โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เข้าไปในโลกที่(ไม่)มีเหตุผลของเด็กอัลเทอร์ฯ ยุค 2020 ฉบับ The Jukks

BLT BANGKOK

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2563 เวลา 12.13 น. • BLT Bangkok

ไม่ได้ออกเพลงใหม่มานานแค่ไหนแล้ว

แกน: ตั้งแต่ซิงเกิลล่าสุดที่ปล่อยมา ไม่อยากหายใจ ก็ประมาณ 2 ปี แต่ว่าอัลบั้ม 2 จะเงียบๆ หน่อย คนก็จะนึกว่าไม่ได้ปล่อยเพลงเลย บางคนอาจจะยังไม่รู้เลยว่ามีอัลบั้ม 2 แล้ว

ระหว่างที่ไม่มีผลงานใหม่ แต่ละคนไปทำอะไรกันมาบ้าง

แกน: เป็นช่วงที่เราทำเพลงแบบเก็บเล็กผสมน้อย เก็บไอเดียไปเรื่อยๆ มีที่แตกต่างออกไปเลยคือ ผมไปเป็นช่างสัก ทำงานศิลปะบ้าง

เตอร์: ผมรับจ๊อบเป็นฟรีแลนซ์ ผมจบจิวเวอรี่ ก็ไปทำงานรับออกแบบบ้าง ด้วยความที่วงเราเรียนจบศิลปะมา

แมว: ผมเป็นนักแต่งเพลงอยู่ค่าย (Smallroom) ซึ่งช่วงที่ค่ายยังไม่มีรายได้ จากผลกระทบโควิด-19 ก็มีการทำไก่ทอดกันเกิดขึ้น ฝาก Smallfoodz ด้วยครับ นอกนั้นผมทำงานศิลปะบ้าง เก็บสกิลเล่นดนตรี พยายามเรียนรู้โน่นนี่

แล้วช่วงกักตัวของแต่ละคนทำอะไรบ้าง

แมว: หลักๆ ผมก็ยังทำดนตรี แต่มีการฝึกดรออิง เพ้นต์งานบ้าง มันมีเวลาว่างเยอะก็เลยฝึกฝนอะไรที่เราลืืมหรือไม่ได้ถนัดมาก เพราะถ้าไปเสพอะไรที่ทำให้ห่อเหี่ยว จิตใจก็ไปกันใหญ่ เลยหาอะไรทำ

เตอร์: ผมพักผ่อนครับ แล้วนั่งดูตัวเองว่างานที่เคยทำมา ลืมอะไรไปบ้าง

แกน: ช่วงที่ล็อกดาวน์ทำสักไม่ได้ เลยกลายเป็นช่วงที่ได้ฝึกสกิลการทำงานศิลปะมากขึ้น ได้ฝึกทุกอย่างที่เราอยู่ปกติคงไม่ได้ทำ จริงๆ ก็ควบคู่ไประหว่างทำงานศิลปะกับการทำเพลง เพราะว่าอยู่บ้านเฉยๆ นั่งทำเพลงอย่างเดียวก็เบื่อ นั่งวาดรูปอย่างเดียวก็เบื่อ เพราะไม่ได้ออกไปไหน ผมว่ายน้ำเป็นเพิ่มอีกอย่างด้วย ช่วงปลายๆ ที่คลายล็อกดาวน์ แต่ให้ว่ายน้ำได้แล้ว เลยไปฝึกในสระว่ายน้ำของหมู่บ้าน ผมคิดว่าหลายๆ คนน่าจะมีสกิลเพิ่มมากขึ้นในช่วงล็อกดาวน์

เพลงไม่มีเหตุผล (Innocent) ซิงเกิลใหม่ เสร็จก่อนล็อกดาวน์ไหม

แกน: ก่อนครับ ทั้งเพลง ทั้งเอ็มวีเสร็จก่อน กำลังนั่งปั้นกันว่าปล่อยกันตอนไหนดี ครึกครื้นกันเลย ผ่านมาสองวันโควิด-19 มาพอดี

