โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

รับบุตรบุญธรรม เขาทำกันอย่างไร ?

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 11.00 น. • Motherhood.co.th Blog

รับบุตรบุญธรรม เขาทำกันอย่างไร ?

สำหรับคู่รักที่แต่งงานกันมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ตั้งครรภ์สมใจเสียที บางครั้งการ "รับบุตรบุญธรรม" ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่อยู่นอกเหนือไปจากการทำ IVF หรือการทำเด็กหลอดแก้ว เรียกได้ว่าเป็นทางออกของคนมีลูกยากที่นิยมทำกันมากพอสมควรไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในไทยเรา แต่มันไม่ได้ง่ายเพียงแค่คุณเดินทางไปยังบ้านเด็กกำพร้าหรือสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อเลือกรับเด็กมาเท่านั้นนะคะ มันต้องทำเรื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน ซึ่งในโอกาสที่วันนี้เป็นวันรับบุตรบุญธรรมโลก Motherhood จึงนำเอารายละเอียดในการเดินเรื่องมาฝากกันค่ะ

เราเห็นดาราดังรับบุตรบุญธรรมกันมากมาย จนอาจจะคิดว่ามันง่าย

เงื่อนไขของผู้รับบุตรบุญธรรม

  • ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และที่สำคัญต้องมีอายุแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี
  • เป็นคนสัญชาติไทย ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
  • ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน
  • มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ รวมไปถึงสุขภาพทางใจด้วย
  • ต้องเป็นผู้ที่ไม่ไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายทางแพ่งและพาณิชย์
  • เป็นผู้ที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะสามารถเลี้ยงดูเด็กให้มีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีได้ ควรมีฐานะที่มั่นคง มีรายได้ที่แน่นอน เพื่อที่จะไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการลี้ยงดูหรือสนับสนุนการศึกษาของเด็ก
  • มีเวลามากพอสำหรับการดูแลเอาใจใส่เด็ก
  • ไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษหรือจำคุก จากการกระทำผิดอาญา เว้นแต่จะเป็นโทษประเภทกระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
  • ผ่านการทดลองเลี้ยงดูเด็กครบตามกำหนดอย่างน้อย 6 เดือน ภายใต้การสังเกตกาณ์ของเจ้าหน้าที่ เว้นแต่ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงกับเด็ก
  • เป็นครอบครัวที่อบอุ่น สมบูรณ์ และมีความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดี
  • มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง และถูกสุขลักษณะ
  • ต้องไม่มีบุตรของตนเองหรือมีเด็กในความอุปการะจำนวนมากเกินไป เพื่อที่คุณจะสามารถดูแลเด็ก ๆ ทุกคนได้อย่างเต็มที่

เงื่อนไขของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม

  • ตัวเด็กจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และเด็กจะต้องมีความยินยอมอยากเป็นบุตรบุญธรรมด้วยตนเอง
  • ผู้เป็นบุตรบุญธรรมที่ยังเป็นผู้เยาว์จะต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองของเด็กก่อน
  • หากผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสจะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน
  • กรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นอยู่ จะไม่สามารถเป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่นซ้ำซ้อนได้
เงื่อนไขที่คุณต้องผ่านในการจะรับบุตรบุญธรรมนั้นมีมากมาย

ขั้นตอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

ผู้ที่สนใจจะรับเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  • กรณีที่ผู้รับมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือต่างประเทศ จะต้องไปยื่นคำขอพร้อมหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มี่มีอำนาจได้ที่ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน ณ ตึก 60 ปี กรมประชาสงเคราะห์ ชั้น 2 ตั้งอยู่ภายในสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี

  • กรณีที่คุณมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด จะต้องไปยื่นคำขอพร้อมหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มี่มีอำนาจได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัดนั้น ๆ

เมื่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอนุมัติให้คุณสามารถรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ ให้คุณนำหนังสือแจ้งคำอนุมัติที่ได้ไปร้องขอการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือเขตที่ไหนก็ได้

