้ามันชั่วนัก อีกคนก็คนที่ข้ารักส่วนอีกคนก็เป็นน้องของข้า เจ้าทั้งสองเหตุใดถึงทรยศข้าได้ลงคอ ฮึก!”

ร่างบางพยายามกลั้นตามตาเอาไว้ เขาไม่อยากให้คนพวกนี้เห็นความอ่อนแอที่ตนมี

“ทะท่านพี่ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ไม่หักห้ามใจ ฮือ ฮือ”

หลีเลี่ยงเลี่ยงเลี่ยงแสร้งบีบน้ำตาออกมา ดวงตากลมโตมีน้ำหยดลงมา มือเรียวบางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตนเองออกพร้อมกับมีเสียงสะอื้นไห้ สิ่งที่นางเอ่ยออกมานั้นราวกับว่านางกำลังรู้สึกผิด

สตรีบอบบางอย่างหลีเลี่ยงเลี่ยงเมื่ออยู่ในสายตาของหมิงเฟยอิน นางช่างน่าสงสารนัก เสียงเข้มเอ่ยออกมา หวังจะให้ร่างที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาหยุดร้องไห้

“เจ้าอย่าได้โทษตัวเอง ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะว่าข้านั้นรักเจ้า”

เสียงเข้มเอ่ยออกมาอย่างไม่ไว้หน้าผู้ที่เป็นคู่หมั้นของเขาเลย หลีเลี่ยงเลี่ยงได้ยินเขาเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมาจากปากหมิงเฟยอินนางก็หยุดร้องไห้ทันที ร่างบางปรายตามองพี่ชายของตนอย่างเหนือกว่า พลันคิดขึ้นมาในใจ ถึงอย่างไรเขาก็เลือกข้า เหอะ!เกออย่างเจ้าก็ฝันลม ๆ แล้งๆ ไปเถิด

“หมิงเฟยอินเมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ”

หลีซีซวนที่ตกตะลึงกับคำพูดของเขา เอ่ยถามออกมาอีกครั้ง ในใจของเขาตอนนี้ทั้งรักทั้งแค้นปนกันไปหมดแล้ว

“ข้าบอกว่าข้ารักน้องสาวของเจ้า เลี่ยงเลี่ยงคนที่ข้าพึงใจนั้นคือเจ้าไม่ใช่ซีซวน”

ร่างสูงหันมาพูดกับซีซวน ก่อนที่ประโยคสุดท้ายเขาจะหันไปบอกกับหลีเลี่ยงเลี่ยง

ตุ๊บ!!

ร่างของหลีซีซวนทรุดลงกับพื้น คู่หมั้นของเขากับน้องสาวของเขากำลังพลอดรักกันต่อหน้าเขา จิตใจดวงน้อย ๆ แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ร่างบางตอนนี้นั่งเหม่อราวกับว่าจิตวิญญาณได้หลุดลอยไป เขานึกว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่ความฝัน

เมื่อรุ่งเช้าเขาได้เข้าไปทำอาหารที่ห้องครัวใหญ่ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเรือนหลังเล็กเขาเหลือบ ๆ ไปเห็นหลีเลี่ยงเลี่ยงทำตัวแปลก ๆ นางแอบซ่อนจดหมายเอาไว้ใต้หมอน

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจทำให้เขาแอบเข้าไปอ่านจดหมายฉบับนั้น ลายมือนี้เขาจำได้ดี เป็นลายมือของหมิงเฟยอินคนรักของเขาอีกทั้งยังพ่วงด้วยตำแหน่งคู่หมั้น เนื้อหาที่อยู่ในจดหมายมันทำให้ร่างบางใจเต้นแรง เหตุใดคู่หมั้นของเขาถึงได้ส่งจดหมายมาให้หลีเลี่ยงเลี่ยงที่เป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องของเขา หลีซีซวนได้แต่คิดอยู่ในใจแม้แต่ตนเองที่เป็นคู่หมั้นของเขาแท้ ๆ หมิงเฟยอินก็ยังไม่เคยเขียนจดหมายมาหา