แล้วเพลงนี้มีที่มาจากไหน

แกน: เล่าเท้าความถึงวิธีการทำงานเลย ผมถือว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่น่าจะบรรยายทุกอย่างที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ตอนอัลบั้มแรกจะมีความดิบกับความสด พลังวัยรุ่นคิดอะไรออกก็ทำเลย บวกกับระยะเวลาที่จำกัด เพราะอยากให้ทุกอย่างเร็ว ทำเพลงแล้วปล่อยออกมาสดๆ เลย พออัลบั้ม 2 เป็นช่วงที่เราผ่านอะไรต่างๆ มา มีการทัวร์คอนเสิร์ต เหมือนตกผลึกจากเพลงที่ทำในอัลบั้มแรก ก็คิดว่าอัลบั้ม 2 ควรมีชั้นเชิงของดนตรีมากขึ้นได้แล้ว แต่ว่าชั้นเชิงของดนตรีที่ได้มา คือบางพาร์ตของดนตรีที่มีรายละเอียดเยอะๆ ความรู้ความสามารถของเราในตอนนั้นอาจยังไม่พอ ก็ใช้วิธีการให้พี่ๆ ในค่ายคอยช่วยเหลือ มันเป็นชั้นเชิงที่เอาตัวตนของเราไปผสมกับความเป็นคนอื่น จากที่เคยเป็นแบบตรงๆ อยู่ดีๆ มีท่อนที่เข้าใจยาก บวกกับช่วงเวลาที่ปล่อยอัลบั้ม 2 เลยทำให้ทุกอย่างดูเงียบๆ

อัลบั้ม 3 เราเลยคิดว่าจะทำอย่างไรดี ได้ลองหลายๆ แบบมาแล้ว เทำแบบสดมากๆ พยายามเป็นกูรูแบบเข้าใจยาก ซึ่งทอัลบั้ม 3 เป็นจุดที่ตกตะกอนแล้วว่า ความมากในการคิด แต่ความน้อยในการเรียบเรียง เป็นจุดที่พอดีกัน มันจะเป็นเพลงที่ไม่จำเป็นต้องแสดงวิธีการเล่นยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องแสดงเนื้อหาเพลงที่เข้าใจยาก แต่ในความเข้าใจง่ายเป็นความรู้สึกที่ผ่านการกลั่นกรองหลายครั้ง มีการถอยออกมาดูภาพในวงกว้างมากขึ้น จะเรียกว่าโตขึ้นก็ได้ เพราะตอนวัยรุ่นไม่คิดอะไรพวกนี้หรอก ทำเลย ทำแล้วสนุก แต่อันนี้เรารู้สึกสนุกกับมัน แล้วมีการถอยออกมาดูตลอด มันโอเคแล้วจริงๆ หรืือเปล่า ผ่านไปวันพรุ่งนี้เราอยากจะร้องตามอยู่หรือเปล่า

เพลงไม่มีเหตุผล เริ่มมาจากตอนกระบวนการคิดว่าจะใช้แบบอัลบั้มแรก คือขึ้นมาจากกีตาร์ แล้วฮัมเมโลดีไปเรื่อยๆ ยังไม่เป็นภาษาพูด เราเรียกว่าเนื้อเงา เพลงนี้เป็นการแต่งขึ้นมาจากการที่ผมพยายามหาเมโลดีที่สวยงามที่สุด แล้วอยู่ๆ ก็ได้เมโลดีพร้อมกับคำว่า มันไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นคำที่อยู่ในท่อนนั้นแล้วลงตัว ก็มาแตกขยายตัวจากคำนี้ ดนตรีมีความสว่างประมาณนี้ ควรพูดถึงเรื่องอะไรดีนะที่ไม่มีเหตุผล ก็เป็นเนื้อเงาแบบนี้อยู่เป็นอาทิตย์ ถึงจะลองใส่เนื้อจริงๆ

