โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมทริค เพิ่มความเร็วให้ Google Chrome หมดปัญหา ท่องเว็บช้า โหลดนานผิดปกติ

Techhub

อัพเดต 13 ส.ค. 2564 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 04.52 น.

ใช้ Chrome เข้าเว็บอยู่ทุกวัน เคยรู้สึกหงุดหงิดเพราะเว็บโหลดช้า หน้าเว็บค้าง หมุนนานผิดปกติบ้างมั้ย แต่ถ้าใครไม่อยากเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์อื่นเพราะความเคยชินแล้วล่ะก็ Techhub มีวิธีแก้ไขปัญหามาบอกกัน

1. ทดสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้มีปัญหากับอินเทอร์เน็ตวิธีเช็คง่ายๆ ก็แค่ลองใช้เบราว์เซอร์อื่นเชื่อมต่อเน็ตดู หรือบางครั้งการรีสตาร์ทเราเตอร์ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตได้เช่นกัน

2. ตรวจสอบเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นใน Chrome

Google มักถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นใน Chrome แต่ก็ยังมีเสิร์ชเอ็นจิ้นอื่นๆ เช่น Bing, Yahoo, DuckDuckGo และ Ecosia ชอบเค้าเข้ามาแทนที่ การเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือค้นหาเหล่านี้ใน Chrome อาจทำให้ประสิทธิภาพการท่องเว็บลดลงได้ในบางครั้ง ลองตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่า Google เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นหรือไม่ โดยไปที่ จุดสามจุดที่มุมบนขวา —> ไปที่การตั้งค่า —> ค้นหาเครื่องมือค้นหาทางด้านซ้ายมือ และคลิกที่จัดการเครื่องมือค้นหา คุณสามารถแก้ไข ลบ หรือตั้งค่าเครื่องมือค้นหาใดๆ เป็นค่าเริ่มต้นได้ที่นี่ และอย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่า Google เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นแล้ว

3. ปิดแท็บที่ไม่ได้ใช้

ปกติการค้นข้อมูลผ่านเว็บหลายครั้งจำเป็นต้องเปิดแท็บพร้อมกัน แต่บางครั้งก็ดูเหมือนมันจะมากเกินไป และถึงแม้ว่าจะเปิดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานแต่ก็มีการรกินทรัพยากรระบบเกิดขึ้นได้ เมื่อเปิดแท็บที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ลองใช้วิธีจัดกลุ่มแท็บบน Google Chrome เปิดเครื่องมือตรวจสอบทรัพยากรบน Windows หรือ Mac และปิดแท็บทีละรายการเพื่อดูว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือไม่

Techhub แนะนำให้ใช้วิธีบุ๊กมาร์กหน้าเว็บแทนที่จะเปิดไว้ตลอดเวลา อีกทั้งการปิดแท็บที่ไม่ได้ใช้งานยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ด้วย

4. ล้างแคชและประวัติการท่องเว็บ

การล้างแคชและประวัติการใช้งานใน Chrome เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ โดยข้อมูลที่ไม่ได้ใช้จะลดประสิทธิภาพของเบราว์เซอร์ของคุณ แต่ระวังว่าการล้างแคชจะลบเอาชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่บันทึกไว้ออกไปด้วย เพื่อให้ข้อมูลยังอยู่ คุณสามารถตั้งค่ายกเลิกได้โดยเลือกที่ช่องรหัสผ่าน และช่องข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้อื่นๆ ในการตั้งค่าขั้นสูงของการล้างประวัติการเข้าชมก่อนที่จะล้างข้อมูล โดยไปที่ จุดแนวตั้งสามจุดที่มุมบนขวาของเบราว์เซอร์ Chrome —> ไปที่หน้าประวัติศาสตร์ หรือ History —> คลิกล้างข้อมูลการท่องเว็บ —> กำหนดช่วงเวลาข้อมูลที่จะลบ —> เลือกช่องทั้งหมด ยกเว้น รหัสผ่าน และข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้อื่น ๆ และข้อมูลแบบฟอร์มป้อนอัตโนมัติ จากนั้นคลิกที่ล้างข้อมูล

เมื่อคุณล้างประวัติการท่องเว็บแล้ว ให้ลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์เพื่อดูว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้หรือไม่

5. อัปเดต Chrome อยู่เสมอ

ในกรณีที่คุณปิดการตั้งค่าการอัปเดต Chrome อัตโนมัติเอาไว้ ให้ตรวจสอบว่า Chrome ที่ใช้เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหรือยัง แม้ว่าการอัปเดต Chrome จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ แต่เบราว์เซอร์ก็อาจปลอดภัยจากการโจมตีของมัลแวร์มากขึ้น ไปที่จุดสามจุดที่มุมบนขวา —> Help > เกี่ยวกับ Google Chrome หาก Chrome ได้รับการอัปเดตแล้ว คุณมีข้อความว่า Google Chrome เป็นเวอร์ชันล่าสุด

