โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกจับวิลล่าหรูยอดเขาสมุย ไม่ขออนุญาต ฝรั่งแฉกลับ โดนขู่จ่ายสินบน 8 แสน!

Khaosod

อัพเดต 25 เม.ย. 2562 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2562 เวลา 04.37 น.

บุกจับวิลล่าหรูยอดเขาสมุย ไม่ขออนุญาต ฝรั่งแฉกลับ โดนขู่จ่ายสินบน 8 แสน!

เมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 25 เม.ย. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 สั่งการให้ พล.อ.ต. วันชัย บุญภักดี ที่ปรึกษาผอ.รมน.ภาค4, พ.อ. ธวัชชัย ทับทิมสงวน กรรมการอำนวยการ รมน.ภาค 4 ร่วมกับ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 45 พื้นที่เกาะสมุย ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย ตำรวจ.สภ.บ่อผุด เทศบาลนครเกาะสมุย และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังเข้าตรวจสอบวิลล่าหรูบนภูเขาเฉวงน้อย ม.3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการโรงแรมบนเกาะสมุยที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมถูกต้องตามกฎหมายว่า ต้องมาถูกโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตเอารัดเอาเปรียบด้วยการแย่งลูกค้าที่มาจองห้องพักเพื่อมาท่องเที่ยวเกาะสมุย ชี้เป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ และมีความสงสัยว่าพื้นที่ก่อสร้างมีเอกสารสิทธิใดได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างถูกต้องหรือไม่

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบวิลล่าหลังหนึ่งที่เปิดเป็นโรงแรมให้เช่าเป็นรายคืน ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชัน มีชื่อว่า เบสเวิลด์วิชั่นวิลล่าสมุย (Best World Vision Villas Samui) ตั้งอยู่เลขที่ 6/80 ม.3 ต.บ่อผุด มีนายสมิท ออลริช (MR.SCHMIDT ULRICH) อายุ 47 ปี สัญชาติเยอรมัน แสดงตัวเป็นเจ้าของ

จากการสอบถามทราบว่าลูกค้า 8 คน เข้าพักอยู่จำนวน 7 ห้อง จึงได้ขอตรวจเอกสารการจองห้องพัก , ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม , ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคารและการแจ้งที่พักของคนต่างด้าว(แบบอ.1) และการแจ้งคนต่างด้าวเข้าพักภายใน 24 ชั่วโมง ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38ซึ่งปรากฏว่าไม่มีและไม่สามารถนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม

นายสมิท ออลริช เจ้าของอาคาร ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อประมาณ 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา ตนเองเดินทางไปที่ประเทศเยอรมัน ผู้จัดการของตนเองได้แจ้งมาว่า มีเจ้าหน้าที่ใส่เครื่องแบบคล้ายทหารเข้ามาตรวจสอบ ถ่ายรูปวิลล่าของตนเองแห่งนี้ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ขอดูเอกสารการก่อสร้าง แต่ตนเองไม่ได้ขออนุญาต

เจ้าหน้าที่ก็ได้ขู่มาว่าถ้าอย่างนั้นต้องหยุดการก่อสร้างและให้รื้อถอนออก แต่ถ้าจะก่อสร้างให้เสร็จและไม่ต้องถูกดำนินคดีก็ให้จ่ายเงินมาแล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบ ตนเองจึงได้ตกลงแล้วโอนเงินให้ในบัญชีของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำนวน 800,850 บาท เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 หลังจากนั้นตนเองก็ก่อสร้างอาคารจนแล้วเสร็จและเปิดให้บริการโรงแรมจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ให้นายสมิท ออลริช นำหลักฐานการโอนเงินพร้อมทนายความไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว เนื่องจากเจ้าของกิจการแจ้งว่ามีทนายความดูแลอยู่ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งด้วยว่าหากทำกิจการถูกต้องตามกฎหมาย

เช่น หากเป็นกิจการรูปบริษัทมีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยร้อยละ 51 การครอบครองที่ดินมีที่มาของเอกสารถูกต้อง ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากทางเทศบาลถูกต้อง ก็อย่าไปหลงเชื่อให้ใครมาหลอกลวงอีก แต่ในส่วนที่พบความผิดในวันนี้ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมายและต้องขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมให้ถูกต้องเสียก่อน จึงค่อยเปิดดำเนินการได้

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทุกแห่งไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานการขออนุญาตประกอบกิจการ การขออนุญาตก่อสร้างฯมาแสดง โดยให้คำตอบเหมือนกันว่าเอกสารต่างๆอยู่กับทนายความและสำนักงานบัญชี เนื่องจากเป็นผู้รับดำเนินการให้ทั้งหมด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารจะใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 13/59 เชิญตัวมาสอบถามหรือขอตรวจสอบไปยังสภาทนายความต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสมิท ออลริช อายุ 47 ปี สัญชาติเยอรมัน ว่าร่วมกันกระทำการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต , เป็นบุคคลต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจ(โรงแรมและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม)ที่คนไทยไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าวตามที่กำหนดไว้ในบัญชีสาม(17),(19)

และเป็นเจ้าบ้าน เจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ดูแลเคหะสถานหรือผู้จัดการโรงแรม ไม่แจ้งบุคคลต่างด้าวเข้าพักอาศัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24ชั่วโมงตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 พร้อมสั่งระงับการใช้อาคารจะส่งเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลนครเกาะสมุยเข้ามาตรวจสอบอากาคอีกครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...