โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ เปิดให้เยี่ยมชมโครงการหลังจากตึกสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่

TERRABKK

อัพเดต 20 พ.ย. 2562 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 09.16 น. • TERRABKK
เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ เปิดให้เยี่ยมชมโครงการหลังจากตึกสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่

The LINE Phahon-Pradipat ของทาง Sansiri ได้เปิดให้เยี่ยมโครงการชมหลังจากที่โครงการได้สร้างเสร็จ พร้อมให้ดูบรรยากาศจริงๆ ของตัวโครงการ

 

 

          ตัวโครงการ The LINE Phahon-Pradipat ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า5 ไร่ กับคอนโดที่ออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ภายใต้แนวคิดการคอนเซ็ปต์ของโครงการอย่าง“Feel like home” บ้านที่ถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติ และมีพื้นที่สำหรับทุกช่วงวัย ทุกไลฟ์สไตล์ กับความรู้สึกอบอุ่นของการใช้ชีวิตในบ้านที่ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติและได้ใช้เวลาร่วมกันคนในครอบครัว คือความสะดวกสบายของชีวิตที่ถูกหยิบยกมาผสานรวมกับความคล่องตัวของการใช้ชีวิตใจกลางเมืองที่ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์

 

 

          ด้วยแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงความกลมกลืน และสอดคล้องไปกับธรรมชาติ พื้นที่โดยรอบอาคารจึงเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ การเลือกบิดองศาของผนังห้อง เพื่อสร้างมุมมองที่แปลกใหม่ในการพักอาศัย และยังเป็นการบิดเพื่อเปิดรับแสงจากภายนอก ทำให้ผู้พักอาศัยสามารถสัมผัสกับบรรยากาศของแสงและเงาที่แตกต่างได้ในแต่ช่วงเวลาของวัน โดดเด่นด้วยการไล่เฉดสีเอิร์ธโทนของตัวอาคาร เพื่อเน้นให้เกิดความกลมกลืนกับแสงธรรมชาติ และสร้างความรู้สึกอบอุ่นเมื่อมองมาที่ตัวอาคาร ในขณะเดียวกัน การตกแต่งภายในยังเลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่างหิน ไม้และผ้าที่มีโทนสีอบอุ่น เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและให้เข้าถึงความเป็นธรรมชาติ จัดวางเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้มีความหลากหลายในการใช้สอยและบรรยากาศ เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่แค่มองออกไปก็ได้เห็นสวนร่มรื่นหน้าบ้าน

 

 

          Co-Living Space ตอบโจทย์การใช้ชีวิตร่วมกันบนพื้นที่ความสุขสำหรับทุกคน เพิ่มชีวิตธรรมชาติในทุกการออกแบบ และคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดโดยคำนึงถึงความต้องการที่หลากหลาย และความชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละคน  โดยจัดสรรพื้นที่เอาไว้สำหรับคนทุกกลุ่มและทุกความต้องการ ให้เสมือนบ้านหลังใหญ่ที่สมาชิกในครอบครัวจะมีทั้งพื้นที่ส่วนตัวเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และพื้นที่ส่วนรวมเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ด้วยกัน เพื่อการสร้างสรรค์พื้นที่และบริการพิเศษที่ตรงใจรูปแบบความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มตั้งแต่ทางเข้าล็อบบี้ ด้วยการดีไซน์ที่โปร่งโล่งแบบ Triple Volume  ที่สามารถเปิดรับลมได้เต็มที่ เพิ่มความเย็นสบายรับลมได้ตลอดวัน โดยไม่ต้องพึ่งพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลา และด้วยแนวคิดหลักอย่าง Co-Living Space แสนสิริจึงออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเป็น  3 ส่วนหลัก ได้แก่

 

          Co-Lifestyle พื้นที่พักผ่อนให้สามารถเลือกใช้ชีวิตสบายๆ อาทิ The Secret Garden ด้วยแนวคิดการออกแบบสวนให้มีมุมพักผ่อนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จิบชายามบ่าย หรือน้ำตกหินขนาดใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ในเนินดินธรรมชาติ โดยเสียงน้ำตกจะช่วยกลบเสียงรบกวนจากภายนอก ให้รู้สึกสบายท่ามกลางต้นไม่น้อยใหญ่ที่แทรกตัวในทุกที่ Co-Kitchen ห้องครัวที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ทำครัวทันสมัย ขยายพื้นที่การทำอาหารให้ออกจากห้องพักเพื่อเปิดโอกาสในการพบปะกันของคนรักการทำครัว เหมาะสำหรับปาร์ตี้อบขนม การคิดเมนูลับ ไปจนถึงเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ

 

 

