โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BBL ร่วมโครงการ Regulatory Sandbox ทดสอบระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล

efinanceThai

เผยแพร่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 03.46 น.

BBL ร่วมโครงการ Regulatory Sandbox ทดสอบระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 ก.พ. 63 10:46 น.

BBL ร่วมโครงการ Regulatory Sandbox กับ ธปท. ทดสอบระบบยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) พร้อมชวนลูกค้าทดลองเปิดบัญชีเงินฝากแบบใหม่ e-Savings เร่งศึกษาพฤติกรรมลูกค้า มั่นใจเตรียมปูพรมให้บริการทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว หาก ธปท. ไฟเขียว ช่วยดันยอดโมบายแบงกิ้ง

นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ธนาคารเข้าร่วมทดสอบการให้บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยได้นำมาทดลองใช้กับบริการเปิดบัญชีเงินฝาก e-Savings ผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากแบบรูปแบบใหม่ที่ไม่มีสมุดบัญชี ไม่กำหนดยอดฝากขั้นต่ำ และฟรีค่าธรรมเนียมโอน เติม จ่าย และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมข้ามเขตผ่านช่องทางบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง โดยสามารถเปิดบัญชีได้ง่ายด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชัน Bualuang mBanking หลังจากที่ ธปท. อนุญาตให้ออกจาก Regulatory Sandbox

สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝาก e-Savings ด้วยกระบวนการรูปแบบใหม่นี้ ธนาคารได้นำเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าที่เรียกว่า “Facial Recognition” มาช่วยพิสูจน์และยืนยันตัวตนในกระบวนการทำ e-KYC เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ธนาคารให้ความสำคัญในด้านการกำกับดูแลข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

ในระยะเริ่มต้นที่เป็นการทดสอบให้บริการเปิดบัญชีเงินฝาก e-Savings ผ่านช่องทางดิจิทัลตามโครงการ Regulatory Sandbox ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถสมัครเปิดบัญชีดังกล่าวผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่านระบบ NDID ได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สีลม ซึ่งผู้สมัครจะต้องเป็นลูกค้าใหม่ โดยธนาคารได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยให้คำอธิบายและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับขั้นตอนการทำรายการ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการทดลองใช้งาน และธนาคารสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ตลอดจนปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถนำไปปรับปรุงกระบวนการให้บริการให้ราบรื่นและสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เมื่อได้รับอนุญาตจาก ธปท. ให้ออกจาก Regulatory Sandbox และเปิดให้บริการแก่ประชาชนเป็นการทั่วไปได้

“กลุ่มเป้าหมายสำคัญของผู้ใช้งานระบบใหม่นี้ จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้งานแอปพลิเคชันด้านการเงินอยู่แล้ว ทั้งมั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะมาช่วยตอบโจทย์การเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่ใช้โมบายแบงกิ้งกับธนาคารที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 10 ล้านคนได้ในปีนี้ และเป็น 13 ล้านคนในปี 2564 รวมถึงยังสามารถต่อยอดไปสู่การตอบโจทย์บริการด้านการเงินรูปแบบอื่นๆ ได้ด้วย เช่น การให้บริการสินเชื่อออนไลน์ หรือ Digital Lending ซึ่งธนาคารได้ริเริ่มความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุน” นางปรัศนี กล่าว

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...