ร่างบางเก็บจดหมายเอาไว้ที่เดิมเขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะแอบตามน้องสาวไปตามที่อยู่ในจดหมายนี้ และแล้วความลับที่ทั้งคู่แอบลักลอบคบชู้นั้นก็ถูกเปิดเผย

ไม่นานหลังจากที่หลีเลี่ยงเลี่ยงได้กรีดร้องออกมา ทุกคนในเรือนก็วิ่งกรูกันเข้ามาดู ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นหมิงเฟยอินกับหลีเลี่ยงเลี่ยงแต่งกายไม่เรียบร้อยชุดของทั้งคู่หลุดลุ่ยออกมา เพียงเท่านี้พวกเขาก็พอจะเดาเรื่องราวทั้งหมดออกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“พวกเจ้าทุกคนตามข้าไปที่เรือน!”

ยกเลิกการหมั้นหมาย

เสียงก้องกังวานของผู้นำตระกูลเอ่ยขึ้นมา แม้ว่าทุกคนต่างก็เร่งฝีเท้าไปยังตระกูลหลีเพื่อตรวจสอบเรื่องราวและต้นเหตุทั้งหมด หลีซีซวนเองก็ไม่กล้าเอ่ยวาจาใดออกมา

เขานั้นรู้ตัวดีเสมอว่าท่านปู่ของตนลำเอียงเพียงใด แม้ว่าคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาจะเป็นเรื่องจริงแต่ท่านแต่ก็ไม่ยอมปักใจเชื่อ เพียงเพราะว่าเขานั้นไม่ใช่หลานรัก

“เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะข้าเองขอรับ ข้าจะรับผิดชอบเอง”

หมิงเฟยอินเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น การกล้ายอมรับสิ่งที่ตัวเองทำมันให้ผู้นำตระกูลเบาใจลง แม้ว่าเรื่องนี้มันจะไม่ถูกต้องก็ตาม

“เจ้าทำให้หลานของข้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงถึงสองคน หมิงเฟยอินเจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร”

หลังจากที่ท่านปู่ของตนเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมา หลีซีซวนก็เงยหน้าขึ้นมามอง เขานึกแล้วเชียวว่าทุกอย่างมันต้องออกมาเป็นเช่นนี้
ท่านปู่ไม่คิดจะช่วยเขาตั้งแต่แรก

บรรยากาศภายในเรือนตกอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาใดออกมาเลย ทุกคนต่างก็รอฟังว่าหมิงเฟยอินจะรับผิดชอบเช่นไร มีเพียงหลินหวังฟางเท่านั้นที่ทนเห็นบุตรชายตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเช่นนี้ไม่ไหว นางจึงเอ่ยวาจาขอร้องออกมา

“ท่านพ่อช่วยให้ความเป็นธรรมกับซีซวนด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

“เจ้าอย่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้”

ผู้เป็นสามีรีบเข้ามาดึงแขนหลินหวังฟางออกไป เขาก้มลงมาพูดข้างหูของภรรยาเบา ๆ อีกทั้งเมื่อครู่นี้สายตาของท่านพ่อที่จ้องมองเขานั้นมันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แม้ว่าเขาจะเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลก็จริง แต่เขาเป็นเพียงบุตรคนที่สองคำพูดของเขาไม่ได้มีน้ำหนักขนาดนั้น

“ท่านพี่แต่ลูกของเรากำลังเสียเปรียบอยู่นะเจ้าคะ”

ผู้เป็นมารดาหันไปมองบุตรชายที่ยืนก้มหน้าเศร้าอยู่ นางตอบกลับสามีกลับไปเบา ๆ

“ถือเสียว่านี่ไม่ใช่วาสนาของลูกเรา เจ้าควรจะอยู่เงียบ ๆ”

หลีไห่ถิงบีบต้นแขนภรรยาของตนจนใบหน้าของนางเหยเก เขายิ่งไม่เป็นที่รักของท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ นางก็ยิ่งทำให้เขาดูแย่ในสายตาของท่านทั้งสองอีก เมื่อกลัวว่าภรรยาจะทำเรื่องงามหน้า หลีไห่ถิงจึงใช้แรงกระชากตัวของนางออกไปยังเรือนหลังเล็กของตนเอง

