โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทรัมป์” ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 48 ชั่วโมง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 02.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาเพิ่มระดับแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ว่า หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง สหรัฐฯ จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในตะวันออกกลาง

รายงานระบุว่า คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ทรัมป์เพิ่งส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ อาจเริ่มลดระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ขณะที่ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังสะท้อนความไม่ชัดเจนด้านเป้าหมายและกรอบเวลาของสงคราม แม้ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวเคยระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารอาจใช้เวลาราว 4-6 สัปดาห์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลัก

ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านบางส่วน โดยอนุญาตให้มีการส่งมอบและจำหน่ายน้ำมันอิหร่านที่อยู่บนเรือเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาความตึงตัวของอุปทานพลังงานโลก หลังช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก เผชิญภาวะชะงักงันอย่างหนักจากความขัดแย้งครั้งนี้

สถานการณ์ภาคสนามยังตอกย้ำความเสี่ยงของการขยายวงสงคราม หลังฝ่ายอิสราเอลระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลระยะ 4,000 กิโลเมตร จำนวน 2 ลูก ไปยังฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรที่เกาะดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้อาวุธพิสัยไกลในความขัดแย้งรอบนี้ โดยผู้บัญชาการทหารอิสราเอลระบุว่า พิสัยของขีปนาวุธดังกล่าวครอบคลุมเมืองหลวงสำคัญของยุโรปอย่างเบอร์ลิน ปารีส และโรมด้วย

นอกจากนี้ อิหร่านยังยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ตลอดสงครามซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วมากกว่า 2,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอล 15 ราย สะท้อนว่าความขัดแย้งกำลังก่อแรงสั่นสะเทือนทั้งด้านความมั่นคงและพลังงานต่อภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...