โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สนามบินภูเก็ตงัดแผนรับคนใช้พุ่ง 17 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2561 เวลา 09.32 น.

*ท่าอากาศยานภูเก็ตพร้อมเปิดใช้อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเต็มรูปแบบ 25 มิ.ย.นี้ ยอมรับสร้างและปรับปรุงอาคารใหม่ ไม่ทันปริมาณผู้โดยสารที่พุ่งขึ้นไปกว่า 16-17 ล้านคน ขณะที่ความสามารถรองรับได้เพียง 12.5 ล้านคนต่อปี *

ตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ปีงบประมาณ 2553-2557 ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งเมื่อเดือนกันยายน 2559 ได้เปิดให้บริการไปแล้ว ส่วนการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมการขยายลานจอดอากาศยาน การก่อสร้างอาคารคลังสินค้า อาคารจอดรถยนต์ และสำนักงาน พร้อมระบบสาธารณูปโภค พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบสาธารณูปโภค ระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน จะทำให้ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รองรับปริมาณการจราจรทางอากาศได้ 20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง รองรับผู้โดยสารจากเดิม 6.5 ล้านคนต่อปี เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็นอาคารระหว่างประเทศ 5 ล้านคนต่อปี และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 7.5 ล้านคนต่อปี มีหลุมจอดเพิ่มเป็น 34 หลุมจอด และที่จอดรถยนต์สามารถรองรับเพิ่มเป็น 1,500 คันนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ

นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ ทภก.อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเปิดใช้อาคารผู้โดยสารภายในประเทศที่ปรับปรุงใหม่เต็มรูปแบบได้ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ตามแผนหลังจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศที่ปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวน 12.5 ล้านคนต่อปี แต่ปัจจุบันมีผู้โดยสารจำนวน 16-17 ล้านคนต่อปี แม้จะเข้ามาจำนวนเกินกว่าที่รองรับตามแผนของโครงการ ทภก.เร่งดำเนินการ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดีที่สุด

อาคารผู้โดยสารภายในประเทศที่ปรับปรุงใหม่เป็นอาคารเก่าที่มีการรีโนเวตแบ่งเป็น 2 เฟส ในเฟสที่ 1 เปิดใช้เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2560 และเฟสที่ 2 ปรับปรุงประมาณ 99% แล้ว เหลือบางส่วนเป็นเรื่องของพื้นที่ร้านค้าผู้ประกอบการ ปัจจุบันพื้นที่เปิดกว้างมากกว่าเดิม โดยอาคารภายในประเทศมีพื้นที่ 30,339 ตารางเมตร รวม 3 ชั้น มีการปรับปรุงทั้งขาเข้าและขาออก ในส่วนของชั้นที่ 1 มีพื้นที่ประมาณ 12,100 ตารางเมตร เป็นส่วนผู้โดยสารขาเข้า ประกอบด้วย โถงผู้โดยสารขาเข้า มีพื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร มีที่นั่งผู้โดยสาร 200 ที่นั่ง โถงรับกระเป๋าผู้โดยสารขาเข้า พร้อมสายพานลำเลียงกระเป๋า 4 เส้น ประตูทางเข้า ผู้โดยสารขาเข้า 2 จุด บันไดเลื่อน 1 ชุด สำนักงานเจ้าหน้าที่ ร้านค้า เคาน์เตอร์โรงแรม รถเช่า รถบัส รถแท็กซี่ ภายนอกเชื่อมต่อกับชานชาลาเทียบรถโดยสาร และส่วนที่จอดรถ นอกจากนี้เพิ่มประตูทางออกสำหรับผู้โดยสารขาออก ทางด้านทิศเหนือของอาคารอีก 1 จุด หมายเลข 83-84 จากเดิมมีเพียง 1 จุด หมายเลข 81-82 พร้อมห้องน้ำ จำนวน 6 จุด (ชายหญิงคนพิการ)

ส่วนชั้น 2 มีพื้นที่รวมประมาณ 10,500 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องโถงเช็กอินผู้โดยสารขาออก 4,000 ตารางเมตร มีเคาน์เตอร์เช็กอินจำนวน 66 เคาน์เตอร์ และจุดตรวจค้นสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องพร้อมเครื่องเอกซเรย์ จำนวน 8 เครื่อง และพื้นที่พักคอยผู้โดยสารขาออก ประกอบด้วย ประตูทางออกขึ้นเครื่อง หมายเลข 4-10 สะพานเทียบอากาศยาน จำนวน 7 ชุด ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร พร้อมห้องน้ำ 5 จุด (ชายหญิงคนพิการ) ส่วนชั้น 3 พื้นที่ให้บริการผู้โดยสารประมาณ 3,500 ตารางเมตร ประกอบด้วย ร้านค้า พื้นที่พักคอยสำนักงานสายการบิน ส่วนบริการท่าอากาศยาน และห้องน้ำ 2 จุด (ชายหญิงคนพิการ)

ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขและมีการติดตั้งระบบปรับอากาศ คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม 2561 ความเย็นในอาคารผู้โดยสารจะมีความเย็นได้ดีในระดับหนึ่ง รวมถึงอยู่ระหว่างได้รับงบประมาณจัดซื้อแอร์เพิ่มเข้ามาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง คาดว่าจะได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคมปีนี้ เมื่อได้แอร์ใหม่มาปัญหาความเย็นจะหมดไป

ส่วนร้านค้าที่ให้บริการในท่าอากาศยานภูเก็ต มีจำนวนมากกว่า 50 ร้านค้า ได้คัดสรรประกวดราคาผู้ประกอบการร้านค้าไว้ทั้งหมด 59 ราย ตามแผนทุกร้านค้าต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ เพื่อเสร็จก่อนวันเปิดทำการเต็มรูปแบบในวันที่ 25 มิถุนายนนี้

ได้มีการกำชับราคาสินค้า ต้องปฏิบัติตามกำหนดติดป้ายราคาชัดเจน และต้องไม่จำหน่ายสินค้าราคาแพงกว่าในห้างสรรพสินค้า ทภก.มีคณะกรรมการติดตามราคาสินค้าทุกเดือน ถ้าร้านค้าไม่ปฏิบัติตามกติกาที่กำหนดจะมีบทลงโทษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...