โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกวัคซีนอีโบลาล่าสุด 30 นาทีสู่เกราะป้องกัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ก.พ. 2568 เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

องค์การอนามัยโลก (WHO) และพันธมิตรได้จัดส่งวัคซีนอีโบลา ที่ทดลองต้านไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานไปยังยูกันดาแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

วัคซีนที่มีชื่อว่า IAVI C108 หรือ rVSVΔG-SUDV-GP จำนวน 2,160 โดส ได้ถูกลำเลียงไปยังกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568

วัคซีนอีโบลา

เทคโนโลยีล้ำสมัยเบื้องหลังวัคซีนอีโบลา

IAVI C108 เป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยองค์กร International AIDS Vaccine Initiative (IAVI) โดยใช้เทคโนโลยีไวรัสเวสิคูลาร์สโตมาไตติสแบบดัดแปลงพันธุกรรม (rVSV) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับวัคซีน ERVEBO ที่ใช้ป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ไซแอร์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว วัคซีนนี้ถูกออกแบบให้ฉีดเพียงครั้งเดียวและคาดว่าจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างรวดเร็ว

การทดลองทางคลินิกที่น่าจับตามอง

การทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ของ IAVI C108 เริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2566 ในสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความปลอดภัยและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีน การทดลองนี้จะทดสอบวัคซีนในปริมาณ 3 ระดับ คือ 2 × 106, 2 × 107 และ 2 × 10^8 PFU โดยมีผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด 36 คน

ผลการทดลองในสัตว์ที่น่าตื่นเต้น

ข้อมูลจากการทดลองในสัตว์พบว่า IAVI C108 สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานในลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะได้รับเชื้อหลังจากฉีดวัคซีนเพียง 30 นาที นอกจากนี้ ยังพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแม้ใช้ในปริมาณต่ำเพียง 2 × 10^2 PFU

ความพยายามระดับโลกในการเตรียมพร้อม

การจัดส่งวัคซีนทดลองครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาด โดย WHO ยังได้จัดสรรเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนฉุกเฉินเพื่อเร่งการควบคุมการระบาดอีกด้วย ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่ได้รับการอนุมัติสำหรับไวรัสซูดาน ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 41-100% ในการระบาดที่ผ่านมา

การส่งวัคซีนทดลองนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระดับโลกในการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อร้ายแรง

ผู้อำนวยการบริหารของโครงการสุขภาพฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) ดร. ไมค์ ไรอัน เดินทางเยือนประเทศยูกันดา เพื่อสนับสนุนการตอบสนองของรัฐบาลต่อการระบาดของโรคไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดาน

ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ดร. ไรอันได้เข้าเยี่ยมชมหน่วยแยกโรคของโรงพยาบาลมูลาโก ซึ่งมีการส่งทีมแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ที่ผ่านการฝึกอบรมมาล่วงหน้า เข้าปฏิบัติงาน
การพัฒนาหน่วยแยกโรค และการฝึกอบรมทีมแพทย์

การพัฒนาหน่วยแยกโรคแห่งนี้ รวมถึงการฝึกอบรมและการส่งทีมแพทย์เข้าปฏิบัติงาน ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก ในความร่วมมือกับธนาคารโลก การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานในประเทศยูกันดา

การสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระดับโลก ในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของโรคติดต่อร้ายแรงเช่นไวรัสอีโบลา ซึ่งต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

ที่มา: ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...