แก่นของเพลงไม่มีเหตุผล (Innocent) หมายถึงอะไร

แกน: ความรักไม่มีเหตุผล ผมพยายามแต่งให้เรื่องมันกลางๆ ง่ายๆ ด้วยความที่เป็นเพลงแรกของอัลบั้ม 3 เลยไม่อยากให้มีคำเฉพาะเจาะจงหรือเรื่องราวที่เปรียบเปรยอะไรมาก อยากให้ตรงๆ แต่ในความตรงก็ผ่านกลั่นกรองของเมโลดีที่ผมคิดว่าติดหูมากๆ น่าจะจำง่าย แต่กว่าจะเจอเมโลดีนี้ก็เปลี่ยนเนื้อเงามาหลายรอบมาก คำก็ตรงๆ ตามเนื้อหาเลย ทุกอย่างในชีวิตมีเหตุผลหมดแหละ แต่อาจจะมีบางเรื่องเช่นความรักที่ไม่มีเหตุผล เพราะเวลาเราชอบใครสักคน ใครถามว่าทำไมชอบคนนี้ ไม่รู้กูชอบ ไม่มีเหตุผล ถามว่าเขาสวยหรือเปล่า ก็อาจจะมีคนที่สวยกว่าแต่เราไม่ชอบ

มาถึงจุดที่นักแสดงในเอ็มวีเป็นลูกๆ ของเพื่อนๆ พี่ๆ ศิลปินในค่ายสมอลล์รูมกันแล้ว พวกคุณรู้สึกอย่างไร

แกน: เหมือนกับเป็นการวางเส้นเรื่องใส่ในเพลง ภาพรวมเอ็มวีเหมือนจะเกี่ยวกับเป็นไลฟ์สไตล์ แต่พอใส่เรื่องความเป็นเด็กมันก็คือความไร้เดียงสา เด็กถ่ายทอดเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เลยเอามาเป็นตัวแทนของความไม่มีเหตุผล

อยากรู้ว่าสิ่งแรกที่พวกคุณทำอย่างไม่มีเหตุผลคือเรื่องใด

แมว: ส่วนมากสิ่งที่ทำโดยไม่มีเหตุผลจะเป็นความชอบ ก็จะทำแบบไม่สนใจอะไร  เดินหน้าลุยก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร

แกน: เพลงที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน เพราะตอนนี้ดนตรีก็ยังเล่นไม่ค่อยได้ ผมยังไม่ถือว่ากลับมาเป็นอาชีพนักดนตรีกันเลยครับ ตอนนี้ยังไม่มีที่ให้เล่น ยังไม่มีอีเวนต์ แต่เราก็ยังปล่อยเพลงใหม่ออกมา ในความไม่มีเหตุผล มันมีเหตุผลเดียวเลยคือรักมัน เรารักในดนตรี แล้วความรักมันไม่มีเหตุผล แค่อยากทำในสิ่งนี้ออกมา เราไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะได้เล่นดนตรีหรือเปล่า แต่ก็ไม่เป็นไร สักวันเดี๋ยวก็ได้เล่น

เคยเสียใจกับการไม่มีเหตุผลของตัวเองกันไหม

แกน: ส่วนใหญ่ก็ปาร์ตี้ไม่มีเหตุผล เป็นความเลยเถิด แล้วสุดท้ายก็จบลงด้วยว่ากูมาทำไมวะ เพราะว่ามันเป็นเหตุและผลกันอยู่แล้ว ถ้าใช้ชีวิตอย่างไม่มีสติิมันก็คือการไม่มีเหตุผล ผลที่ตามแย่มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเลเวลของสิ่งที่เราทำ ถ้าเป็นรูปเป็นร่างเลยคือการไปปาร์ตี้ ไปเที่ยว ซึ่งสุดท้ายแล้วจบแย่ แต่ไม่ได้ตีรันฟันแทงหรือมีเรื่องทะเลาะกัน บางทีพรุ่งนี้มีงาน แต่ออกไปหน่อย หาเพื่อนนิดนึง สุดท้ายแล้วก็เลยเถิด พอถึงวันทำงานก็ทำไม่เต็มที่ ก็รู้ว่าเมื่อคืนไม่น่าทำเลย สมัยก่อนก็มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ

เตอร์: ผมเป็นเรื่องของการให้ใจ เพราะว่าบางทีด้วยเหตุและผล เราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งก็ได้ ไม่มีเหตุผลในการเข้าไปอยู่แล้ว ถ้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือมันก็มีความเสี่ยงในการพัง ซึ่งแน่นอนว่าเรารู้สึกเซ็ง  เสียใจก็มีบ้าง แต่ก็ตัดสินใจไปแล้ว

แมว: ไปฉี่รดหมวกกันน็อก ซึ่งตอนฉี่เสร็จก็นั่งกินเหล้าต่อ ที่จริงคนที่เป็นเจ้าของจะเอาเรื่องผมก็ได้ แต่เขามานั่งข้างๆ ผม ทำไมนายมาฉี่รดหมวกกันน็อกเรา ในตอนนั้นผมรู้สึกผิดเลย เราหยาบกับเขาขนาดนั้น เขายังมานั่งหาเหตุผลกับเรา ตอนแรกไม่รู้สึกผิด เพราะคึกคะนอง ก็เอาน้ำคลองมาล้างรถเขา เหมืิิอนจะทำดีแล้วนะ เรื่องนั้นเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเลย

พอไม่มีเหตุผล ซึ่งบางครั้งก็มาจากความคึกคะนอง เมื่อมันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา หลายๆ เหตุการณ์มีความรุนแรง ตีรันฟันแทง ก็จะเห็นว่ามีการหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์

แมว: ผมว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดี คุณยิ่งต้องรู้ให้เร็ว ผมเชื่อว่าแต่ละคนจะมีกรรมของตัวเอง สุดท้ายแล้วเราต้องได้รับกรรมอะไรสักอย่าง แล้วต้องได้รับอย่างสาสมสักพัก ก่อนที่คุณจะได้รับอะไรดีๆ เพราะว่าคุณได้ Reaction กับสิ่งใดไปแล้ว ต้องมีผลกลับมา หลังๆ เลยเป็นจุดเปลี่ยนให้ผม ก็บอกกับตัวเองว่าห้ามทำ เพราะเรารู้ว่าแผ่ด้านลบออกไป ไม่ว่าจะทางคำพูดหรือการกระทำ ส่ิงที่กลับมามันมีอยู่จริงนะ

แกน:  ต้องดูหลังจากเขาหงายการ์ดไปแล้วว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า บางที ณ เหตุการณ์นั้นอาจจะทำไปด้วยอารมณ์หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ ซึ่งคนออกมาขอโทษก็ไม่รู้จะใช้คำไหน ก็จะต้องพูดไปว่าผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมรู้น้อยไปจริงๆ ผมขอโทษ แต่ดูหลังจากนั้นดีกว่า ว่าเขาทำอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองเลยก็แสดงว่าพูดส่งๆ ไปเท่านั้นเอง ไม่ใช่คนที่โอเคแล้ว คนเรามันพลาดกันได้หมด ถ้าเป็นเราที่พลาดบ้าง สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือโอกาสในการแก้ตัว

จริงไหมที่มักจะบอกว่าวัยรุ่นชอบทำอะไรไม่มีเหตุผล พวกคุณผ่านมาถึงจุดนี้แล้วมองกันอย่างไร

แมว: ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่คึกคะนอง แล้วมันอิสระ มันเปิดโลกเหลือเกิน มันหอมหวานเหลือเกิน อยากจะไปลองทำอะไรที่ไม่รู้ผิดหรือถูก คนอย่างพวกผมลองทำกันมาหลายอย่างแล้ว เลยจะเอาเหตุผลเข้ามาซัพพอร์ตมากกว่า แต่ตอนที่เป็นวัยรุ่นอาจจะมีเรื่องนี้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี ผมว่าเด็กรุ่นใหม่สมัยนี้มีความคิดความอ่านพอสมควร ดีกว่ารุ่นเราเด็กๆ ด้วยซ้ำ

