โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดรักสุดช้ำ! อดีตพระเอกยุค 90 ปราโมทย์ รับได้ทุกเพศ แจงสัมพันธ์ แอนดริว เผยตราบาป

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ธ.ค. 2563 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2563 เวลา 03.52 น. • The Bangkok Insight

ปราโมทย์ แสงศร อดีตนักแสดงยุค 90 เปิดชีวิต30 ปี ในวงการบันเทิง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร พร้อมเผยความรักสุดช้ำ และรสนิยมความรักแบบไม่จำกัดเพศ

อยู่วงการบันเทิงมา 30 ปีแล้วใช่ไหม?

ปราโมทย์ : เข้าวงการตั้งแต่ 16 ปีนี้ 46 เข้ามาในวงการ เพราะว่ามีคนชวนไปเทสโฆษณา เพื่อนแฟนหนังสือ เธอกับฉัน เขาชวนผมไปขอสปอนเซอร์กีฬาสี เสร็จแล้วเขาเจอผมแล้วให้ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วเขาก็ไปเสนอให้กับโฆษณา บริษัทเอเจนซี่

เรื่องที่ทำให้พี่เขาดังเป็นพุแตก คือ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้?

ปราโมทย์ : เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก เข้าวงการด้วยโฆษณา เสร็จแล้วไปเทสหนัง ก็ได้เลย

ความดังสมัยก่อนมันเป็นยังไง?

ปราโมทย์ : ภาพยนตร์กลิ้งไว้ก่อน เมื่อก่อนจะมีรอบสื่อมวลชน ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ เราก็ใส่ชุดนักเรียนไป แต่ว่าจะมีแฟนเข้ามารุม เราก็ทำตัวไม่ถูกก็ชักสีหน้าไม่พอใจออกไป เพราะว่ารุมจนผมรู้สึกว่าใครก็ได้ช่วยกูหน่อย

เราแจ้งเกิดตั้งแต่เราเป็นวัยรุ่น มันอาจจะรับความดังมากไม่ได้ ปรับตัวไม่ถูก?

ปราโมทย์ : มันเป็นครั้งแรกด้วย เพิ่งเลิกเรียนมาเจอ ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าความดังมันคืออะไร ไม่รู้เรื่อง

มาเล่นละครกับอาไก่ วรายุฑ เกิดอะไรขึ้น ทำไมไปทะเลาะกับอาไก่?

ปราโมทย์ : คือพี่ไก่ เป็นผู้จัดคนแรกที่ชวนผมไปแสดงเป็นพระเอกละคร ช่วงนั้นมันเป็นการจัดการที่ไม่ดีมากกับตัว เพราะช่วงนั้นงานมันเยอะมาก ถ่ายแบบ 24 ชม. แล้วมาถ่ายงานของพี่ไก่ เสร็จแล้วผมตื่นสาย ไปกองสาย มันเหนื่อย เขานัด 10 โมงไปบ่าย 3 แล้วผู้ใหญ่ทุกคนก็รอ แต่ตอนนั้นไม่ได้เกิดจากการเกเรอะไร แต่เกิดจากการทำงาน มันน็อก ไม่มีคนดูแลเราจริงๆ ตอนนั้น มีแต่คนรับคิวให้อย่างเดียว

แล้วตอนนั้นเกิดเรื่องราวยังไง ไปถึงบ่าย 3 ฟ้าผ่าเลยไหม?

ปราโมทย์ : มี๊ก็มารอ เป็นตราบาปผมถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้นพอถ่ายเสร็จพี่ไก่ก็เรียกไปอบรบ ก็น้ำตาไหลกันไป แต่ก็บอกเหตุผลเขาไปเขาก็ตักเตือนบอกถ้าไม่ไหวก็ต้องโทรบอก

แล้วที่ได้ข่าวว่าวีนจนนักข่าววงแตก?

ปราโมทย์ : คือมันเกิดจากความเหนื่อย ตอนนั้นมีโอกาสได้เป็นนักร้องด้วย เพิ่งร้องเสร็จ แล้วเพิ่งลงมาเจอ เรารู้สึกว่ามันเหนื่อยแล้วทำไมต้องสัมภาษณ์

เขาถามประเด็นอะไร?