          พื้นที่ Co-Kitchen ส่วนนี้ยังเชื่อมต่อกับสวน และลานเอาท์ดอร์ที่เพิ่ม BBQ Area พร้อมอุปกรณ์ครบครันให้ด้วย ทำให้สามารถใช้เป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้กลางสวนไปในตัวด้วย หรือบนชั้น 46 ชั้นบนสุดของโครงการฯ ได้รับการออกแบบให้เป็น Sky Lounge ซึ่งนับเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุด ผ่านกระจกใสบานใหญ่เพื่อเปิดให้เห็นวิวโดยรอบได้เหมือนการจ้องมองงานศิลปะที่อยู่ในกรอบรูปขนาดยักษ์ เลาจน์แห่งนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นประจำบ้านที่พร้อมให้คุณเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่งดงามทั้งในยามกลางวันและยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี หรือการเนรมิต Kid’s yard ในชั้น 35 ออกแบบภายใต้แนวคิด Educational Playground โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลเด็กสมิติเวชเพื่อให้สมาชิกตัวน้อยของครอบครัวให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น มีเนินดินสำหรับปีนป่าย และเครื่องเล่นต่างๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย โดยการปูพื้นยางกันกระแทก พร้อมด้วยที่นั่งสี่เหลี่ยมหลากสีที่กระจายบนพื้นที่สีเขียว  

 

 

          Co-Working Space เพื่อรองรับการทำงานในยุคดิจิตัลที่คนทำงานไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่อีกต่อไป บนพื้นที่บริเวณชั้นสองของคลับเฮ้าส์ ที่ได้รับการเนรมิตให้เป็น Co-Working Space ท่ามกลางวิวสวนสบายตา เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์สำนักงานครบครันอันทันสมัย และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อได้อย่างฉับไวในทุกช่องทาง รวมถึง Private Meeting Room  สำหรับนัดคุยงานกับลูกค้า หรือจัดกลุ่มเบรนด์สตรอมไอเดียในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและแตกต่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อให้การทำงานที่นี่มีความเป็น work-life balance อย่างแท้จริง Co-Working Space ยังมีห้องพรีเซนต์เทชั่นส่วนตัวที่สามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นห้องโฮมเธียเตอร์ได้ด้วย เป็นทั้งพื้นที่นำเสนองาน และใช้ผ่อนคลายหลังทำงานเสร็จ

 

 

          Co-Recreation พื้นที่เพื่อชีวิตแอ็คทีฟในบริเวณชั้น 9 ที่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ Co-Recreation ที่มอบกลิ่นอายแบบบ้านพักตากอากาศ โดยเป็นทั้งสถานที่พักผ่อนกลางแจ้ง และออกกำลังกาย ประกอบด้วยห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำแบบ Lap pool /Leisure pool / Jacuzzi และ Kid’s Pool ที่ทุกสระถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อถึงกันได้ ท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีวิวเมืองมาช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ระหว่างการออกกำลังกายด้วย

 

 

          ในตัวอาคารเองก็ยังมี Pocket Garden สวนแนวตั้งระหว่างชั้นที่พักอาศัย นำพาพื้นที่สีเขียวเข้าไปใกล้ชีวิตประจำวันของลูกบ้านมากกว่าเคย เพียงแค่เปิดประตูห้องก็ได้สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างเต็มปอดและสามารถรองรับครอบครัวหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ครอบครัวเดี่ยวไปจนถึงครอบครัวขยาย ด้วยหัองพัก จำนวน 981 ยูนิต ที่มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 1 ถึง 3 ห้องนอนหลายรูปแบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 26.25 ตร.ม. - 111.50 ตร.ม. บนอาคารสูง 46 ชั้น 1 อาคาร และคลับเฮ้าส์ สูง 2 ชั้น 1 อาคาร เปิดโอกาสให้แต่ละคนสามารถมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางทำหน้าที่เสมือนห้องต่างๆ ของบ้านหลังใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น สวนหลังบ้าน หรือห้องรับแขก ที่ทุกคนในบ้านสามารถออกกมาแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันได้ ยิ่งไปกว่านั้นการใช้ชีวิตใจกลางเมืองมอบข้อได้เปรียบด้านการเดินทางที่สะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย

 

          เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานควายเพียง 550 เมตร สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟใต้ดินได้ที่สถานีสวนจตุจักร และยังเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ทางขึ้น-ลงทางด่วนอีกด้วย นอกจากนั้นในอนาคตยังจะมีสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์รวมคมนาคมแห่งใหม่ที่จะมาแทนที่หัวลำโพงในปัจจุบัน (คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2564) ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการเพียง 10 นาที  ในราคาเริ่มต้นเพียง3.9 ล้านบาท พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษส่งท้ายปลายปี จอง 5,000 ฟรี 5 อย่าง ฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 2 ปี, ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รายการ, ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน, ฟรีค่าทำสัญญา และฟรีค่าขนส่งเคลื่อนย้าย พร้อมด้วยบริการจาก “แสนสิริ เซอร์วิส” ที่จะสร้างประสบการณ์ด้านบริการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบอย่างครบวงจร โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทีมงานมืออาชีพที่จะเป็นศูนย์กลางในการให้บริการและบริหารจัดการความต้องการให้กับลูกบ้านแสนสิริ ทั้งก่อนและหลังการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร ทั้งการขาย ปล่อยเช่า ซื้อเพิ่ม หรืออยู่อาศัยเอง รวมถึงการดูแลบริหารโครงการและส่วนกลางในทุกรูปแบบด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี อีกทั้งบริการ LIV-24 ที่พร้อมให้ความดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาคารเต็มรูปแบบแห่งแรกเพื่อยกระดับบริการมาตรฐานเทคโนโลยและความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดหนึ่งเดียวของวงการอสังหาฯ ไทย

 

 

ขอบคุณขอมูลจาก www.sansiri.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...