โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขจัด ‘การเลือกปฏิบัติ’ ปกป้องสิทธิ ‘กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ’

The Reporters

อัพเดต 09 ธ.ค. 2564 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2564 เวลา 09.21 น.

สช.และภาคีเครือข่ายร่วมจัดเสวนาขจัดการเลือกปฏิบัติ มุ่งสู่ความเป็นธรรมระหว่างเพศ พร้อมร่วมกันประกาศปฏิญญาปกป้องสิทธิ-เสรีภาพ “กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ” สร้างความเท่าเทียมกันในสังคม เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพิ่มการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ครอบคลุมมากขึ้น

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย จัดเวทีเสวนาโต๊ะกลม “การขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อความเป็นธรรมระหว่างเพศ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Side Event) ของการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงความก้าวหน้า แนวทางการดำเนินงาน รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 เรื่อง วิถีเพศภาวะ: เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว

ทั้งนี้ ตัวแทนจากแต่ละภาคส่วนที่เข้าร่วมภายในงาน ซึ่งประกอบทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายภาคประชาสังคม ตัวแทนจากพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้มีการร่วมกันประกาศหมุดหมายและปฏิญญาเพื่อการขับเคลื่อนประเด็น “การขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อความเป็นธรรมระหว่างเพศ” ซึ่งจะปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล โดยขจัดการเลือกปฏิบัติหรือการไม่ยอมรับวิถีทางเพศสภาพ ที่ยังคงมีอยู่หลากหลายในสังคมไทย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า เรื่องของวิถีทางเพศสภาพนั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญ ซึ่งแม้ขณะนี้คนทั่วไปบางส่วนอาจยังไม่ตระหนักหรือมองข้าม หากแต่ประเด็นเหล่านี้จะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในอนาคตจะต้องเกิดความตระหนักรู้ และการยอมรับความแตกต่างด้านเพศภาวะ เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อเรื่องของสิทธิ ความเท่าเทียมกันในสังคม

“ความเสมอภาคเป็นสิ่งสำคัญในการรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งความเสมอภาคจะต้องมาพร้อมกับความเป็นธรรมของคนในสังคม และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ โดยสิ่งเหล่านี้ทุกฝ่ายอาจต้องเข้ามาช่วยกันคิด ช่วยกันผลักดัน สร้างความตระหนักและเปลี่ยนเจตคติของสังคม ซึ่งลำพังหน่วยงานราชการอาจมีข้อจำกัด โดยเฉพาะความเคยชิน กรอบทัศนคติ รวมถึงประเด็นทางกฎหมาย ที่พรรคการเมืองอาจสามารถเข้ามาเป็นตัวเร่งในการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้” นพ.พลเดช กล่าว

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้อยากให้เป็นการสถาปนาศาสนาเสรีเพศ ซึ่งจะมีนัยยะเพื่อการเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนในสังคม ให้เปิดใจและทำความเข้าใจถึงความแตกต่างทางเพศ ว่าเหมือนกับความแตกต่างทางศาสนา ที่ผู้อื่นจำเป็นจะต้องเข้าใจและให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกับที่จะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงวัย กลุ่มความหลากหลายทางเพศ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือแม้แต่ผู้ที่เคยต้องโทษ ซึ่งมักจะถูกตีตราไปตลอดชีวิต

นายกิตตินันท์ ธรมธัช สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การถูกเลือกปฏิบัติที่สังคมเราประสบอยู่มีพื้นฐานหลักมาจาก 4 ข้อ คือ

1. ความไม่รู้ ไม่ตระหนัก

2. ความเกลียดชัง เกลียดกลัว

3. ทัศนคติความเชื่อ

4. กฎระเบียบ นโยบาย มาตรการต่างๆ รวมถึงกฎหมายที่ให้การปกป้องสิทธิและเสรีภาพเฉพาะเพศหลักเท่านั้น แม้การผลักดันสิ่งเหล่านี้จะมีความก้าวหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ หากแต่ปัจจุบันเรายังคงพบปัญหาการถูกเลือกปฏิบัติ แม้กรอบรัฐธรรมนูญเองจะห้ามไว้

“ตลอด 3 ปี ทางสมาคมฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนที่นำไปสู่กระบวนการยุติธรรมมากกว่า 70 เคส จากการถูกเลือกปฏิบัติของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นในการเข้ารับบริการสาธารณสุข การทำงาน การบริจาคเลือด การเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ หรือการแต่งกายตามเพศสภาพ จึงอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจถึงกรอบความคิดเรื่อง SOGIESC เพราะหากทุกคนยอมรับหลักนี้ ก็จะไม่มีใครถูกตราว่าเบี่ยงเบนทางเพศ และไม่ต้องมีการเลือกปฏิบัติอีก” นายกิตตินันท์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...