“ท่านพี่ ฮึก ข้าไม่ไป ข้าจะกลับไปช่วยลูก”

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

มือหนายกขึ้นมาตบไปที่ใบหน้าของภรรยาเต็มแรง ร่างผอมแห้งล้มไปกองอยู่ที่พื้น

ร่างเล็กๆ สะอื้นไห้ในขณะที่นอนอยู่ที่พื้น หัวอกของมารดานั้นเจ็บปวดนัก ยิ่งเห็นว่าบุตรชายของตนตกที่นั่งลำบากแล้วตัวเองไม่มีปัญญาเข้าไปช่วย นางเจ็บปวดเหลือเกิน ขนาดผู้เป็นบิดาแท้ ๆ ก็ยังเมินเฉยในขณะที่ลูกของตนเองถูกกระทำ

ฮือ! ฮือ!

“ถ้าข้าเห็นเจ้าออกไปด้านนอกอีก เจ้าไม่โดนแค่นี้แน่”

หลีไห่ถิงเดินออกไปข้างนอกอย่างหัวเสีย เมื่อกลับมาสีหน้าของทุกคนก็เริ่มดูดีขึ้นมีเพียงบุตรชายของเขาเท่านั้นที่ส่ายหน้าออกมาด้วยความผิดหวัง

“หลีไห่ถิง”

“ขอรับท่านพ่อ”

“หมิงเฟยอินจะต้องรับผิดชอบต่อหลีเลี่ยงเลี่ยง ซึ่งนั้นหมายความว่าสัญญาหมั้นหมายที่เคยให้ไว้กับหลีซีซวนจะต้องยกเลิกและจัดพิธีแต่งงานให้เลี่ยงเลี่ยงกับหมิงเฟยอินโดยเร็ว ในฐานะที่เจ้าเป็นบิดาเจ้าคิดเห็นอย่างไร”

ในสายตาของผู้นำตระกูลนั้น บุตรชายคนที่สองของเขาทั้งขี้ขลาดและไม่เอาไหน เพียงแค่บิดามารดาเอ่ยวาจาใดออกมาเขาก็เห็นด้วย สายตาคมของผู้นำตระกูลหันไปมองที่ฮูหยินของตน

“ไห่ถิงเจ้าลองคิดตามที่แม่พูดเถิด หลีซีซวนนั้นถ้าถอนหมั้นกับหมิงเฟยอินไปเขาเพียงแค่เสียชื่อเสียง แต่เลี่ยงเลี่ยงของเรานั้นได้ถูกพรากความบริสุทธิ์ไปหมดแล้ว เจ้าจะไม่เห็นแก่หลานสาวเชียวรึ”

สายตาขี้ขลาดของหลีไห่ถิงหันไปมองหน้าของทุกคน เลี่ยงเลี่ยงเป็นบุตรสาวของพี่ใหญ่แถมยังเป็นหลานสาวของเขาอีก ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปหลานสาวของเขาก็จะเสียหาย

อีกทั้งยังกระทบต่อหน้าตาของตระกูล แล้วบุตรชายคนเล็กของพี่ใหญ่ที่กำลังเป็นบัณฑิตอยู่ตอนนี้จะขายหน้าเพียงใด เมื่อคิดได้ดังนั้นหลีไห่ถิงจึงเอ่ยออกมาเห็นด้วยกับการตัดสินใจของบิดามารดาตนเอง

“ให้หมิงเฟยอินรับผิดชอบเลี่ยงเลี่ยงเถิดขอรับ นางก็เป็นหลานสาวของข้าเช่นกัน”

“ไห่ถิงของพ่อ วันนี้เจ้าทำให้พ่อภูมิใจนัก”

เพียงแค่คำชมที่ออกมาจากปากของบิดาทำให้เขายิ้มแก้มปริแล้ว หลีไห่ถิงไม่สนใจบุตรชายของตนเลย