แกน: วัยรุ่นสมัยนี้ ถ้ารู้จักที่จะเข้าใจ พยายามเรียนรู้ความถูกต้องของสังคม มันปรับตัวง่ายนิดเดียว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราไม่มีสื่อให้เห็น แต่ทุกวันนี้มีให้เห็นทุกอย่าง ผมว่าวัยรุ่นสมัยนี้มีเหตุผลขึ้นนะ

ถ้ามองในมุมกลับ อะไรบ้างที่พวกคุณถูกพร่ำสอนว่าต้องให้มีเหตุผล

แกน: เหมือนในเพลงเลยครับ คือครูก็สอนว่าทุกคนต้องมีคอนเซ็ปต์ พอเรียนออกแบบ เราต้องมีที่มาที่ไปของงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมแค่ไหนก็ต้องมีให้กับมัน เพราะคุณค่าของงานไม่ได้อยู่ที่ว่าออกมาเป็นเก้าอี้ที่สวย ออกมาเป็นเครื่องประดับที่สวย เป็นภาพที่สวย เป็นเพลงที่เพราะเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องมีที่มาที่ไป มันจะเสริมคุณค่าให้กับทุกชิ้นงาน ซึ่งผมเชื่อว่ามันเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับทุกผลิตภัณฑ์ ทุกบทเพลง

แมว: ผู้ใหญ่จะชอบพร่ำสอนเรื่องศีลธรรมอันดี กระทำความดี อย่าเบียดเบียนผู้อื่น อย่าพูดปด มีศีล 5 สมัยก่อนผมจะทำดีน้อย ออกนอกลู่นอกทางเยอะ แต่สิ่งเหล่านั้นก็เป็นครูของเราได้เหมือนกัน คือถ้าไม่ได้ลองทำอย่างนั้นก็อาจจะไม่รู้ จะไม่มีวันเข้าใจจริงๆ

เตอร์: ส่วนมากเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต เขาก็บอกว่าอยากจะอยู่ตรงไหน อยากจะเรียนที่ไหน ก็จะประกอบด้วยเหตุผลมากมาย เหตุผลที่ต้องมี ก็เพื่อที่เราจะไม่ทำร้ายใครมากกว่า

การไม่มีเหตุผลมันมีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน

แมว: คนเราต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว มันคือพื้นฐาน ไม่มีเหตุผลมากๆ ก็จะเป็นข้อเสีย แต่บางเรื่องไม่มี เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองมันก็อาจจะดีก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรื่องและสถานการณ์ด้วย

เตอร์: ไม่มีเหตุผลแล้วเป็นเรื่องราวเดือดร้อนชาวบ้านก็เป็นสิ่งที่ไม่เวิร์กเท่าไร

แกน: บางเรื่องไม่มีเหตุผล อย่างไปทะเล ไม่ได้เตรียมการเลย แบบนี้ไม่เดือดร้อนใคร แล้วเยียวยาจิตใจด้วย มันอยู่ที่เราเลือกว่าจะไม่มีเหตุผลกับเรื่องอะไรมากกว่า สมมติว่าพรุ่งนี้จะสอบ แล้วออกไปเที่ยว มันก็ไม่เหตุผลเกินไป มันทำร้ายตัวเองและมีอะไรส่งผลตามมา พวกผมชอบทำอะไรไร้สาระ ถ้ามองว่าไม่มีเหตุผล ทำไปทำไมวะ แต่ก็อยากทำ ซึ่งมันต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานของการไม่เดือดร้อนคนอื่นซึ่ง ผมว่าถ้าไม่เดือดร้อนใคร การทำอะไรไม่มีเหตุผลมันอาจจะกลายเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้ ถ้าเป็นพวกนักประดิษฐ์ ผมว่าเขาโดนคำถามนี้บ่อยๆ ทำไปทำไม เมื่อก่อนก็เอาปีกมาใส่แขนตัวเอง ทำไปทำไม บ้าหรือเปล่า คนบินไม่ได้หรอก แต่พอทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเกิดเป็นเครื่องบิน มันคาบเกี่ยวกันระหว่างไม่มีเหตุผลกับความคิดสร้างสรรค์ คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ต้องไม่มีเหตุผลบ้างในหลายๆ ครั้ง เพื่อที่จะส่งพลังให้ตัวเองทำต่อไป

