โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใช้ยังไง? ปลอดภัยไหม? รู้จัก 'ถ้วยอนามัย' ทางเลือกใหม่ในวันนั้นของเดือน

The MATTER

เผยแพร่ 26 ส.ค. 2563 เวลา 08.33 น. • Public Health

ทุกเดือน สิ่งที่สาวๆ ต้องเจอนั่นก็คือประจำเดือนเจ้าปัญหา ที่พ่วงมาพร้อมค่าใช้จ่ายมหาศาล รวมทั้งสิ้นแล้วก็ราวๆ 4,800 บาทต่อปี จนทำให้รู้สึกว่าถ้ามีทางเลือกที่ช่วยเซฟเงินได้มากกว่านี้ และยังซัพพอร์ตให้วันนั้นของเดือนสะดวกสบายมากขึ้น ก็คงจะดีไม่น้อยเลย

ที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่น ซึ่งมีราคาถูกและหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ หรือผ้าอนามัยแบบสอด ที่เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลาย เพราะช่วยให้ขยับร่างกายได้อิสระมากขึ้น แต่ผ้าอนามัยทั้งสองแบบก็ยังต้องมีการเปลี่ยนระหว่างวันบ่อยๆ และต้องซื้อมาใช้ใหม่เรื่อยๆ อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีผ้าอนามัยอีกชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้นมา และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ทั่วโลก นั่นก็คือ 'ถ้วยอนามัย' ที่มีลักษณะเป็นถ้วยทรงกรวย แต่หลายคนก็แอบสงสัยว่า แล้วมันจะเอาเข้าไปในช่องคลอดยังไง? ใช้ดีจริงมั้ย? หรืออันตรายหรือเปล่า? เพราะฉะนั้น เราจึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับถ้วยอนามัยแบบเข้าใจง่ายๆ กัน

ถ้วยอนามัย หรือ Menstrual Cup เป็นอุปกรณ์ช่วยรองรับประจำเดือนของผู้หญิง ทำจากวัสดุที่เป็นซิลิโคนทางการแพทย์ ทำให้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อช่องคลอด หรือเกิดโรคท็อกซิกช็อค (Toxic Shock Syndrome) โดยจะมีหลายขนาดให้เลือกใช้ตามสรีระของแต่ละคน ได้แก่ S, M, L ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะหากเล็ก หรือใหญ่เกินไป ก็จะทำให้ใส่ลำบากและขยับเขยื้อนร่างกายยากกว่าเดิม

ส่วนในเรื่องของการรองรับเลือด ถ้วยอนามัยใช้หลักการสุญญากาศ เมื่อใส่เข้าไปในช่องคลอดแล้ว จะปิดช่องคลอดและกักเก็บเลือดไม่ให้ไหลออกมาข้างนอก ทำให้สบายใจได้ว่าไม่เลอะระหว่างวันอย่างแน่นอน แม้จะกระโดดโลดเต้นแรงแค่ไหนก็ตาม หรือแม้แต่ตอนกลางคืนก็เช่นกัน ทำให้หลับและตื่นมาอย่างสบายใจ ไม่ต้องหอบที่นอนไปซักบ่อยๆ

แต่สาวๆ หลายคนอาจจะกังวลเกี่ยวกับวิธีการใส่ เช่น ใส่แล้วจะหลุดออกมาตอนปัสสาวะมั้ย? หรือใส่แล้วจะค้างจนเอาไม่ออก หรือหลุดเข้าไปในร่างกายหรือเปล่า? ตรงนี้สามารถบอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากเราใส่ถ้วยอนามัยไว้ในช่องคลอด ไม่ใช่ช่องปัสสาวะ และช่องคลอดของเราก็มีลักษณะเป็นท่อตัน ทำให้ไม่หลุดเข้าไปในร่างกายอย่างแน่นอน

ต่อมาคือเรื่องของการใส่ที่ทำให้หลายคนยังไม่กล้าใช้ถ้วยอนามัย ซึ่งจริงๆ วิธีใส่นั้นไม่ยากอย่างที่คิด แค่ 2 วิธีนั่นก็คือพับและใส่เข้าไปในช่องคลอด แต่การพับนั้นก็มีหลายแบบ เช่น C-Fold, Punch-down Fold หรือ 7-Fold ถ้าถามว่าแบบไหนดีที่สุด อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสรีระของแต่ละคนแล้วว่า พับแบบไหนเข้าไปในช่องคลอดง่ายกว่ากัน

ส่วนวิธีการถอดก็ง่ายเช่นกัน เพราะที่ปลายถ้วยจะมีก้าน ซึ่งง่ายต่อการดึงและถอด โดยก่อนหน้านั้นอาจใช้นิ้วดันเพื่อให้อากาศเข้าไป จะได้ถอดออกมาง่ายขึ้น แล้วจากนั้นก็นำมาเททิ้ง ล้างทำความสะอาดด้วยสบู่ ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องหากระดาษห่อให้วุ่นวาย และไม่ต้องทิ้งพลาสติกหลายๆ ชิ้นอีกด้วย

อีกข้อดีของถ้วยอนามัยนั่นก็คือ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระหว่างวันบ่อยๆ เนื่องจากการใส่หนึ่งครั้ง สามารถรองรับเลือดได้นาน 8-12 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับผ้าอนามัยชนิดอื่นที่ต้องเปลี่ยนทุกๆ 3-4 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องรีบร้อนหาห้องน้ำเพื่อเปลี่ยน แต่สามารถกลับมาเปลี่ยนตอนกลับบ้านได้ แต่ข้อเสียก็คือหากจำเป็นจะต้องเปลี่ยนที่ห้องน้ำสาธารณะจริงๆ ก็อาจจะลำบาก เนื่องจากถ้วยอนามัยต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่

และที่สำคัญ หากใครอยากเซฟค่าใช้จ่าย ถ้วยอนามัยคือทางเลือกที่ดี เนื่องจากถ้วยอนามัยหนึ่งชิ้นมีราคาตั้งแต่ 200-800 บาท แต่สามารถใช้ได้นานถึง 10 ปี เมื่อลองนำมาเทียบกับการซื้อผ้าอนามัยชนิดอื่นๆ ก็ถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะทีเดียว

ลองเปิดใจให้กับทางเลือกใหม่อย่างถ้วยอนามัยก็ไม่เสียหาย เพราะนอกจากจะช่วยเซฟโลก เซฟเงิน ยังช่วยเชฟร่างกายของเราอีกด้วย อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเลอะกางเกงหรือกระโปรงแหละนะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

glamourmagazine.co.uk

bbc.com

Illustration by Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...