“ไห่ถิงเจ้าอย่ามัวยิ้มกริ่มอยู่เลย รีบพาซีซวนกลับไปพักเถิด เขาเจอเรื่องหนัก ๆ มากพอแล้ว”

เมื่อได้ยินพี่ชายเอ่ยออกมา ผู้เป็นมารดาก็หันไปมองหน้าของบุตรชาย ด้วยความหงุดหงิดทำให้เขาเข้าไปลากแขนของหลีซีซวนออกไปทันที

“ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงไม่ช่วยข้า”

ร่างเล็ก ๆ เอ่ยถามออกมา น้ำเสียงของเขามันเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“เจ้าไม่เห็นใจเลี่ยงเลี่ยงรึ”

“แต่ข้าคือคู่หมั้นของหมิงเฟยอินนะขอรับ เหตุใดทุกคนจึงทำเช่นนี้กับข้า”

ความน้อยเนื้อต่ำใจถูกเขาเอ่ยออกมาจนหมด เขารู้สึกว่าในตระกูลนี้นอกจากท่านแม่แล้วไม่มีผู้ใดเห็นใจเขาบ้างเลย

“ต่อไปนี้อย่าได้พูดเช่นนี้อีก ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ที่เจ้าได้หมั้นหมายกับหมิงเฟยอิงก็เพราะว่าครอบครัวของทางนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับร่างกายบุรุษพิเศษ พวกเขาแค่อยากได้เจ้าไปคลอดบุตรให้เท่านั้น เจ้าคิดว่าหมิงเฟยอินจะชอบเจ้ารึ”

ความจริงที่หลุดออกมาจากปากของบิดา มันทิ่มแทงใจของหลีซีซวนนับไม่ถ้วน เขานั้นมีใจให้หมิงเฟยอินมาโดยตลอด แม้ว่าเรื่องหมั้นหมายจะเป็นเพียงความเชื่อของตระกูลหมิงก็ตาม

จากคู่หมั้นของตนกลายเป็นว่าที่สามีของน้องสาว หลีซีซวนได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนกับสิ่งที่ตนเองกำลังพบเจอ

รวมหัวกัน

เรื่องราวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นมันทำให้ผู้นำตระกูลต้องคิดหนัก ถ้าปล่อยเอาไว้เช่นนี้มีแต่เสียกับเสีย เขาจะต้องรีบหาทางออกให้เร็วที่สุด

“ท่านกำลังคิดสิ่งใดอยู่รึเจ้าค่ะ”

ฮูหยินหนิงเหอเอ่ยถามผู้เป็นสามี นางใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขามาสี่สิบปีย่อมดูออกว่าผู้เป็นสามีนั้นไม่สบายใจ

“ข้ากำลังคิดเรื่องซีซวนอยู่ เมื่อถูกถอนหมั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นขี้ปากของชาวบ้าน คราวนี้จะมีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับซีซวนเล่า”

“เรื่องนี้ไว้ข้าจะไปปรึกษาหลีไป๋เฉิงดู บุตรคนนี้ฉลาดหลักแหลมเขาน่าจะมีทางออกให้เราได้บ้าง”

“ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า นี่ข้าลืมไปได้อย่างไร”

ทั้งคู่เอ่ยถึงบุตรชายคนโตด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข บุตรชายที่ให้ทำสิ่งใดก็ได้ดั่งใจไปซะทุกอย่าง อีกทั้งยังมีหลานชายที่เป็นบัณฑิตอีก ช่างทำให้ตระกูลมีหน้ามีตาเหลือเกิน ช่างผิดกับบุตรชายคนเล็กนัก ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องอีกทั้งมีบุตรก็ร่างกายบอบบาง ไม่มีความสามารถใดแถมยังไม่มีประโยชน์อีก

…….

