โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMO ปักธงปี 69 รายได้โต 10% โชว์ความพร้อมรับรัฐปรับสูตร B10-B20

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 09.28 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งในด้านกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ หากรัฐบาลมีนโยบายดำเนินมาตรการปรับสูตรน้ำมันไบโอดีเซลเป็น B10 และ B20 จากเดิมที่ใช้ B5 ในปัจจุบัน โดยปัจจุบันโรงงานสาขาพนมกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบเครื่องจักร ซึ่งคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตมากกว่าร้อยละ 90 ในช่วงฤดูกาลที่จะมาถึงในเดือนเมษายนนี้ ขณะที่สาขาท่าชนะ สาขาเอ แอล ปาล์ม (ชุมพร) และสาขาสระบุรี ได้เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้ว ส่วนโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 315 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง ประกอบด้วย สาขาท่าชนะ 75 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง สาขาพนม 150 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง (รวมกำลังการผลิตใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นอีก 75 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง) สาขาชุมพร เอ แอล ปาล์ม 60 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง และสาขาสระบุรี 30 ตันปาล์มสดต่อชั่วโมง โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะสามารถผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ถึง 270,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณไบโอดีเซลได้มากกว่า 270 ล้านลิตร (ปริมาณการผลิตไบโอดีเซลขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและกระบวนการผลิต ซึ่งแต่ละสูตรอาจให้ผลผลิตไม่เท่ากัน ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นการประมาณการเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจง่าย) ซึ่งหากรัฐบาลปรับสูตรไบโอดีเซลโดยหันมาสนับสนุน B10 และ B20 เมื่อคำนวณจากปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศปัจจุบันที่ประมาณ 65-75 ล้านลิตรต่อวัน หรือเฉลี่ยราว 70 ล้านลิตรต่อวัน จะส่งผลให้ความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้น จากสัดส่วน B5 ในปัจจุบันที่มีความต้องการ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 7 ล้านลิตรต่อวันสำหรับสัดส่วน B10 และเพิ่มเป็น 14 ล้านลิตรต่อวันสำหรับสัดส่วน B20 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลอาจไม่สามารถทำได้ทั้งหมดในคราวเดียว โดยอาจปรับเป็น B20 เฉพาะส่วนที่นำไปใช้กับเครื่องยนต์ทางการเกษตรและภาคขนส่งเครื่องจักรหนัก ส่วนภาคการบริโภคทั่วไปยังต้องติดตามนโยบาย B10 ต่อไป

บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเครื่องจักรและการจัดซื้อวัตถุดิบในทุกสาขา เพื่อรองรับฤดูกาลปาล์มที่จะออกสู่ตลาดในเดือนเมษายนนี้เป็นอย่างดี โดยคาดการณ์ว่าผลผลิตในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 3-5 ขณะที่กำลังการผลิตรวมของทั้งอุตสาหกรรมในประเทศ คาดว่าจะมีน้ำมันปาล์มดิบเพียงพอสำหรับการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B7 มาเป็น B10 หรือ B20 ในภาคการขนส่งได้อย่างแน่นอน สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และได้รับการยอมรับมากขึ้นในเวทีระดับโลก สืบเนื่องจากการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันปาล์มจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร โอลีโอเคมี และเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ก้าวเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero มากยิ่งขึ้น

ในส่วนของความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ คาดการณ์ว่าผลผลิตในปีนี้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3-5 จากปี 2568 หรืออยู่ที่ประมาณ 21-22 ล้านตัน (ยังไม่นับรวมกรณีหากมีการปรับสูตรน้ำมันไบโอดีเซล) ส่วนฝั่งการบริโภคคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2-3 โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยว ส่งผลให้ภาพรวมผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบของประเทศไทยคาดว่าจะอยู่ที่ 3.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1.5-2 เมื่อเทียบกับปี 2568 ทำให้ประเทศไทยยังคงรักษาระดับการเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ทั้งนี้ ประเทศไทยเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลักและส่งออกเฉพาะส่วนที่เกินจากความต้องการ ซึ่งแตกต่างจากอินโดนีเซียและมาเลเซียที่เน้นการส่งออกเป็นรายได้หลักของประเทศ

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิเติบโตที่ระดับร้อยละ 10 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้รวมประมาณการหากมีการปรับสูตรน้ำมันไบโอดีเซลเข้ามาเพิ่มเติม หลังจากในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีรายได้ทะลุ 9,900 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึงร้อยละ 53 และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 678.89 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึงร้อยละ 161 ซึ่งถือเป็นระดับรายได้และกำไรที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...