โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าฟ้าพระองค์ใด ทรงเคยเป็น “รัชทายาท” รัชกาลที่ 6

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

ช่วงที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ยังไม่ทรงมีพระมเหสีหรือพระราชโอรสและพระราชธิดา พระองค์จึงทรงแต่งตั้ง สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชอนุชาร่วมพระราชมารดาในพระองค์ ขึ้นเป็นรัชทายาท ทั้งนี้ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงมีชายา คือ “หม่อมคัทริน” ซึ่งเป็นชาวรัสเซีย และทรงมีพระโอรสที่ประสูติแต่หม่อมคัทริน คือ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทำให้เกิดความกังวลในหมู่พระญาติวงศ์และเสนาบดีถึงการเป็นรัชทายาทรัชกาลที่ 6

ความหวาดหวั่นต่อการมี “สะใภ้เจ้า” ชาวต่างชาติ

วีระยุทธ ปีสาลี เล่าเรื่องนี้ไว้ในบทความ “สะใภ้เจ้า : จากสตรีสามัญสู่สายสัมพันธ์แห่งราชตระกูล” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เดือนสิงหาคม 2561 ว่า

ความที่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงมีชายาเป็นชาวต่างชาติ ทำให้พระญาติวงศ์และเหล่าเสนาบดีบางส่วนกังวลว่า ราชบัลลังก์สยามจะตกอยู่ในสายเลือดชาวต่างชาติ แม้หม่อมคัทรินจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 6 ให้เป็น “สะใภ้หลวง” ก็ตาม

รัชกาลที่ 6 ทรงทราบความกังวลของผู้คนรอบพระองค์ จึงทรงมีพระราชดำรัสต่อพระราชอนุชาพระองค์นี้ว่า “ในส่วนตัวของเธอเองนั้นไม่มีใครรังเกียจ แต่เขาพากันรังเกียจเรื่องเมีย”

ความหวาดหวั่นเรื่องการตั้งรัชทายาทรัชกาลที่ 6 เป็นที่กล่าวถึงในหมู่เจ้านายและเสนาบดีอย่างมาก จน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ต้องทรงนำความขึ้นกราบบังคมทูลรัชกาลที่ 6 ให้ทรงคิดหาวิธีแก้ไขเสียก่อน ปรากฏหลักฐานตามที่หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงบันทึกว่า (จัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำโดยกอง บก. ศิลปวัฒนธรรม)

“ก่อนจะถึงวันประชุม ๒-๓ วัน สมเด็จกรมพระยาเทววงษ์ฯ และกรมพระนเรศวรฤทธิ์ได้เสด็จมาพบเสด็จพ่อที่กระทรวงมหาดไทย. กรมพระยาเทววงษ์ฯ ตรัสว่า ‘ในกรม, จะเกิดความเสียแล้ว!’ แล้วตรัสเล่าต่อไปว่า-‘มีองค์มนตรีพวกหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องรัชทายาท เพราะว่าทูลกระหม่อมเล็กมีเมียเป็นฝรั่งต่างชาติ์. เขาจะคัดค้าน… ฉันเห็นว่าควรจะกราบทูลให้ทรงทราบเสียก่อน ดีกว่าปล่อยให้มีเรื่องขึ้นในที่ประชุม’

เสด็จพ่อทูลรับรองว่าเห็นด้วย จึงปรึกษากันต่อไปว่าใครจะเป็นผู้กราบทูล. ซึ่งลงท้ายเสด็จพ่อตรัสว่า-‘ใต้ฝ่าพระบาททรงคอยอยู่นี่เถิด, เกล้ากระหม่อมจะเสี่ยงภัย run the risk เข้าไปกราบทูลเดี๋ยวนี้แหละ!’ แล้วก็ทรงพระดำเนินเข้าไปที่พระที่นั่งจักรี. พบพระยาบำเรอฯ ก็ตรัสบอกว่าให้เข้าไปกราบทูลว่าพระองค์ท่านขอพระราชทานเฝ้าสักประเดี๋ยว.