“ท่านพ่อ ท่านแม่ป่วยขอรับ ท่านช่วยมาเฝ้าท่านแม่ก่อนได้หรือไม่ ข้าจะไปตามหมอ”

“ไปตามหมอให้เปลืองค่ารักษาทำไม เดี๋ยวแม่เจ้าก็หาย”

หลีซีซวนที่กำลังจะก้าวเท้าออกไปจากเรือนถึงกับต้องชะงัก เขาเดินคอตกกลับเข้ามาด้านใน สายตาคมจ้องมองไปที่ร่างของมารดาอย่างสงสาร ร่างผอมแห้งตัวร้อนดั่งไฟ อีกทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ร่องรอยที่อยู่ตามตัวของท่านแม่คงเป็นฝีมือท่านพ่ออีกตามเคย

เนื่องจากท่านพ่อของเขาไม่ได้เป็นที่รักของท่านตาท่านยาย เวลาที่ท่านโดนดุหรือถูกต่อว่าก็มักจะกลับมาทำร้ายท่านแม่อยู่เสมอ
บางครั้งก็ลงไม้ลงมือกับเขาด้วย ครอบครัวของเขาได้อยู่ที่เรือนไม้หลังเล็กช่างต่างจากครอบครัวของท่านลุงที่อยู่เรือนใหญ่อย่างสบายใจ

“เช่นนั้นข้าจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ท่านแม่”

“แล้วแต่เจ้า ดูแลกันเองเถิดข้าต้องไปแล้ว อย่าให้รู้นะว่าเจ้าแอบไปตามหมอ”

สายตาของเขามองไปยังแผ่นหลังบิดาที่เดินออกจากเรือนไป ที่ท่านพ่อไม่ให้เขาไปตามท่านหมอมานั้นเพราะไม่อยากให้เดือดร้อนเรื่องเงิน ท่านจะโดนว่าเอาได้เขาอยากจะถามเหลือเกินว่าเหตุใดท่านพ่อไม่ดูแลเขากับแม่อย่างที่ทำกับครอบครัวท่านลุงบ้าง หลีไห่ถิงจะต้องออกไปรับจ้างเพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่น่าขันนักผู้ที่เก็บเงินกลับเป็นท่านยายแทนที่จะให้ภรรยาเป็นผู้เก็บเงิน

ทั้งเรือนมีท่านพ่อของเขาหาเงินเพียงคนเดียว บางครั้งข้าวสักมื้อก็ยังไม่ยอมแบ่งมาที่เรือนหลังเล็ก พวกเขาต่างก็อ้างว่าค่าใช้จ่ายไม่พ่อ ในขณะที่หลีซีซวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา มือเรียวบางก็เช็ดตัวให้มารดาไปด้วย

“อือ หนาว”

“ท่านแม่ ท่านเป็นเช่นไรบ้างขอรับ เจ็บตรงไหนหรือไม่”

“แม่ดีขึ้นมากแล้ว ทะท่านพ่อของเจ้าเล่า”

นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก สายตาของนางมองหา ผู้เป็นสามี นี่มันก็ดึกมากแล้ว เขาหายไปไหนอีก

“ท่านพ่ออารมณ์ไม่ดีขอรับ สงสัยจะออกไปเดินเล่น ท่านแม่อย่าได้คิดมากเลยพักผ่อนเถิดข้าจะทายาให้”

“ซีซวนของแม่ เจ้าเป็นเช่นไรบ้างแม่ขอโทษที่ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลย”

ดวงตาของผู้เป็นมารดาเริ่มมีน้ำใส ๆ เอ่อล้นออกมา พลันมองไปที่บุตรชายอย่างเวทนา

“มันผ่านไปแล้วขอรับ ท่านพ่อได้ตัดสินใจออกไปแล้ว”

หลินหวังฟางยกแขนของตัวเองไปลูกที่ใบหน้าของบุตรชายเบา ๆ นางรู้ว่าซีซวนผิดหวังแค่ไหนและนางก็รู้อีกเช่นกันว่าสามีของนางนั้นหลงเชื่อแต่คำพูดของบิดามารดา จนไม่เห็นใจนางกับลูก

“เจ้าไม่โกรธท่านพ่อรึ”

“ข้าชินแล้วขอรับ ท่านพ่อคงไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ เลยตัดสินใจเช่นนั้นออกไป”