6. จัดการส่วนขยายที่ไม่ได้ใช้งาน

การลงส่วนขยายเพิ่มใน Chrome แม้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การใช้ส่วนขยายมากเกินไปอาจมีผลตรงกันข้าม เช่นเดียวกับการเปิดแท็บใน Chrome ไว้นั่นแหละ ส่วนขยายที่ทำงานอยู่จะใช้ทรัพยากรของระบบซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานช้าลง

ดังนั้นจึงควรเลือกใช้เฉพาะส่วนขยายตามที่จำเป็นและใช้ง่านบ่อยจริงๆ และเอาส่วนขยายที่ไม่ค่อยได้ใช้ออก หากประสิทธิภาพไม่ดีขึ้นหลังจากลบส่วนขยายแล้ว ให้ลองเปิดและปิดส่วนขยายที่ทำงานอยู่ทีละรายการ การปิดใช้งานส่วนขยายบางอย่างอาจทำให้การท่องเว็บ Chrome เร็วขึ้น

7. ปิดใช้งานการเร่งฮาร์ดแวร์

งานที่มีความต้องการการประมวลผลสูง เช่น การเล่นวิดีโอเกม ให้ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิกสำหรับการคำนวณเพื่อลดภาระงานบน CPU เป็นผลให้ CPU สามารถทำงานพื้นฐานและจำเป็นในขณะที่ GPU จัดการกับความต้องการในการประมวลผลที่สูง ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของ CPU แต่ก็สามารถทำให้เบราว์เซอร์ของคุณช้าลงและทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ดังนั้น ให้ลองปิดการเร่งฮาร์ดแวร์จากจากเบราว์เซอร์ดูได้ โดยไปที่จุดสามจุดที่มุมบนขวา —> ไปที่การตั้งค่า —> เลื่อนไปที่ด้านล่างของหน้าและคลิกที่ตัวเลือกขั้นสูง —>ในตัวเลือกขั้นสูง ไปที่การตั้งค่าระบบ —> ปิดตัวเลือก “ใช้การเร่งฮาร์ดแวร์เมื่อพร้อมใช้งาน”

