เกาหลีใต้ ถูกจัดเข้าบัญชี Monitoring List ของกระทรวงการคลังสหรัฐ
สหรัฐ เพิ่ม เกาหลีใต้ เข้าบัญชี Monitoring List ของสหรัฐ ปมเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และเกินดุลการค้าทวิภาคีอย่างมีนัยสำคัญกับสหรัฐ
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐได้เพิ่มเกาหลีใต้เข้าไปในบัญชีรายชื่อประเทศที่ถูกจับตาเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Monitoring List) ร่วมกับญี่ปุ่นและเยอรมนี ขณะเดียวกันก็วิพากษ์วิจารณ์จีนว่าขาดความโปร่งใสในการบริหารจัดการสกุลเงินของประเทศ
ในรายงานการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศครึ่งปีของกระทรวงการคลังสหรัฐ ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ย.) ซึ่งเป็นรายงานฉบับสุดท้ายในรัฐบาลนายโจ ไบเดน ระบุว่า ไม่มีพันธมิตรทางการค้ารายใหญ่ของสหรัฐรายใดที่บิดเบือนสกุลเงินของประเทศและดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ได้เปรียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือส่งผลกระทบต่อดุลการชำระเงิน
ครั้งหลังสุดที่กระทรวงการคลังกำหนดให้เป็นเทศประเทศหนึ่งเป็น "ผู้บิดเบือนสกุลเงิน" คือในปี 2562 เมื่อรัฐบาลสมัยแรกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้จีนเป็นประเทศที่มีพฤติกรรมบิดเบือนสกุลเงิน แต่ใน 5 เดือนหลังจาก สหรัฐได้ยกเลิกสถานะดังกล่าว ในระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้า
ประเทศส่วนใหญ่ที่อยู่ในรายชื่อยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากรายงานเมื่อเดือนมิ.ย. มากนัก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม แต่มาเลเซีย ซึ่งอยู่ในรายชื่อเมื่อเดือนมิ.ย. ได้ถูกตัดออกไปแล้ว
คู่ค้าทางการค้าจะถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีรายชื่อ ต่อเมื่อมีเงื่อนไขตรงตามเกณฑ์ 2 ใน 3 ประการ ภายใต้กฎหมายปี 2558 ได้แก่
- มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐอย่างน้อย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
- บัญชีเดินสะพัดเกินดุลของประเทศเทียบเท่ากับ หรือมากกว่า 3% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งบ่งชี้ถึงการออมที่มากกว่าการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
- ประเทศได้ดำเนินการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหลายต่อหลายครั้ง (อย่างน้อย 8 ใน 12 เดือน ) โดยมีการซื้อสกุลเงินต่างประเทศสุทธิเป็นจำนวนอย่างน้อย 2% ของ GDP ภายในระยะเวลา 12 เดือน
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า เกาหลีใต้ถูกเพิ่มเข้าใน "Monitoring List" ของกระทรวงการคลังสหรัฐ หลังจากปฏิบัติตรงตามเกณฑ์ 2 ประการ ได้แก่ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ และการเกินดุลการค้าทวิภาคีกับสหรัฐ
กระทรวงการคลังของเกาหลีปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ อ่อนค่าลงถึง 0.5% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ (15 พ.ย.) แม้ว่าผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้จะปล่อยให้ตลาดเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน แต่บางครั้งก็จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อแก้ไขความผันผวนที่มากเกินไปผ่านการดำเนินการปรับสมดุล โดยในเดือนเม.ย. ทางการเกาหลีใต้ได้ออกคำเตือนที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักแก่ผู้เข้าร่วมตลาด หลังจากเงินวอนร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
รายงานดังกล่าวของกระทรวงการคลังของสหรัฐจัดทำขึ้นตามคำสั่งของรัฐสภา ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกดดันคู่ค้าที่ถูกสงสัยว่ากดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราโดยไม่เหมาะสม เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าในปัจจุบันได้กระตุ้นให้หลายประเทศเข้าแทรกแซงเพื่อสนับสนุนสกุลเงินท้องถิ่นของตน
กระทรวงการคลังสหรัฐเน้นย้ำคำวิจารณ์จีนอีกครั้ง โดยเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นในนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน โดยระบุว่าการที่จีนไม่ยอมเปิดเผยการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนและการขาดความโปร่งใสในวงกว้าง ทำให้จีนกลายเป็นประเทศนอกรีตในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก และสมควรได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ แม้ว่าการถูกกำหนดให้เป็น "ผู้บิดเบือนสกุลเงิน" จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ตามมาในทันที แต่กฎหมายจะทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องร่วมมือกับประเทศที่ถูกจัดเข้าบัญชี เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราแลกเปลี่ยน และหากยังคงถูกจัดอยู่ในบัญชีต่อไปเป็นเวลา 1 ปี อาจมีการลงโทษ เช่น การถูกตัดสิทธิ์จากสัญญากับรัฐบาลสหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com