โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชายกินปลาดิบ ผ่านไป 12 ชม. ติดเชื้อแบคทีเรียหนัก สุดท้ายต้องตัดแขนทิ้ง!

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2561 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2561 เวลา 13.11 น.

ปลาดิบ – วารสารการแพทย์ออนไลน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ตีพิมพ์เรื่องราวชายคนหนึ่ง ที่รับประทานอาหารทะเลดิบเข้าไปจนติดเชื้อลุกลามที่แชนอย่างหนัก และต้องตัดแขนทิ้ง เพื่อไม่ให้เชื้อลามไปมากกว่านี้

The New England Journal of Medicine เป็นวารสารการแพทย์ออนไลน์ ภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์โดยสมาคมการแพทย์รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ได้ตีพิมพ์เรื่องราวของผู้ป่วยวัย 71 ปี ชาวเกาหลีใต้ คนหนึ่ง ที่เสียชีวิตจากการรับประทาน ปลาดิบ

วารสารฉบับดังกล่าว เผยถึงผู้ป่วยที่รับประทาน ปลาดิบ หลังจากนั้นเมื่อผ่านไป 12 ชั่วโมง มือซ้ายของเขาเริ่มมีโอกาสปวดแสบร้อนและบวม มีไข้หนัก และต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างฉุกเฉิน

ทีมแพทย์ระบุอีกว่า พบตุ่มพองบนฝ่ามือขนาด 3.5 x 4.5 ซม. โดยแผลลามไปทั่วหลังมือจนถึงท่อนแขน ภายหลังตรวจสอบ แพทย์วินิจฉัยว่าเขาติดเชื้อ Vibrio Vulnificus  หรือ โรคแบคทีเรียแกรมลบ

กอปรกับผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ส่งผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันล้มเหลว จนเชื้อแบคทีเรียกินแขนซ้าย

แม้ทีมแพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้น ด้วยการดูดหนองออกจากฝ่ามือ รวมถึงตัดชิ้นส่วนที่ติดเชื้อออกไป พร้อมให้ยาปฏิชีวนะ แต่กลับไม่เป็นผล เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียได้กัดกินเนื้อบนมือซ้าย และลามไปถึงแขนจนได้รับเสียหายหนักแล้ว

สุดท้ายแพทย์ตัดสินใจ ตัดแขนซ้ายชายที่กินปลาดิบ ทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลามไปกว่านี้ หลัง 25 วัน ที่รับประทาน ปลาดิบ

และเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะเมื่อปีที่แล้ว Jeanette LeBlanc ประสบกับเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อเช่นเดียวกัน หลังจากที่เธอรับประทานหอยนางรมดิบเข้าไป

ส่งผลทำให้ขาทั้งสองข้างเน่าเปื่อยภายใน 48 ชั่วโมง และเธอต่อสู้กับแบคทีเรียดังกล่าวได้เพียง 21 วันก่อนที่จะเสียชีวิตลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...