ในกรณีที่ทำทุกวิธีที่ว่ามานี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล Chrome อาจมีปัญหาอื่นก็เป็นได้ ลองสแกนหามัลแวร์ในเครื่องดูบ้าง เพราะมันอาจเป็นสามารถที่ทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ช้าลง ใช้ Chrome เข้าเว็บอยู่ทุกวัน เคยรู้สึกหงุดหงิดเพราะเว็บโหลดช้า หน้าเว็บค้าง หมุนนานผิดปกติบ้างมั้ย แต่ถ้าใครไม่อยากเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์อื่นเพราะความเคยชินแล้วล่ะก็ Techhub มีวิธีแก้ไขปัญหามาบอกกัน . 1. ทดสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้มีปัญหากับอินเทอร์เน็ตวิธีเช็คง่ายๆ ก็แค่ลองใช้เบราว์เซอร์อื่นเชื่อมต่อเน็ตดู หรือบางครั้งการรีสตาร์ทเราเตอร์ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตได้เช่นกัน . 2. ตรวจสอบเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นใน Chrome Google มักถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นใน Chrome แต่ก็ยังมีเสิร์ชเอ็นจิ้นอื่นๆ เช่น Bing, Yahoo, DuckDuckGo และ Ecosia ชอบเค้าเข้ามาแทนที่ การเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือค้นหาเหล่านี้ใน Chrome อาจทำให้ประสิทธิภาพการท่องเว็บลดลงได้ในบางครั้ง ลองตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่า Google เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นหรือไม่ โดยไปที่ จุดสามจุดที่มุมบนขวา -> ไปที่การตั้งค่า -> ค้นหาเครื่องมือค้นหาทางด้านซ้ายมือ และคลิกที่จัดการเครื่องมือค้นหา คุณสามารถแก้ไข ลบ หรือตั้งค่าเครื่องมือค้นหาใดๆ เป็นค่าเริ่มต้นได้ที่นี่ และอย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่า Google เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นแล้ว . 3. ปิดแท็บที่ไม่ได้ใช้ ปกติการค้นข้อมูลผ่านเว็บหลายครั้งจำเป็นต้องเปิดแท็บพร้อมกัน แต่บางครั้งก็ดูเหมือนมันจะมากเกินไป และถึงแม้ว่าจะเปิดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานแต่ก็มีการรกินทรัพยากรระบบเกิดขึ้นได้ เมื่อเปิดแท็บที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ลองใช้วิธีจัดกลุ่มแท็บบน Google Chrome เปิดเครื่องมือตรวจสอบทรัพยากรบน Windows หรือ Mac และปิดแท็บทีละรายการเพื่อดูว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือไม่ . Techhub แนะนำให้ใช้วิธีบุ๊กมาร์กหน้าเว็บแทนที่จะเปิดไว้ตลอดเวลา อีกทั้งการปิดแท็บที่ไม่ได้ใช้งานยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ด้วย . 4. ล้างแคชและประวัติการท่องเว็บ การล้างแคชและประวัติการใช้งานใน Chrome เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ โดยข้อมูลที่ไม่ได้ใช้จะลดประสิทธิภาพของเบราว์เซอร์ของคุณ แต่ระวังว่าการล้างแคชจะลบเอาชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่บันทึกไว้ออกไปด้วย เพื่อให้ข้อมูลยังอยู่ คุณสามารถตั้งค่ายกเลิกได้โดยเลือกที่ช่องรหัสผ่าน และช่องข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้อื่นๆ ในการตั้งค่าขั้นสูงของการล้างประวัติการเข้าชมก่อนที่จะล้างข้อมูล โดยไปที่ จุดแนวตั้งสามจุดที่มุมบนขวาของเบราว์เซอร์ Chrome -> ไปที่หน้าประวัติศาสตร์ หรือ History -> คลิกล้างข้อมูลการท่องเว็บ -> กำหนดช่วงเวลาข้อมูลที่จะลบ -> เลือกช่องทั้งหมด ยกเว้น รหัสผ่าน และข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้อื่น ๆ และข้อมูลแบบฟอร์มป้อนอัตโนมัติ จากนั้นคลิกที่ล้างข้อมูล . เมื่อคุณล้างประวัติการท่องเว็บแล้ว ให้ลองรีสตาร์ทเบราว์เซอร์เพื่อดูว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้หรือไม่ . 5. อัปเดต Chrome อยู่เสมอ ในกรณีที่คุณปิดการตั้งค่าการอัปเดต Chrome อัตโนมัติเอาไว้ ให้ตรวจสอบว่า Chrome ที่ใช้เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหรือยัง แม้ว่าการอัปเดต Chrome จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ แต่เบราว์เซอร์ก็อาจปลอดภัยจากการโจมตีของมัลแวร์มากขึ้น ไปที่จุดสามจุดที่มุมบนขวา -> Help > เกี่ยวกับ Google Chrome หาก Chrome ได้รับการอัปเดตแล้ว คุณมีข้อความว่า Google Chrome เป็นเวอร์ชันล่าสุด . 6. จัดการส่วนขยายที่ไม่ได้ใช้งาน การลงส่วนขยายเพิ่มใน Chrome แม้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การใช้ส่วนขยายมากเกินไปอาจมีผลตรงกันข้าม เช่นเดียวกับการเปิดแท็บใน Chrome ไว้นั่นแหละ ส่วนขยายที่ทำงานอยู่จะใช้ทรัพยากรของระบบซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานช้าลง . ดังนั้นจึงควรเลือกใช้เฉพาะส่วนขยายตามที่จำเป็นและใช้ง่านบ่อยจริงๆ และเอาส่วนขยายที่ไม่ค่อยได้ใช้ออก หากประสิทธิภาพไม่ดีขึ้นหลังจากลบส่วนขยายแล้ว ให้ลองเปิดและปิดส่วนขยายที่ทำงานอยู่ทีละรายการ การปิดใช้งานส่วนขยายบางอย่างอาจทำให้การท่องเว็บ Chrome เร็วขึ้น . 7. ปิดใช้งานการเร่งฮาร์ดแวร์ งานที่มีความต้องการการประมวลผลสูง เช่น การเล่นวิดีโอเกม ให้ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิกสำหรับการคำนวณเพื่อลดภาระงานบน CPU เป็นผลให้ CPU สามารถทำงานพื้นฐานและจำเป็นในขณะที่ GPU จัดการกับความต้องการในการประมวลผลที่สูง ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของ CPU แต่ก็สามารถทำให้เบราว์เซอร์ของคุณช้าลงและทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ดังนั้น ให้ลองปิดการเร่งฮาร์ดแวร์จากจากเบราว์เซอร์ดูได้ โดยไปที่จุดสามจุดที่มุมบนขวา -> ไปที่การตั้งค่า -> เลื่อนไปที่ด้านล่างของหน้าและคลิกที่ตัวเลือกขั้นสูง ->ในตัวเลือกขั้นสูง ไปที่การตั้งค่าระบบ -> ปิดตัวเลือก "ใช้การเร่งฮาร์ดแวร์เมื่อพร้อมใช้งาน" . ในกรณีที่ทำทุกวิธีที่ว่ามานี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล Chrome อาจมีปัญหาอื่นก็เป็นได้ ลองสแกนหามัลแวร์ในเครื่องดูบ้าง เพราะมันอาจเป็นสามารถที่ทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ช้าลง .


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...