พระยาบำเรอฯ เข้าไปแล้วก็กลับออกมาเชิญเสด็จเข้าไปทันที. เสด็จพ่อก็กราบทูลตามที่ได้ทราบมาและกราบทูลว่าที่รีบเข้ามาก็เพราะเห็นว่าวันจวนประชุมอยู่แล้วจะได้ทรงมีเวลาคิดแก้ไขเสียก่อน.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับข่าวนั้นด้วยเข้าพระราชหฤทัยดีและตรัสตอบว่า-‘ไม่เป็นไร หม่อมฉันจะให้ตาเล็กทำปฏิญาณเสียก่อนว่า-จะไม่ยอมยกราชสมบัติให้กับลูกที่ไม่ได้เกิดจากผู้หญิงไทย’ เรื่องก็สงบเป็นอันเรียบร้อยไปได้

“เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ” รัชทายาทรัชกาลที่ 6

ต่อมา สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงมีลายพระหัตถ์ถึงรัชกาลที่ 6 พร้อมคำปฏิญญาว่าจะไม่ตั้งพระโอรสเป็นรัชทายาท ความว่า

“บุตรข้าพระพุทธเจ้าที่มีอยู่แล้วในเวลานี้ มีมารดาเปนคนสามัญ เพราะฉนั้นตามราชประเพณีในพระบรมราชวงษ์ ไม่สามารถจะมียศเปนเจ้าฟ้าได้เปนอันขาดไม่ว่าในเวลาใด เมื่อเปนเจ้าฟ้าไม่ได้เช่นนั้นแล้ว ก็ไม่สามารถจะเปนรัชทายาทได้เหมือนกัน เพราะยังมีเจ้าฟ้าพระองค์อื่นอยู่”

แม้รัชกาลที่ 6 จะทรงให้พระราชอนุชาทำหนังสือถวายคำปฏิญาณก่อนจะรับเป็นรัชทายาท แต่ก็ทรงทราบดีว่า การกระทำดังกล่าวอาจไม่เกิดผลใดๆ หากพระราชอนุชาได้ขึ้นครองราชย์ภายหลัง เพราะตามธรรมเนียมแล้ว พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลต่างๆ ดังที่ทรงมีพระราชปรารภว่า

“อันที่จริงการที่ลงความข้อนี้ไว้ในพระราชกฤษฎีกาก็ดี, หรือการบังคับให้น้องชายเล็กเขียนคำปฏิญญาก็ดี, ย่อมรู้สึกกันอยู่ว่าอาจที่จะไม่มีผลอะไรเลยก็ได้, เพราะถ้าต่างว่าฉันตายลง และน้องชายเล็กเธอได้เสวยราชย์, ดูก็ไม่เห็นมีอะไรที่จะเปนข้อห้ามมิให้น้องชายเล็กเธอสถาปนา…ขึ้นเปนเจ้าและทำให้ลูกเปนอุภโตสุชาติขึ้นโดยวิธีนั้น ว่ากันตามกฎมณเฑียรบาลใครเปนลูกพระอัคระมเหษีก็ต้องเรียกว่าเปนอุภโตสุชาติอยู่เอง มิใช้ว่าพระมเหษีนั้นจะต้องได้เปนเจ้ามาโดยกำเนิดก็หามิได้. แต่ครั้นจะกล่าวตรงๆ ว่าไม่ยอมให้ลูกครึ่งเปนรัชทายาทก็อาจที่จะเกิดเปนเรื่องฉาวขึ้น”

ในที่สุด สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ก็ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทรัชกาลที่ 6 โดยมีเงื่อนไขว่า พระองค์จะไม่ทรงตั้งพระโอรสที่ประสูติแต่หม่อมคัทรินเป็นรัชทายาทต่อไป

ความวิตกเรื่องสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงมีชายาเป็นชาวต่างชาติหายไป เมื่อทรงหย่าขาดกับหม่อมคัทริน และทรงตัดพระทัยใช้ชีวิตคู่ร่วมกับหม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ ทว่าเพียงไม่นานพระองค์ก็ทิวงคตเมื่อ พ.ศ. 2463

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าฟ้าพระองค์ใด ทรงเคยเป็น “รัชทายาท” รัชกาลที่ 6

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...