โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กัณฑรา” ชี้ SET ผันผวน แนะกลยุทธ์ “ลงซื้อ-ขึ้นขาย” ชู DELTA-ADVANC-TRUE น่าสะสม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 03.57 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (24 เม.ย.69) ว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังมีแนวโน้มผันผวน โดยประเด็นที่ต้องติดตามเป็นอันดับแรกยังคงเป็นสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทย ขณะที่ปัจจัย MSCI ยังเป็นประเด็นรองที่กดดันตลาดในระยะสั้น

อีกทั้งปัจจัยทางเทคนิค มองว่าระดับ 1,460 จุดเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยาที่สำคัญ หากดัชนี SET ไม่สามารถกลับมายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ อาจมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบบริเวณ 1,450 จุด และอาจไหลลงลึกถึงบริเวณ 1,430 จุดได้ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงแรงยังเป็นจังหวะให้ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีเป็นรายตัว

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ใช้แนวทาง “ลงแรงซื้อ ขึ้นแรงขาย” โดยเน้นการซื้อขายในเชิงเทรดดิ้งระยะสั้น มากกว่าการถือครองระยะกลางถึงยาว เนื่องจากภาพรวมตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยนักลงทุนอาจแบ่งไม้เข้าซื้อบริเวณ 1,450 จุด และ 1,430 จุด ตามลำดับ

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในช่วงตลาดอ่อนตัว ได้แก่ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงและมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง อาทิ DELTA, ADVANC และ TRUE โดยมองว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวเป็นหุ้นหลักที่มีโอกาสฟื้นตัวได้ หากตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-on อีกครั้ง โดยเฉพาะ ADVANC และ TRUE ที่ปรับตัวลงมาจนมีอัพไซด์น่าสนใจ

ขณะเดียวกัน มองว่าประเด็นการเตรียมออกพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาทของรัฐบาล หากนำไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างถูกวัตถุประสงค์ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหากเม็ดเงินถูกใช้เพื่อกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และการขับเคลื่อนจีดีพี ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลัง

ทั้งนี้ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แบ่งเป็นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA และ WHA ซึ่งมีโอกาสรับอานิสงส์จากการลงทุน ขณะที่หุ้นกลุ่มบริโภค ค้าปลีก และไฟแนนซ์ มีโอกาสได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น โครงการคนละครึ่ง หรือมาตรการสนับสนุนการบริโภคอื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังมองว่ามาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และโซลาร์รูฟท็อป เป็นทิศทางที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจระยะยาว เนื่องจากช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน และเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะหากมีมาตรการสินเชื่อสนับสนุนจากสถาบันการเงิน รวมถึงแนวคิดนำรถเก่าแลกรถใหม่ ซึ่งเคยใช้ในต่างประเทศและสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่ การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ยังเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...