โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หุ้นเสียทรง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 พ.ค. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สิ่งที่น่าคิดสำหรับการลงทุนเที่ยวนี้คือ เดือนนี้ต้องเผชิญกับคำว่า sell on factแบบเต็มใจใช่ไหม? เพราะการทรุดตัวของดัชนีจนหลุดแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,500 จุด ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 1,489.29 จุด ลบไป 11.07 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.14 หมื่นล้านบาท มันทำให้นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ต้องเร่งปรับพอร์ตเพื่อไปซื้อหุ้นตรงแนวรับแรกที่บริเวณ 1,487 จุดแบบไม่มีข้อแม้ไงล่ะตัวเอง

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เกิดจากการขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,500 จุดอย่างมั่นคงในรอบที่ 3ทำไม่สำเร็จ ผนวกกับคนที่เรียนสัญญาณเทคนิคเป็นเวลานานจะรู้ดีว่า เมื่อครบ 3 รอบดัชนีจำเป็นต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ “โมนิก้า” ถึงภาวนาให้ดัชนีไม่หลุดแนวรับแรก และแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อรอเวลาขึ้นใหม่ หรือถ้าหลุดขึ้นมาจริง ๆ ต้องยอมถอยเพื่อดูปัจจัยรอบด้านเอื้อต่อการซื้อหุ้นรอบใหม่ขนาดไหนนะจ๊ะ

เหมือนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหุ้น THCOM เมื่อสัปดาห์ก่อนเป๊ะ ๆ เพราะวันนั้นหุ้นพุ่งขึ้นรับกำไรโตอย่างร้อนแรง แต่วานนี้กลับโดนขายหนักแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 11.80 บาท ลบไป 1.20 บาท หรือลงไป 9.23% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 601 ล้านบาท เรียกไดว่า “ขึ้นเท่าไหร่ ลงเท่านั้น”อีฉันเลยอยากให้นักลงทุนประเมินฐานหุ้นที่ย่ำเป็นประจำอยู่ที่ระดับ 11 บาทมีนัยสำคัญอะป่าว?

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น ERW เป็นรายถัดมา เพราะนี่คือรอบ 2ที่หุ้นวิ่งขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 2.84 บาทอีกครั้ง ผนวกกับสถานการณ์ของธุรกิจโรงแรมเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 2.76 บาท ลบไป 0.04 บาท หรือลงไป 1.43% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 147 ล้านบาท มีสิทธิ์ไปต่อได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่เอื้อให้เหมือนเมื่อก่อนนะคะ

ขนาดหุ้น MTC ที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ทยอยซื้อเพราะเชื่อว่ายังทำผลงานได้ดี แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านแนวต้านสำคัญที่ 32 บาทขึ้นไปสักทีแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่อึดอัดใจสุด ๆ เพราะภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นเวลา 2 เดือนครึ่ง แถมการขยับตัวของราคาหุ้นต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับกำไรที่ทำได้ อีฉันถึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่ระดับ 29.25 บาท ลบไป0.75 บาท หรือลงไป2.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย496 ล้านบาท น่าซื้อไหม?

ไหน ๆ มีเรื่องต้องคิดขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นโรงหนังอย่าง MAJOR เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 7.50บาท บวกไป0.60 บาท หรือขึ้นไป8.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย58 ล้านบาท อาจเป็นภาพที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักโหนกระแสแต่ถ้าดูเหตุการณ์ในช่วง 3 เดือนครึ่งจะเห็นว่า หุ้นยังไม่ผ่านแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 8.30 บาท จึงกลายเป็นเกมวัดใจว่า เที่ยวนี้จะทำสำเร็จไหม?..อิอิอิ

ส่วนคนที่ชอบหุ้นในสไตล์ช้าแต่ชัวร์คงต้องมองไปที่ TACC เพื่อชี้ให้เห็นภาพในช่วง 2 ปีมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ไล่ตั้งแต่ปี 66 มีกำไร 206 ล้านบาท ถัดมาในปี 67 มีกำไร 247 ล้านบาท และในปี 68 มีกำไร 299 ล้านบาท จึงอยากให้นักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่กำไรปี 69 จะเติบโตมีมากขนาดไหน? หลังไตรมาส 1 ทำกำไรได้เกือบ 100 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้รู้ว่า การยืนปิดที่ระดับ5.70 บาท น่าซื้อลงทุนไหม?

ปิดท้ายกันที่หุ้น OKJ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นหุ้นดาวร่วงอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเป็นเวลา 1 ปี 3 เดือนที่ราคาหุ้นตกอยู่ในสถานการณ์ลงลูกเดียวพร้อมกับทำออลไทม์โลว์ให้เห็นเป็นระยะ “โมนิก้า” ถึงไม่อยากคอมเมนต์การยืนปิดที่ระดับ3.16 บาท ลบไป0.04 บาท หรือลงไป1.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางเป็นก้นเหวของเที่ยวนี้ เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า อาหารสุขภาพในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้..โตยากนะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...