โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุมตัว ‘หนุ่ม’ วัย 32 ปี ทำแผนชิงทรัพย์ ธนาคารฯ ให้ห้างฯ ย่านทุ่งครุ ขณะที่ แฟนสาว ปฎิเสธข้อหากล่าวหา

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ก.พ. 2563 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 09.07 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.  วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563  ที่ธนาคารกรุงเทพสาขาโลตัส ประชาอุทิศ 58 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.),  พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง  ผบ.ตร.),  พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต.อิทธิพล  อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.), พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย  ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.),  พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8), พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์  รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบก.สส.บช.น.), พ.ต.อ.มานพ สุคนธะนพันน์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (รอง ผบก.น.8), พ.ต.อ.สุรเวช การวัฒนาศิริกุล ผกก.สน.ทุ่งครุ, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิต ผกก.สส.5 บก.สส.บช.น. ร่วมกันแถลงการจับกุมตัว นายชัยวัฒน์ มีชะคะ อายุ 32 ปี ชาว ต.คลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 58/2563 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563  และนางสาวผกามาศ ประดับวงศ์ อายุ 29 ปี ชาว ต.คลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 59/2563 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ต้องหากระทําความผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าเพื่อไม่ให้ เพื่อไม่ให้เห็นหรือจําหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม” โดยจับกุมตัวได้ เวลาประมาณ 15.50 น. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา บริเวณกลางซอยท่าเรือแดง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
 
จากเหตุการณ์ที่มีคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัส ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563  โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็น เงินสดประมาณ 870,500 บาท และอาวุธปืนลูกโม่ จํานวน 1 กระบอก จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคาร กรุงเทพ  (ที่เกิดเหตุ) จากนั้นขี่รถจักยานยนต์ หลบหนีไป หลังเกิดเหตุทาง เจ้าหน้าที่ตํารวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐานซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลภาพของกล้องวงจรปิด เส้นทางมาก่อเหตุ และหลบหนีของคนร้าย พบว่า หลังก่อเหตุคนร้ายได้นํา รถจักรยานยนต์ เสื้อผ้าและหมวกนิรภัย ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ ไปทิ้งไว้ที่คูน้ำข้างทาง ภายในซอยโปร่งอารมณ์ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
 
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากภาพกล้องวงจรปิด พบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน คือ นางสาวผกามาศ ประดับวงศ์ (ภรรยา) ของนายชัยวัฒน์  มีชะคะ ผู้ต้องหา ทําหน้าที่เป็นคนขับรถยนต์มาส่งคนร้าย (ที่บ้านพัก ) ย่านสมุทรปราการ ก่อนที่ นายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาจะขี่รถจักรยานยนต์ มาเพื่อมาก่อเหตุ และพาหลบหลังเกิดเหตุ 
 
เจ้าหน้าที่ได้รวบรวม พยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานที่ได้จากทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะลายนิ้วมือแฝง ของคนร้ายที่พบบนหมวกนิรภัยที่ถูกทิ้งไว้ ซึ่งจาการตรวจสอบจากฐานข้อมูลประวัติอาชญากร พบว่า ตรงกับลายพิมพ์นิ้วมือของ  นายชัยวัฒน์ มีชะคะ จนนําไปสู่การออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ และนางสาวผกามาศ ผู้ร่วมก่อเหตุจนสามารถจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ พร้อมทั้งได้ตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องในคดี ประกอบด้วย (1.) เงินสด รวมจํานวน 401,000 บาท โดยตรวจยึดได้ จากนายชัยวัฒน์ และเงินที่นายชัยวัฒน์นําไปฝากไว้กับพ่อ และแม่ หลังจากก่อเหตุ, ( 2.) อาวุธปืน พกสั้น รีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ทะเบียนเลขที่ กท.18019759 จํานวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จํานวน 4 นัด ที่นายชัยวัฒน์ แย่งจาก รปภ. ของธนาคาร, (3.) รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง รุ่นซีวิค ไดแมนชั่น ทะเบียน วพ9406 กรุงเทพมหานคร จํานวน 1 คัน พร้อมกุญแจ จํานวน 1 ดอก โดยเป็นยานพาหนะที่นางสาวผกามาศ (ภรรยา) ผู้ต้องหาขับมาส่ง  นายชัยวัฒน์ เพื่อมาก่อเหตุและพาหลบหนี,  (4.) รองเท้าแตะ ยี่ห้อ CROCS สีเทา จํานวน 1 คู่ โดยนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาสวมใส่อยู่ขณะก่อเหตุ, (5.) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นโน้ตแฟนอีดิชั่น ด้านหลังสีน้ำเงิน (เครื่องเก่า)  เบอร์โทรพร้อมซิมการ์ดหมายเลข 062-432-0685 จํานวน 1 เครื่อง, (6.) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นกาเล็คซีโน้ต เบอร์โทร 062-432-0685 สีดํา จํานวน 1 เครื่อง, (7.) สร้อยคอรูปพรรณ 3 บาท, (8.) ตั๋วโรงรับจำนำ จำนวนหนึ่ง
 