มีเหตุผลไหมที่คนอัลเทอร์ คนพังก์ ต้องทำในสิ่งที่ขบถเสมอไปไหม

แกน: ผมว่าเป็นคอนเซ็ปต์หลัก แต่คำว่าแหวกแนวและโดดเด่น กับแหวกแนวแล้วเดือดร้อนชาวบ้าน คนละอย่างกัน ซึ่งคำว่าพังก์ ถ้าแปลความหมายก็กว้างมาก คนทั่วไปอาจจะมองว่าคือกุ้ย แต่พังก์ใช้แทนเรื่องของงานศิลปะในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ได้ ใช้ในเรื่องวิถีชีวิต อย่าง เคิร์ต โคเบน (Kurt Cobain นักร้องนำวง Nirvana) มักบอกเสมอว่าพังก์ไม่ใช่แค่เรื่องของเพลง แต่เป็นเรื่องของวิถีชีวิต ถ้าฟังที่เคิร์ตพูดในแง่ของวิธีการใช้ชีวิตก็คล้ายๆ กับคำว่าพอเพียงเหมือนกัน มีแค่นี้ อยู่แค่นี้ กินแค่นี้ ไม่เดือดร้อนใครก็อยู่ได้แล้ว เพราะนั้นมันตีความได้ค่อนข้างกว้างมาก ได้ทั้งเรื่องดีและไม่ดี เด็กพังก์ก็มีทั้งน่ารักและไม่น่ารัก ผมว่ามันก็มีทุกแบบ

เตอร์: พังก์ที่โดนตัดสินว่าเป็นกุ้ย เป็นเรื่องราวที่เขาต่อสู้กันมานานแล้ว เมื่อก่อนเป็นชนกลุ่มน้อยที่คิดต่าง แต่ว่าไม่ได้ทำร้ายอะไรใคร แต่โดยสถานการณ์เขาก็ทำตัวรุนแรงระดับหนึ่งเพื่อให้โผล่ขึ้นมา ที่พวกผมจับหลัก ความพังก์เป็นเรื่องของความสุดโต่ง พวกเราก็ไม่อยากให้ใครมองเหยียดใคร พวกเราก็เป็นเด็กธรรมดา ไม่ได้มองใครสูงต่ำกว่า

แกน: เราเรียนออกแบบมาด้วย การเรียนออกแบบสอนให้เราทำอะไรที่ไม่เหมือนใคร พยายามหาอะไรที่ใหม่ไปเรื่อยๆ เพราะว่าถ้าซ้ำมันคือการลอกเขา มันเลยใกล้กับคำว่าพังก์มากที่สุด เพราะว่าพังก์คือคนที่พยายามไม่อยู่ในครรลอง เริ่มขึ้นมาจากยุคทุนนิยม พ่อแม่ใส่สูทออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่มีเวลาให้ลูก ลูกอยู่บ้านก็เอาสูทที่ใส่มาตัดให้ขาด ทำทรงเผ้าทรงผมไม่เหมือนกับคนที่ทำงาน แล้วก็แตกออกมาเป็นเรื่องของเพลง เรื่องวิถีชีวิต อย่างที่บอกการแหวกมันมีสองแบบ แหวกแนวและโดดเด่น กับแหวกแนวแล้วเดือดร้อนชาวบ้าน เป็นพังก์ที่มีประโยชน์ กับพังก์ที่ไม่มีประโยชน์