ปราโมทย์ : วันนั้นน่าจะเป็นความเหนื่อยๆ ล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับคำถาม

พอปรับตัวได้คุณก็กลับมาดังกับโลกทั้งใบ?

ปราโมทย์ : ใช่ๆ แล้วทางบริษัทก็มีคนช่วยดูแลเรามากขึ้น ชีวิตก็เป็นระเบียบมากขึ้น

สมัยก่อนมีคนมาเสนอไม่ใช่แค่ผู้หญิง มีผู้ชายด้วย?

ปราโมทย์ : มันก็จะมีข่าว ถ้าสมัยนี้ก็เป็นคู่จิ้น สมัยก่อนเขาก็จะลงว่าจิ้นกับ แอนดริว เกร้กสัน คือเราสนิทกัน ทำงานด้วยกัน แล้วสติแตก

แต่ยุคนั้นก็มีแฟนคลับผู้หญิงที่มาเสนอตัวด้วย เพราะเราดังมากๆ?

ปราโมทย์ : มันน่าจะเป็นเรื่องของวัฏจักร เวลาเราไปร้องเพลง

เสนอมันมีทุกวงการ แต่คุณสนองไหม?

ปราโมทย์ : ก็มีบ้าง

ที่คุยกับพวกพี่ ๆ เขาบอกว่าสมัยก่อนถ้ามันดังมาก แล้วเวลาไปร้องเพลงต่างจังหวัด มีบางคนมาถึงห้อง บุกมาเคาะประตูจริงเหรอ?

ปราโมทย์ : มีที่เคาท์เตอร์อะไรอย่างนี้ มันมีบ้าง แต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น บางทีมันเหนื่อยมาก ส่วนใหญ่ก็จะให้พี่ๆ เออาร์ช่วยดูแลไป

สมัยก่อนจิ้นกับแอนดริว เกร้กสัน จนมีข่าวว่าแอบกิ๊กกัน?

ปราโมทย์ : ตอนนั้นอาจจะงงๆ นิดนึง เพราะว่าเราสนิทกันมาก แล้วข่าวมันก็แรงมาก แล้วทุกคนก็อยากรู้มากว่าจริงไม่จริง

ถึงขั้นมีนักข่าวไปบุกบ้านหรือคอนโดพี่เลย?

ปราโมทย์ : บุกบ้าน ไม่รู้ว่านักข่าวจริงหรือเปล่า ตอนนั้นผมไม่อยู่ เขาบอกว่ามาจากสำนักข่าวที่หนึ่งแล้วเข้าไปขอสัมภาษณ์ โมทย์กับแอนดริวเป็นแฟนกันจริงหรือเปล่าครับแม่ แม่ก็พาไปนั่งคุยเรียบร้อยเลย แม่ก็บอกว่าเป็นเพื่อนกัน

สรุปพี่โมทย์กับแอนดริวเป็นอะไรกัน?

ปราโมทย์ : เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำงานด้วยกัน รู้จักแม่ไปนอนบ้าน สนิทกัน แต่ว่าไม่ได้มีเรื่องเซ็กส์อะไรกัน

ตอนนั้นโมทย์มีแฟนเป็นผู้หญิง?

ปราโมทย์ : ตอนนั้นยังไม่มี เพิ่งเริ่มๆ มีแฟนในวงการ ตอนนั้นคบกันประมาณ 2 ปี ซึ่งเขาก็เข้าใจว่าเรากับแอนดริวกิ๊กกัน ก็พยายามเหมือนเอาชนะ

หลังจากที่เลิกกับแฟนคนนี้ ทำให้โมทย์เปลี่ยนใจมาคบผู้ชายจริงไหม?

ปราโมทย์ : ก็จริง

คบแบบไหน?

ปราโมทย์ : ก็เป็นความรู้สึกที่ดี ก็คบกันนานประมาณ 5-6 ปี

สมัยก่อนแฟนคลับเรารู้ไหม?

