โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

รู้ลึกเรื่องฟิลเตอร์ แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

BT Beartai

อัพเดต 30 ก.ค. 2563 เวลา 12.34 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2563 เวลา 05.03 น.
รู้ลึกเรื่องฟิลเตอร์ แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

‘ฟิลเตอร์’ หรือ แว่นกรองแสง คืออุปกรณ์สำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป บางคนอาจจะมีคำถามว่าฟิลเตอร์มีไว้ทำอะไร ฟิลเตอร์มีแบบไหนบ้างแตกต่างกันอย่างไร ฟิลเตอร์ทำให้คุณภาพลดลงจริงไหม วันนี้เรามาไขข้อข้องใจไปด้วยกันครับ

ฟิลเตอร์สำหรับกล้องถ่ายภาพ

ฟิลเตอร์มีไว้ทำอะไร?

ฟิลเตอร์แต่ละแบบจะมีจุดเด่นของมันอยู่ มีทั้งแบบธรรมดาทั่วไปที่ป้องกันหน้าเลนส์ให้ไม่เกิดรอยขีดข่วนโดยตรงที่ชิ้นเลนส์, ป้องกันแสง UV หรือแบบพิเศษอย่างฟิลเตอร์ที่ใช้ตัดแสงสะท้อน โดยจะมีประเภทที่นิยมใช้งานหลัก ๆ ดังนี้

1. Protector Filter

ฟิลเตอร์สำหรับปกป้องหน้าเลนส์ของเราจากรอยต่าง ๆ หรืออุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ สมมติว่าเราซื้อเลนส์มาราคาแพงจะให้ใช้งานแบบเพียว ๆ โดยไม่ใส่ฟิลเตอร์เลยก็อาจจะทำให้เกิดความไม่สบายใจได้

Protector Filter

เพราะเราไม่รู้ว่าเลนส์ชิ้นหน้าของเราจะเป็นรอยขึ้นมาตอนไหน การสวมฟิลเตอร์ไว้ก่อนก็ช่วยลดความกังวล และโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อเลนส์ในอนาคตได้

2. UV Filter

ในยุคของกล้องฟิล์ม ฟิลเตอร์ตัวนี้จะช่วยลดรังสีอุลตร้าไวโอเลตทำให้ภาพของเรามีสีที่เหมือนตามองเห็นมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเซนเซอร์ของกล้องดิจิตอลมีตัวตัด UV ใส่ไว้แล้ว ทำให้ฟิลเตอร์ชนิดนี้มักใส่กันเพื่อปกป้องหน้าเลนส์มากกว่า

UV Filter

3. C-PL Filter

C-PL หรือ Circular Polarized ฟิลเตอร์สำหรับตัดแสงสะท้อน และเงา โดยหลักการทำงานของฟิลเตอร์ชนิดนี้จะใช้แผ่นกระจกสองชิ้นซึ่งเราต้องหมุนหามุมที่พอดีเพื่อลดแสงสะท้อนออกจากภาพ

C-PL Filter หรือ Circular Polarized Filter

ฟิลเตอร์ชนิดนี้เหมาะจะใช้ในจังหวะที่ต้องการถ่ายภาพผิวน้ำหรือท้องฟ้าให้มีความใสเคลียร์ลดแสงสะท้อนลงนั้นเอง

ภาพตัวอย่างการใช้ฟิลเตอร์ C-PL ตัดแสงสะท้อนบนกระจก
C-PL Filter จะช่วยตัดแสง และเงาสะท้อนของน้ำทำให้น้ำดูใสชัดเจนยิ่งขึ้น
ภาพเปรียบเทียบการใส่ฟิลเตอร์ C-PL(ภาพขวา) และแบบไม่ใส่ฟิลเตอร์ C-PL(ภาพซ้าย)

4. ND Filter

ND หรือ Neutral Density ฟิลเตอร์ชนิดนี้จะลดแสงที่เข้าไปยังกล้องของเราให้น้อยลง โดยมีตั้งแต่ลดแสง 1 stop จนถึง 10 stop ขึ้นไปซึ่งจะใช้ในกรณีที่เราต้องการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลงมาก ๆ

ND Filter

สมมติเราอยากถ่ายน้ำตกในเวลากลางวันแต่อยากได้น้ำฟุ้ง ๆ ด้วยการใช้การใช้สปีดต่ำ แต่การใช้สปีดต่ำมาก ๆ นั้นก็จะทำให้ภาพสว่างเกินไปถึงแม้เราจะใช้รูรับแสงแคบแล้วก็ตาม ฟิลเตอร์ ND จะมาช่วยลดแสงในสถานการณ์แบบนี้ได้