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาทั้ง 2 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าเพื่อไม่ให้ เพื่อไม่ให้เห็นหรือจําหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม”
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบเงินสด จำนวน 401,000 บาท ที่ตรวจยึดกลับคืนมาได้ ส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัส ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายชัยวัฒน์ มีชะคะ อายุ 32 ปี  ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทามกลางประชาชนนับร้อยมาเฝ้าดูวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก
 
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) ต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่  สน.ทุ่งครุ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 (กก.สส.บก.น.8)  นำกำลังมาดูแลความปลอดภัยให้ผู้ต้องหาอย่างแน่นหนา  โดยจุดที่เจ้าหน้าที่ควบคุมนายชัยวัฒน์ มีชะคะ ผู้ต้องไปไปชี้จุดทำแผน จุดที่ (1.) คือจุดจอดรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บริเวณลานจอดรถข้างห้างฯ, ส่วนจุดที่ (2.) เป็นบริเวณประตูทางเข้าธนาคารฯ, จุดที่ (3.) เป็นบริเวณเคาน์เตอร์รับ-ฝากเงิน, ขณะที่จุดที่ (4.)  เป็นจุดที่ใช้อาวุธปืนของตัวเองจี้ชิงปืนลูกโม่ขนาด .38 ของ รปภ. ธนาคารฯ และจุดที่ ( 5.) เป็นจุดที่นายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหา  กระโดดข้ามเคาน์เตอร์รับฝาก-ถอนเงินเข้าไปโกยเงินสด จำนวน 807,500 บาทใส่กระเป๋าเป้ก่อนหลบหนีออกไป  
 
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า  จากการสอบสวน นายชัยวัฒน์ มีชะคะ อายุ 32 ปี  ผู้ต้องหาขณะนี้ยอมรับว่า  มีภูมิลำเนาอยู่ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มีความคุ้นเคยกับที่เกิดเหตุ และเคยมาดูลาดเลาก่อนแล้ว ก่อเหตุชิงเงินครั้งนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยได้แบ่งเงินนำไปซื้อทองรูปพรรณกับพระเลี่ยมทองบางส่วน  
ส่วนเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย พบว่า หลังก่อเหตุคนร้ายได้นํารถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า หมวกนิรภัย และปืนของตัวเองที่อ้างว่าเป็น บีบีกัน ไปทิ้งไว้ที่คูน้ำข้างทางภายในซอยโปร่งอารมณ์  แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แล้วหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปกบดานย่านนิมิตรใหม่ โดยมีแฟนสาวขับรถยนต์พาไป อีกทั้งยังแบ่งเงินที่ได้จากการก่อเหตุบางส่วนไปฝากไว้กับพ่อ แม่ ซึ่งตอนนี้ตำรวจยึดคืนมาได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติอาชญากร  พบว่า นายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 เคยมีประวัติคดี การโทรมหญิง เมื่อวันที่ 27  มีนาคม 2547 ประวัติการกระทําผิดขับรถขณะเมาสุรา เมื่อวันที่ 2 เมษายน .2552 และประวัติการครอบครองยาบ้า  เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2552
 
ส่วนนางสาวผกามาศ  ผู้ต้องหาที่ 2 มีหมายจับข้อหา รับของโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับของศาลอาญาธนบุรี ที่ 54/2560 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...