โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมอุตุฯ ประกาศ "ไทย" เข้าสู่ "ฤดูฝน" อย่างเป็นทางการ 15 พ.ค.นี้

Thai PBS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (14 พ.ค.2569) เวลา 10.20 น. ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน ว่า การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศล่าสุด พบว่า การเปลี่ยนแปลงของระบบลม ฟ้า อากาศ เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2569 ไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

ขณะเดียวกันลมในบรรยากาศระดับล่าง ระดับความสูง 1.5 กม. เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมประจำฤดูฝน ทำหน้าที่พัดพาความชื่นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ขณะที่ลมชั้นบนตั้งแต่ระดับ 10 กม.ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันออกปกคลุมประเทศไทย จากองค์ประกอบของสภาพอากาศดังกล่าว แสดงถึงการเริ่มต้นฤดูฝนในประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา ขอประกาศว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แม้ไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ลักษณะอากาศในช่วงเปลี่ยนฤดู อาจมีความแปรปรวน บางพื้นที่อาจมีอากาศร้อน มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะหนึ่ง จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างสมบูรณ์รูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมฤดูฝนในปีนี้ ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 10 โดยช่วงต้นฤดูฝน เดือน พ.ค.-มิ.ย. และช่วงปลายฤดูฝน เดือน ก.ย.-ต.ค. พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย มีประมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ส่วนช่วงกลางของฤดูฝน เดือน ก.ค.-ส.ค. ปริมาณการกระจายของฝนใกล้เคียงค่าปกติ

ส่วนสภาพอากาศกลางเดือน พ.ค.-มิ.ย. ฝนจะเพิ่มมากขึ้น และตกต่อเนื่อง อีกทั้งตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง

ขณะที่ช่วงปลายเดือน มิ.ย.-ก.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนลดลง เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง อาจทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่งผลต่อภาคการเกษตร ขอให้วางแผนการเพาะปลูกให้สอดกับปริมาณน้ำต้นทุน

ส่วนในเดือน ส.ค.-ก.ย. แม้คาดหมายว่า ฝนจะน้อยกว่าค่าปกติ แต่ยังมีฝนตกชุกหนาแน่น ตกหนักหลายพื้นที่ และตกหนักมากบางแห่ง ทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่

นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. อาจจะมีพายุหมุนเขตร้อน เคลื่อนที่ผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1-2 ลูก ขอให้เตรียมความพร้อมรับมือ ส่วนในเดือน ต.ค. ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ฝนเริ่มลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังมีฝนต่อไป และตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง

ทั้งนี้ ฤดูฝนของประเทศไทยตอนบน คาดว่า จะสิ้นสุดในเดือน ต.ค. ส่วนภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะยังมีฝนตกต่อเนื่องไปถึงเดือน ธ.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เปิดศูนย์ติดตามฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน เพื่อติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หลังจากในช่วงวันที่ 14–18 พ.ค.2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน ทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามัน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว

อ่านข่าว :

สภาพอากาศวันนี้ ทุกภาคมีฝน ใต้ตกหนัก กทม.-ปริมณฑล ฝน 60%

เนปาลเปิดเส้นทางพิชิต "เอเวอเรสต์" รับนักปีนเขา หลังภารกิจขึงเชือกสำเร็จ

"สมเด็จพระสังฆราช" ทรงพักพระกรณียกิจ 2 เดือน ฟื้นฟูพระอนามัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"พิพัฒน์" รับฟังทุกฝ่ายโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 คาด 2-3 เดือนได้ข้อสรุป

28 นาทีที่แล้ว

"เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอด ย้ำวิกฤตปากท้องประชาชนรอไม่ได้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“คอร์รัปชัน ภาครัฐ ฉุดต้นทุนธุรกิจพุ่ง 58% เปิด 10 หน่วยงาน รับสินบนสูงสุด

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รบ.เดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน "ภราดร" เผย ภท.ถกร่างแก้ รธน. 19 พ.ค.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...