เตอร์: พวกผมก็เป็นปัญญาชนคนพังก์ เป็นพังก์ที่เรียนมานิดนึง

อะไรคือความเข้าใจที่คนชอบคิดผิดกับ The Jukks

แกน: ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จะมีที่บอกว่าเหมือน Modern Dog แต่ไม่ถึงขั้นโดนทักผิด ไม่ได้หน้าเหมือนทำให้ทักผิด หรือตัวเพลงเหมือนกัน แต่เป็นบริบทที่คล้ายกันมากกว่า ฟีลลิ่งของเพลงเหมือนกันเฉยๆ แล้วเราก็เล่นสามคนด้วย

ถ้าให้โทรไปหาตัวเองในอนาคตสักช่วงอายุ 60 ปี อยากจะเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาจนถึงช่วงวัยนี้อย่างไร

เตอร์: ฮัลโหล ตอนนั้นแย่ไหม หวยออกอะไร รวยหรือยัง โอนเงินกลับมาได้ไหม (หัวเราะ) ผมคงจะถามว่าเรื่องที่เคยแย่ยังทำอยู่หรือเปล่า ก็หวังว่าจะตอบว่าไม่ได้ทำ เพราะว่ามันต้องเรียนรู้จากสิ่งที่แย่

แมว: ผมคงถือสายรอให้อีกฝ่ายหนึ่งพูดอะไรสักอย่าง แค่นั้นมันก็อาจจะสื่อความหมายได้เยอะแล้ว บางทีการไม่พูดอะไร เว้นสเปซ แต่ยังถือหูฟังอยู่ ผมจะเป็นมนุษย์แบบนั้น

แกน: จะบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ มึงทำเหมือนเดิมนะ รู้สึกว่าที่ผ่านมา ผมไม่ได้ดี แล้วก็ไม่ได้แย่ที่สุด ผมจะไม่ชอบว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำสิ่งนี้ ซึ่งหนึ่ง-มันย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกแล้ว สอง-ผมรู้สึกว่าที่เราเลือกทำตรงนั้น มันเป็นการตัดสินใจ ณ ตอนนั้น ถ้าเราย้อนกลับไปแล้วทำอีกแบบ มันก็ใช่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง การพูดที่บอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันเป็นการทำให้รู้สึกว่าเราเจ็บปวดอยู่กับอดีตตลอด ถ้าโทรไปได้ก็จะบอกตัวเองว่า มึงโอเคแล้ว ผมชอบตรงที่มองกลับไปแล้วได้ทำทุกอย่าง ได้ลองทุกแบบแล้ว

The Jukks โลดแล่นในวงการเพลงมากว่า 10 ปีแล้ว อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการอยู่ในวงการเพลง

แกน: สิ่งที่ยากที่สุดคือช่วงหลังๆ มีเหตุการณ์มากมาย ซึ่งดนตรีไม่ได้เป็นปัจจัยหลักของชีวิต ถึงแม้ว่าจะขาดไม่ได้ก็ตาม พอไม่ได้เป็นปัจจัยหลักขนาดนั้น ในแง่ของการประกอบอาชีพ มันไม่ได้ทำให้เราอยู่ได้ขนาดนั้น อย่างเช่นในช่วงโควิด-19 เห็นชัดมาก แต่ก่อนหน้านี้ก็มีหลายๆ เหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถเล่นดนตรีได้ ซึ่งการที่มันไม่ได้ซัพพอร์ตเราในหลายๆ ช่วงชีวิต เลยอาจจะทำให้เราท้อ ผมมีความท้อบ่อยแต่ไม่เคยคิดว่าจะไม่ทำแล้วเลย เพราะผมรู้สึกว่าทำออกมาแล้วเราสนุก เรารู้สึกดีกับมัน ซึ่งผมว่ามันมีคนเคยเติมไฟอยู่ตลอด นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี เหมือนแฟนเพลงตอนนี้ก็ไม่ได้เยอะเท่าเดิมแล้วล่ะ แต่ว่าคนที่เขายังอยู่ ยังไงก็ยังอยู่ๆ ดี พอเราปล่อยเพลงเขาจะกลับมาทุกครั้ง 