ตั้งแต่เล็กจนโตท่านพ่อก็ไม่เคยปกป้องเขาอยู่แล้ว เมื่อก่อนเขาเคยน้อยใจเพราะท่านดูแลลูกทั้งสองของท่านลุงเป็นอย่างดี แต่ไม่เคยสนใจลูกในไส้อย่างเขา เมื่อครั้งที่เขาเติบใหญ่ความรู้สึกของเขามันก็ชินและชาไปเอง

“คิดได้เช่นนั้นก็ดี เจ้าสองคนช่างขัดหูขัดตานัก หลบไปข้าจะเข้าไปนอน”

หลีไห่ถิงกลับเขามาได้ยินบุตรชายเอ่ยถึงพอดี ทันทีที่หันมามองร่างของภรรยาที่นอนขวางอยู่ก็พลันหงุดหงิดขึ้นมาอีก เขาจึงเริ่มฟาดงวงฟาดงาขึ้นมาอีกครั้ง หลีซีซวนพลันส่ายศีรษะเบา ๆ อารมณ์ของบิดาเขานั้นช่างเดาทางได้ยากเสียจริง

……….

เช้าวันถัดมา ผู้นำตระกูลกับฮูหยินก็ได้นำเรื่องที่หนักใจมาตลอดทั้งคืนไปปรึกษาบุตรชายคนโต ในขณะเดียวกันลูกสะใภ้คนโตก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วย

“เจ้าทั้งสองช่วยพ่อคิดทีเถิด ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี ที่จะไม่ทำให้ตระกูลของเราเสียชื่อเสียงไปโดยเปล่าประโยชน์”

สองสามีภรรยากันมาสบตากับ พลันยกยิ้มที่มุมปาก พวกเขาอยากจะกำจัดหลีซีซวนออกไปให้พ้นหน้าของบุตรสาว ถ้าเด็กคนนั้นยังอยู่ที่นี่บุตรสาวของพวกเขาจะต้องไม่พอใจเป็นแน่

“ข้าขอพูดได้หรือไม่เจ้าคะ”

จินหนิงเหมยลูกสะใภ้คนโตได้เอ่ยขึ้นมากับบิดาและมารดาของสามี เมื่อเห็นทั้งคู่พยักหน้าในใจของนางก็ดีใจที่สุด วิธีนี้มันจะช่วยกำจัดหลีซีซวนออกไปให้ไกลจากบุตรสาวของนาง

“ข้าพอจะรู้จักกับแม่สื่อต่างแคว้นอยู่บ้างเจ้าค่ะ ถ้าท่านพ่อท่านแม่ไม่ว่าอะไรข้าอยากให้ลองใช้แม่สื่อต่างแคว้นช่วยให้ซีซวนออกเรือนเร็ว ๆ เจ้าค่ะ ถ้าออกเรือนไปกับบุรุษต่างแคว้นเรื่องที่ซีซวนถูกถอนหมั้นก็คงลือไปไม่ถึงต่างแคว้น ถ้าทำเช่นนี้เราจะได้ทั้งค่าสินสอดอีกทั้งเลี่ยงเลี่ยงก็จะไม่ถูกคนว่าร้ายว่าแย่งคู่หมั้นของซีซวน”

“ที่สำคัญเราจะต้องให้ซีซวนออกเรือนโดยเร็วที่สุด เพียงเท่านี้เลี่ยงเลี่ยงก็ไม่ถูกนินทาแล้วขอรับ แต่พวกเขาจะมุ่งเป้าไปที่ซีซวนแทน

ที่หักหลังหมิงเฟยอินหนีไปกับชู้ต่างแคว้น”

หลีไป๋เฉิงเอ่ยสมทบออกมา ทั้งสองสามีภรรยาต่างก็พูดช่วยกันทำให้บิดามารดานั้นเห็นด้วย

“เรื่องนี้พวกเจ้าทั้งสองไปจัดการได้เลย”

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากปากของผู้นำตระกูล ทั้งสองก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาให้กัน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...