ปราโมทย์ : มันมีความคลุมเครือ แล้วผมก็ชอบความคลุมเครือ แต่ตอนนั้นเราก็ไม่ได้แคร์ เราก็ใช้ชีวิตของเรา

ตอนนั้นมีความอึดอัดไหม?

ปราโมทย์ : มีความอึดอัดอยู่บ้าง

มันเป็นช่วงสับสนในชีวิตไหมว่าเราจะเลือกทางไหน?

ปราโมทย์ : สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา ว่าเราต้องทำตัวยังไง แต่ในใจเราไม่ถึงขั้นแอบไปข้างหลัง ถ้าเดินไปก็เดินไปด้วยกันไม่ต้องเดินนำหน้า เดินถอยหลัง

ช่วงนั้นมีนักข่าวถามไหม?

ปราโมทย์ : ก็ถามเหมือนกัน เพราะว่าส่วนใหญ่เขาถามแอนดริวมากกว่าไง

ตอนนั้นกลัวกระทบภาพลักษณ์พระเอกไหม?

ปราโมทย์ : ตอนนั้นผมว่าผมหัวก้าวหน้าพอสมควร ตอนนั้นเอาความรู้สึกเป็นใหญ่มาก ใช้ความรู้สึกล้วนๆ เลย

คบอยู่ 5 ปี สุดท้ายก็แยกย้ายกันไป?

ปราโมทย์ : ใช่ครับ ครั้งแรกความรู้สึกต่างคนต่างปรับตัวที่จะจบแล้ว ครั้งแรกไม่ค่อยหนักหน่วงเท่าไหร่

ที่รู้มาครั้งที่สองหนักสุด?

ปราโมทย์ : หนักๆ ครับ เพราะเรารู้สึกว่าเราโตขึ้น เรา อยากใช้ชีวิตคู่ปกติ แล้วเหตุการณ์มันดราม่า ผมไม่ค่อยชอบแบบนี้อยู่แล้ว

ตอนแรกคบกันแฮปปี้มาก แล้ววันหนึ่งเขาต้องไปทำงานเมืองนอก?

ปราโมทย์ : เขาไปเรียนต่อเมืองนอก เป็นรุ่นน้อง เขาเรียนแล้วไปฝึกงาน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไปเจอคนใหม่

เป็นรุ่นแรกๆ ของวงการบันเทิงที่เปิดตัวเรื่องแบบนี้ ตอนนั้นคุณแม่ว่ายังไง แล้วเพื่อนเราว่ายังไง?

ปราโมทย์ : ผมไม่เคยไปนั่งพูด ไม่ได้ไปนั่งบอกแม่เลย ไม่มีใครโง่บนโลกนี้ เขาจะพูดหรือไม่พูด เขารับเราได้หรือเปล่า เราไม่ได้มานั่งพูดว่าฉันเป็นแบบนี้ ผมไม่อยากให้มีคำจำกัดความ

ที่บอกว่ารักแม่มากจากเรื่องนี้เพราะอะไร?

ปราโมทย์ : เพราะแม่เห็นอาการ เขามาเตือนสติเรา แม่บอกแค่นี้เอง แค่มีผัวใหม่ ก็เรียกสติผมเลย

อยากบอกอะไรแม่?

ปราโมทย์ : ก็รักแม่

ตอนนี้พี่เปิดใจจะมีใครเข้ามาในชีวิตบ้างได้ไหม?

ปราโมทย์ : ยังนะ เพราะมีรอยแผลก็ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ในการจะคบใครหรือการจะเปิดใจ

คนที่เข้ามาในชีวิตพี่โมทย์ต้องเป็นแบบไหน ผู้ชายหรือเปล่า หรือเป็นผู้หญิงไหม?

ปราโมทย์ : ไม่ได้คิดไว้เลย แล้วแต่จังหวะ แล้วแต่โอกาส ในอนาคตเราไม่รู้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้

แสดงว่านิยามความรักของพี่มันไม่จำกัดเพศ?

ปราโมทย์ : ใช่ ซึ่งคิดอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว

ติดตามรับชมรายการคุยแซ่บShow ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...