โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TU ไปต่อได้มั้ย? 6 เดือนราคารูด 22% โบรกฯ เสียงแตกแนะทั้ง “Trading” และ “ถือ” มองผลงานปี 68 ยังสดใส แม้กำไร Q4/67 ลด

Wealthy Thai

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 10.39 น.

ราคาหุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลงถึง 21.62% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 14.80 บาท เมื่อวันที่ 24 ก.ค.67 ขณะที่เมื่อวันที่ 24 ม.ค.68 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 11.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 409.41 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลด้านผลประกอบการไตรมาส 4/67 ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีกำไรลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ในส่วนของนักวิเคราะห์มีทั้งคำแนะนำ “Trading” และ “ถือ” หุ้น TU โดยมองว่าแม้กำไรไตรมาส 4/67 จะปรับตัวลดลง แต่คาดว่าไรปกติปี 2568 จะเติบโตเมื่อเทียบกับปี 2567
โดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “Trading” พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 16.50 บาท ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ที่ 1,140 ล้านบาท และคาดมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 121 ล้านบาท ทำให้กำไรปกติคาดอยู่ที่ 1,261 ล้านบาท (-13.6% จากไตรมาสก่อน, -9.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า อ่อนแอกว่าเดิมที่ บล.หยวนต้า ประเมินว่าจะทรงตัวได้แม้รายได้คาดยังทรงตัวได้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (+1.3% จากไตรมาสก่อน, -0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
แต่เนื่องจาก GPM คาดปรับลงจากไตรมาสก่อน เป็น 18.8% จากไตรมาสก่อนที่ 19.5% จาก GPM ถูกกดดันจากธุรกิจ Pet Care ที่จะปรับลงตามค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น และการกลับรายการขาดทุนสินค้าคงเหลือที่น้อยลง แต่เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีขึ้นจาก 17.8% หนุนจาก GPM ธุรกิจ Ambient คาด GPM ดีขึ้นจากราคาต้นทุนปลาทูน่าที่ปรับลง ขณะที่ SG&A/Sales คาดเพิ่มขึ้นเป็น 13.9% จาก 13.5% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาในการทำ Transformation ธุรกิจมากขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายขนส่งทางเรือ และค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้น นอกจากนี้เราคาดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ 178 ล้านบาท (-35.4% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุน 398 ล้านบาท ในไตรมาส 4/66)
ทั้งนี้ ประเมินแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/68 จะชะลอจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง Low season ที่คำสั่งซื้อจะชะลอลง ประกอบกับจะรับรู้ราคาต้นทุนปลาทูน่าที่เริ่มปรับขึ้นและเริ่มรับรู้ผลจากภาษีส่วนเพิ่ม (Global Minimum Tax; GMT) อย่างไรก็ตาม คาดกำไรปกติจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดหวังการเริ่มเห็นการเติบโตของรายได้และ GPM จากการทำ Transformation ในไตรมาส 1/68 อย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ปัจจัยหลักต้องติดตามคือ 1) การบริโภคในยุโรปที่หากชะลอตัวแรงอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อ 2) ผลกระทบจาก GMT และมาตรการชดเชยผลกระทบของรัฐฯ ซึ่งเราคาดจะได้รับความชัดเจนมากขึ้นในประชุมนักวิเคราะห์หลังงบออกช่วงกลางเดือน ก.พ. 2568
อีกทั้งเบื้องต้น คงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ที่ 5,776 ล้านบาท (+11.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) นอกจากนี้คาดเงินปันผลจ่ายงวดครึ่งปีหลัง 2567 ของ TU ที่ 0.33 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Div.Yield ที่ 2.6%
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” จาก 1) แนวโน้มไตรมาส 4/67 คาดลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก 2) แนวโน้มราคาต้นทุนปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ Transformation 3) ผลกระทบจาก Global Minimum Tax ที่ประกาศใช้ในปีนี้ คาดผลประกอบการปี 2568 เติบโตเล็กน้อย 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปี 2569 จะกลับมาเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ให้ราคาเป้าหมายที่ 14.80 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...