หลักฐานและเอกสารที่ต้องใช้

  • สำเนาทะเบียนบ้านของคุณและคู่สมรส คนละ 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนของตัวเด็กเองและของพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็ก คนละ 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคุณและคู่สมรส คนละ 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็ก และของเด็ก (หากเด็กมีอายุ 7 ปีขึ้นไปต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนด้วย) คนละ 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนสมรสของคุณ 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าของพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็ก หากพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กไม่ได้จดทะเบียนสมรส ให้ใช้ทะเบียนรับรองบุตร 1 ฉบับ
  • ใบรับรองแพทย์ของคุณและคู่สารส เพื่อแสดงว่ามีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจหรือไม่ โดยจะเป็นผลการตรวจสภาพจิตตามกระบวนการทดสอบทางจิตวิทยา (มีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  • ในกรณีที่คุณต้องการขอรับเด็กมาเลี้ยงจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน เนื่องจากคุณไม่สามารถมีลูกได้ คุณจะต้องนำหลักฐานทางการแพทย์หรือใบรับรองแพทย์มายืนยันด้วย
  • ผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  • รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้วเท่านั้น คนละ 1 รูป ทั้งของคุณกับคู่สมรส ของเด็ก และของพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็ก โดยเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน กรณีเป็นเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิด - 5 ปี อนุโลมให้ใช้รูปขนาดโปสการ์ดได้
  • สูติบัตรของเด็ก
  • สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุลของคุณหรือคู่สมรส (ถ้ามี) 1 ฉบับ
  • สำเนาใบมรณะบัตรในกรณีที่คู่สมรสของพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กเสียชีวิต 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 1 ฉบับ ของผู้รับรอง 1 คน ซึ่งผู้รับรองต้องรู้จักกับตัวคุณ เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อน หรือหัวหน้างาน โดยที่ผู้รับรองไม่ต้องมาด้วยในวันที่คุณนำคำร้องมายื่น แค่ต้องรับรองสำเนาเอกสารของตนเองให้ครบ
  • กรณีที่คุณมีสัญชาติไทย ไม่ได้ถือ Citizen ของประเทศอื่น แต่คุณทำงานและอาศัยอยู่ต่างประเทศ ให้นำสำเนาหนังสือเดินทาง หนังสืออนุญาตทำงาน หนังสือรับรองการทำงานและรายได้ และทำหนังสือขอความร่วมมือเยี่ยมบ้านในต่างประเทศ โดยต้องระบุสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ใกล้ที่อยู่ของตน และยินยอมจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในการติดตามเยี่ยมบ้านและติดตามการทดลองเลี้ยงดูเด็ก (กรณีต้องทดลองเลี้ยงดูเด็กตามกฎหมาย) และหลักฐานที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยอย่างถูกต้องและได้รับการรับรอง
  • หากคุณและคู่สมรสไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินร่วมกันฉันท์สามีภรรยา คู่สมรสของคุณไม่สามารถขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมร่วมได้ และต้องลงนามในเอกสารคำร้องขอรับเด็ก พร้อมแนบเอกสารหลักฐานดังที่กล่าวมาข้างต้น
  • เอกสารหลักฐานของทุกคน ยกเว้นของผู้รับรอง ให้นำฉบับจริงมาแสดงด้วย ในวันที่นำคำร้องขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมายื่น
หากคุณอยู่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในการเยี่ยมบ้านเพื่อตรวจสอบก็จะเพิ่มมาอีก

สิทธิตามกฎหมายของเด็กเมื่อได้เป็นบุตรบุญธรรม

การจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้น ตามกฎหมายแล้วจะให้สิทธิคุ้มครองเด็กให้มีฐานะเหมือนเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของคุณโดยทันทีนับแต่วันที่จดทะเบียน เช่น สามารถใช้นามสกุลของคุณได้ ตัวเด็กมีสิทธิได้รับมรดก แต่สำหรับตัวคุณเองนั้นไม่มีสิทธิที่จะมารับมรดกของเด็ก หากเด็กยังมีครอบครัวที่แท้จริงอยู่ ตัวเด็กเองก็ยังไม่ได้เสียสิทธิที่ควรได้หรือพึงมีตามกฎหมายจากครอบครัวเดิมไป เช่น เด็กยังสามารถได้รับมรดกจากพ่อแม่ที่แท้จริงได้ และพ่อแม่ที่แท้จริงก็ยังมีสิทธิ์ในการไปมาหาสู่หรือมาเยี่ยมกันได้ตามสมควร

นอกจากนี้กฎหมายยังคุ้มครองเด็ก โดยที่ผู้จะรับบุตรบุญธรรมจะไม่สามารถเลิกรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม นอกเสียจากจะได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กก่อน และพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กก็สามารถฟ้องให้เลิกรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ หากเกิดเหตุอันไม่ควร

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเต็ม ก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้จาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2255 5850-7 หรือ 0 2253 9116-7 หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ dcy.go.th ก็ได้เช่นกัน

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...