หรือจะใช้ในงานวิดีโอที่ต้องการปรับค่าชัตเตอร์สปีดให้สัมพันธ์กับเฟรมเรต ถ้าจะถ่ายวิดีโอตอนกลางวัน และต้องการใช้รูรับแสงกว้างแบบ f/1.4 หรือ f/2 ภาพคงจะสว่างเกินแน่ ๆ การใช้ฟิลเตอร์ ND ก็จะช่วยให้เราตั้งค่าชัตเตอร์สปีดที่ต้องการพร้อมกับรูรับแสงที่เราต้องการได้

ภาพตัวอย่างการใช้ Filter ND ตอนกลางวัน ทำให้สามารถใช้ชัตเตอร์สปีดต่ำในการถ่ายเมฆ และท้องฟ้าให้ดูนุ่มนวลสวยงามได้

5. Filter Graduated ND 

ฟิลเตอร์ ND แบบครึ่งซีกที่จะไล่ระดับจากที่เป็นแบบใสไปจนถึงแบบที่เข้มขึ้น มักใช้ในสถานการณ์ที่มีความต่างแสงสูง ยกตัวอย่างการถ่ายทะเลที่มีท้องฟ้าสว่างกว่าส่วนผิวน้ำมาก ทำให้เราไม่สามารถเก็บ Dynamic range ได้ครบในภาพเดียว ทำให้ภาพที่ได้ไม่เห็นรายละเอียดในพื้นที่ส่วนที่สว่างสุดของภาพ

Tips : Dynamic range หรือความสามารถในการเก็บข้อมูลตั้งแต่ส่วนมืดไปจนถึงส่วนที่สว่างสุดของภาพ ซึ่งยิ่งกล้องมี Dynamic range กว้างมากเท่าไรก็ยิ่งสามารถเก็บค่าแสงได้ดี ทำให้ง่ายต่อการนำภาพ (RAW file) ไปตบแต่งต่อในโปรแกรมภายหลัง

Graduated ND Filter

การใช้ Graduated ND Filter จะทำให้เราสามารถเกลี่ยท้องฟ้าให้มีความสว่างลดลงมาเท่ากับผิวน้ำหรือชายหาดที่เราจะถ่าย ทำให้เราสามารถเก็บ Dynamic range ในส่วนสว่างได้ดีมากยิ่งขึ้น

ผลจาก Graduated ND Filter

ไขข้อข้องใจ “ใส่ฟิลเตอร์แล้วคุณภาพดรอปลงจริงไหม?”

สำหรับมือใหม่คงมีคำถามนี้อยู่ในหัวกันอยู่บ้างว่าควรใส่ฟิลเตอร์ดีไหมใช่ไหมล่ะครับ ฟิลเตอร์นอกจากแบบพิเศษที่ใช้เฉพาะงานแล้ว ฟิลเตอร์ที่นิยมใส่ไว้ตลอดเวลาอย่างฟิลเตอร์ป้องกันหน้าเลนส์นี่ควรใส่ไหม ใส่แล้วคุณภาพจะดรอปลงรึเปล่า

การใส่ฟิลเตอร์ก็เหมือนการเอากระจก 1 ชิ้น ไปวางเพิ่มที่หน้าเลนส์ ดังนั้นคุณภาพจะดรอปลงกว่าแบบไม่ใส่แน่นอนครับ ยิ่งเป็นฟิลเตอร์ที่มีราคาถูกคุณภาพก็อาจจะดรอปลงมากหน่อยตามราคา ดังนั้นถ้าอยากได้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุดก็ควรจะซื้อฟิลเตอร์แบบคุณภาพดีไว้ก่อนครับ

Camera Filter

สำหรับบางคนที่เขาซีเรียสมาก ๆ อาจเลือกที่จะไม่ใส่ฟิลเตอร์เลยก็ได้ แต่ถ้าไม่ใส่ฟิลเตอร์ก็อาจจะทำให้ชิ้นเลนส์ของเราเป็นรอยหรือสกปรกได้ง่ายขึ้นด้วยนั้นเอง อันนี้ต้องลองชั่งใจกันดูครับ

สรุป

ในการเลือกใช้ฟิลเตอร์นั้นเราจะต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ถ้าคิดจะใส่เพื่อปกป้องหน้าเลนส์อย่างเดียวฟิลเตอร์แบบ Protector หรือแบบ UV ก็อาจจะเพียงพอแล้ว

แต่ในส่วนฟิลเตอร์แบบ C-PL ,ND และ Graduated ND นั้นอาจจะต้องเลือกใช้ในงานที่มีความเฉพาะด้านซักหน่อย หวังว่าผู้ที่ได้อ่านบทความนี้จะสามารถตัดสินใจเลือกใช้งานฟิลเตอร์ได้ง่าย และตรงกับงานมากขึ้นครับ

ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพครับ 🙂

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...