โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LPH มั่นใจรายได้ปีนี้โต 15-20% ตามแผน เดินหน้าเจรจาลงทุนรพ.เพิ่ม คาดใช้งบ 800 ลบ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2564 เวลา 09.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยถึง ผลประกอบการของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 1/2564 (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2564)  มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 40.39 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร  42.84 ล้านบาท ลดลง 2.45 ล้านบาท หรือลดลง 5.72%

โดยมีรายได้รวม 479.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 55.08 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.96 % โดยมีรายได้จากการรักษาพยาบาล 410.18 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.09 % จากการขยายการบริการตรวจสุขภาพ ทำให้ในด้านผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น 4.43% และรายรับค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น 11.09.% เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับรักษาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศระลอกที่ 2-3 โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 10% ขณะที่ปัจจุบันตัวเลขผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยโควิด-19 เดินทางเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลจนเตียงพักผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ขณะที่คาดว่าในช่วงปลายไตรมาส 3/2564 จะเริ่มนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสั่งซื้อผ่านสมาคมโรงพยาบาลเอกชนและองค์การเภสัชกรรม เป็นทางเลือกให้กับประชาชนในกรณีที่ไม่ต้องการรอวัคซีนของรัฐบาล แต่ต้องการฉีดและพร้อมจะจ่ายเงินเองได้ โดยเฉพาะฐานลูกค้าสถานประกอบการขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานกว่า 1 แสนคน และกลุ่มสมาชิกโรงพยาบาล 1 หมื่นคน

"การเจรจาซื้อวัคซีนเป็นไปตามขั้นตอนหรือระเบียบที่ทางราชการกำหนดไว้ ซึ่งเบื้องต้นจองไว้ราว 1แสนโดส โดยคาดจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 2-3/64โดยโรงพยาบาลไม่ได้ขายวัคซีนเพื่อเอากำไร แต่มาช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ" ดร.อังกูรกล่าว

โดยปัจจุบัน LPH มีฐานผู้ป่วยประกันสังคมรวม 165,000 ราย เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่มีฐานผู้ป่วยประกันสังคม 161,000 ราย แต่ขณะนี้ได้รับเพิ่มมาอีก 5,000 ราย จากสิทธิ์โควตาผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่ม 10,000 ราย แต่ขณะนี้ได้รับเพิ่มมา 5,000 คน ซึ่งมีความมั่นใจว่าโควตาที่เหลือจะมีผู้ป่วยประกันสังคมเข้าระบบทั้งหมดภายในปี 2564 ซึ่งจะส่งผลให้ฐานผู้ป่วยประกันสังคมแตะ 170,000 ราย เบื้องต้นคาดรายได้ขยายตัวถึง 5% จากฐานเดิม

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2564 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาสแรกที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ป่วยชำระเงินสดเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น และเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้วซึ่งมีการล็อคดาวน์ สำหรับการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ทาง LPH ได้จัดเตรียมจำนวนเตียงรองรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 จำนวน 50 เตียง โดยผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิค-19 ที่อาการไม่รุนแรงต้องรอการบริหารจัดการเตียงต่อไป ล่าสุด LPH ติดต่อโรงแรมขนาดเล็กในพื้นที่ลาดพร้าว จัดทำเป็น Hospitel รองรับขนาด 50 เตียง ขณะที่จำนวนผู้ขอคัดกรองโควิด-19 วันละไม่ต่ำกว่า 100 คน

ส่วนบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจให้บริการตรวจวิเคราะห์ ทดสอบ และวิจัยด้านอาหาร ผลิตผลการเกษตรและยา ภายใต้บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (AMARC) ยังคงดำเนินกิจการไปได้ค่อนข้างดี

ขณะที่ธุรกิจสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์และการพัฒนาธุรกิจ ดำเนินการภายใต้บริษัท ศูนย์บริหารจัดการธุรกิจแห่งเอเซีย จำกัด (ABMC) ซึ่งให้บริการทั้งในและนอกสถานที่ ปัจจุบันขยายตัวได้ดี ทำให้มั่นใจว่าในปี 2564 จะมีรายได้รวมเติบโต 15-20% จากปี 2563 ที่มีรายได้รวม 1,814.63 ล้านบาท สอดคล้องกับปัจจัยบวกของธุรกิจต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น

ด้านความคืบหน้าการเจรจากับพันธมิตร เพื่อเข้าไปลงทุนในโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดย่านปริมณฑล 1 ราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่มีกำไรที่ดี โดยปัจจุบันได้กำหนดพิจารณาเรื่องราคา และการเข้าลงทุนเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนมิถุนายน 2564 เนื่องจากมีปัญหาด้านเอกสารของโรงพยาบาลดังกล่าว ซึ่ง LPH ได้ให้ทางบริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการในการตรวจสอบหากได้ราคาที่เหมาะสม คาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 800 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...