โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลอยเมืองจันท์หวั่นโอไมครอน โมซัมบิกแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ 70%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ธ.ค. 2564 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2564 เวลา 01.30 น.

ผู้ค้าพลอยจันทบุรี หวั่น “โอไมครอน” ทำพลอยดิบขาดหนัก เหตุต้องนำเข้าจากแหล่งใหญ่ในแอฟริกา-โมซัมบิก ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบพลอย นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีฯเผยล่าสุดบริษัทค้าอัญมณีรายใหญ่จาก กทม.เริ่มกว้านซื้อพลอยในเมืองจันท์แต่ไม่มีสินค้าขาย โรงงานเจียระไนทยอยปิดตัวเพียบ

ภาวะปกติจังหวัดจันทบุรี มีมูลค่าการค้าอัญมณีประมาณ 50,000 ล้านบาท/ปี แบ่งเป็นตลาดซื้อขายภายใน 20,000 ล้านบาท ตลาดเจียระไนพลอยเนื้อแข็งในรูปอุตสาหกรรมส่งออก มูลค่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งจันทบุรีเป็นฐานการผลิตที่สำคัญถึง 80-90%

แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด รัฐบาลมีมาตรการล็อกดาวน์ ผู้ซื้อชาวต่างประเทศเข้ามาซื้อในประเทศไทยไม่ได้ ตลาดพลอยจันท์ปิดต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด และมีพ่อค้าชาวแอฟริกันที่มาตั้งรกรากในจันทบุรี ส่งผลให้ยอดการขายตลอดช่วงปี 2563 ดิ่งลงต่อเนื่อง 80-90% และเพิ่งเริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วงนี้ปี 2564

แต่ล่าสุดเมื่อพบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” รัฐบาลไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางจาก 8 ประเทศเสี่ยงในทวีปแอฟริกาเข้าประเทศไทย ยิ่งทำให้เกิดผลกระทบ เพราะแหล่งวัตถุดิบพลอยส่วนใหญ่มาจากประเทศในแถบแอฟริกา

นายอดิศักดิ์ ถาวรวิริยะนันท์ นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาจันทบุรีขาดแคลนวัตถุดิบพลอยดิบอยู่แล้ว และพลอยที่มีอยู่ไม่เป็นที่ต้องการของลูกค้า และมีโรงงานเจียระไนปิดกิจการไปค่อนข้างมาก

ทำให้บริษัทอัญมณีขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่เข้ามาหาซื้อสินค้าพลอย และต้องการมาว่าจ้างโรงงานเจียระไน ไม่ได้สินค้าตามที่ต้องการ ต้องปรับตัวไปหาแหล่งพลอยจากที่อื่นทดแทน และยิ่งมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

รัฐบาลประกาศทำให้ต้องหยุดการเดินทางเข้าไปซื้อพลอย ขณะที่คนขายพลอยจากแอฟริกาใต้หลายประเทศก็เดินทางเข้ามาไทยไม่ได้ ยิ่งทำให้วัตถุดิบพลอยที่มีค่อนข้างน้อยอยู่แล้วได้รับผลกระทบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คงต้องดูสถานการณ์หลังปีใหม่ 2565 อีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่นายชายพงษ์ นิยมกิจ ประธานหอการค้า จ.จันทบุรี และอุปนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ที่ผ่านมาผู้ค้าพลอยในจันทบุรีประสบปัญหาขาดแคลนพลอยดิบที่จะนำมาเจียระไนอยู่แล้ว

เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา รัฐบาลสั่งปิดประเทศ ทางฝั่งผู้ซื้อหรือลูกค้าต่างชะลอการซื้อเครื่องประดับ ด้านผู้ขายจึงหยุดการผลิต และไม่มีการซื้อวัตถุดิบเข้ามา

แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้น ฝั่งผู้ซื้อฟื้นตัวก่อนเริ่มกลับมาจับจ่ายซื้อเครื่องประดับ แต่ฝั่งผู้ขายเตรียมการไม่ทัน ทำให้ขาดวัตถุดิบพลอยดิบไปเจียระไน ยิ่งมาพบสถานการณ์แพร่ระบาดของโอไมครอน รัฐบาลออกมาตรการประกาศไม่อนุญาตให้ผู้เดินทางจาก 8 ประเทศเสี่ยงในทวีปแอฟริกาเข้าประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อวัตถุดิบ

เนื่องจาก 1 ใน 8 ประเทศเสี่ยง มีประเทศโมซัมบิก ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของไทยมากกว่า 70% ถ้าปิดกั้นการเดินทางจะกระทบต่อการผลิต ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นและทำให้วงการค้าพลอยเริ่มหวั่นวิตก

“ตอนนี้ผลกระทบของโอไมครอนเพิ่งเกิดและอาจจะเร็วเกินไปที่จะประเมิน ที่ผ่านมาวัตถุดิบพลอยในประเทศขาดมาพักใหญ่แล้ว ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างชะลอการค้าขายจากสถานการณ์โควิด แต่พอฟื้นตัวผู้ซื้อมาก่อนผู้ขาย เพราะฉะนั้นจะมีช่วงของการขาดซัพพลายวัตถุดิบ

ขณะที่ตลาดผู้ซื้อยังไม่เปิดเต็มที่ คือ จีน ยังปิดประเทศ ฉะนั้น ผลกระทบชัด ๆ ยังไม่มี แต่ข้อเสีย คือ ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่ไม่มีคู่ค้าชัดเจนต่อเนื่อง อันนี้เหนื่อย เฉพาะในจังหวัดจันทบุรี ทำให้หยุดค้าไปประมาณ 40% จากครัวเรือนที่อยู่ในวงการค้าอัญมณีมีประมาณ 5,000 ครัวเรือน”

ด้าน นพ.อภิรักษ์ พิสุทธิ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันใน จ.จันทบุรี มีชาวแอฟริกันมาค้าขายพลอย และเป็นครูสอนภาษา 647 คน ตรวจสอบแล้วไม่ได้เดินทางกลับประเทศ แต่เดินทางไป-มาระหว่างจันทบุรี-กรุงเทพฯ

เมื่อเดือนพฤศจิกายนพบว่ามีผู้ค้าพลอยเดินทางมาจากประเทศในแอฟริกาใต้แต่ไม่ใช่ 8 ประเทศที่ห้ามเดินทาง เป็นชาวกินี มาลี ที่เข้ามาทำการค้าพลอยที่จันทบุรี 10 คน มีการตรวจไม่พบเชื้อ 6 คน และ 4 คนถูกกักตัวที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ผลตรวจไม่พบเชื้อ เดินทางมาจันทบุรีแล้ว และตรวจซ้ำไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

ส่วนกรณีการนำแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานตามมาตรา 64 ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ได้นำเข้าเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม มีมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยก่อนเข้ามาในประเทศ แรงงานต้องแสดงเอกสาร ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม (กรณีวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 1 เข็ม)

ผลตรวจ RT PCR หรือ ATK ภายใน 72 ชั่วโมง หรือเมื่อเข้ามาไทยตรวจครั้งที่ 1 ก่อนส่งที่กักตัว 7 วัน และก่อนออกจากกักตัววันที่ 6-7 ตรวจครั้งที่ 2 จากนั้นจึงให้นายจ้างรับตัวไปขึ้นทะเบียนแรงงาน และในช่วงระหว่างการทำงานจะต้องตรวจ ATK ทุก ๆ 7 วัน

ส่วนคนไทยที่อาจจะไปค้าขายกับประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ยังเดินทางกลับได้ แต่ต้องกักตัว 7 หรือ 14 วัน ตามกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...