เตอร์: เป็นตัวฮิตตลอดการครับ Keep ตัวเองให้อยู่ได้ เพราะว่าเรื่องปัจจัยอื่นๆ มีเข้ามาอยู่ตลอด อย่างที่แกนบอก เรื่องสถานการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็ต้องมา Keep ใน The Jukks ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ เรื่องแนวทาง อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทั้งสนุกและยากที่สุดในการทำงาน

แมว: แต่ก่อนเคยยาก เดี๋ยวไม่แล้ว ช่วงที่เราลังเล เราเป็นนักดนตรีหรือเปล่าว่ะ เราไม่ได้เก่งขนาดนั้นนี่หว่า

แกน: ช่วงนั้นเราคิดเยอะ มีเรื่องความเป๋หลายๆ อย่าง หาสมาชิกเพิ่มมั๊ย หาสมาชิกที่เป็นผู้หญิงมั๊ย ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนไป นักดนตรีจะมีคนเล่นซินธ์ (ซินธิไซเซอร์) เราก็เคยหาเครื่องดนตรีที่เป็นซินธ์มาเพิ่มอีกคนกันจริงๆ พยายามหาสมาชิกผู้หญิงมาเพิ่มอีกคน นี่น่าจะเป็นตัวอย่างของการพยายามอยู่รอดในช่วงที่ยุคดนตรีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความยากของมันน่าจะเป็นเรื่องของพวกนี้ ถ้าเราจะอยู่กับมันให้ได้ ต้องชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่ชาวบ้านเขาเป็นกับสิ่งที่เราชอบ อยู่ตรงจุดไหน อยู่แล้วรับผลได้หรือเปล่า

ผ่านช่วงที่ลังเลมานานยังครับ

แกน: ช่วงอัลบั้ม 2 ก็มีความคิดเปลี่ยนฟีลไปเรื่อยๆ เพลงนี้ (ไม่มีเหตุผล) ที่ออกมา ก็เหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบเหมือนกัน เพราะไม่มีใครปล่อยเพลงอะไรแบบนี้เลย ต่อให้เป็นอินดี้ เพลงก็จะเป็น Soul R&B มีความ Easy Listening เล่นสดก็จะไม่มีวงที่กระโชกโฮกฮากแบบฟีลของเรา ช่วงก่อนหน้านี้ผมก็พยายามแต่งเพลงแบบเด็กสมัยนี้ อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำได้หรือเปล่า สุดท้ายแล้วถามว่าได้ไหม มันได้แหละ อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้  แต่ว่าเป็นตัวเราขนาดนั้นหรือเปล่า เราชอบ เราอยู่กับมันได้ขนาดนั้นหรือเปล่า ผมรู้สึกว่าอยู่ได้กับแบบนี้มากกว่า โตมากับแบบนี้ การทำแบบนี้เป็นตัวเราแน่ๆ  ซึ่งพอตัดสินใจทำงานในแบบเดิมออกมา ก็รู้สึกว่าคิดถูกแล้ว เพราะว่าผลก็ตอบมาจากคนฟังที่เขาคอมเมนต์มา ทุกคนว่ามันคือความเป็น The Jukks นะ

เท่ากับว่าก็ยังยืนยันคำตอบว่าจะเป็นเด็กอัลเทอร์เนทีฟแบบนี้ต่อไป

แกน: ใช่ เพราะว่าเราโตมากับยุคนั้น

แมว: เราจะตายไปกับอัลเทอร์เนทีฟ เด็ก Baby Boom คือรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเราก็จะอยู่ในยุคของเขา เขาก็จะตายไปกับยุคนั้นของเขา เราก็จะตายไปกับ 90s ของเรา

เตอร์: ยังไงมันก็ยังอยู่ในกมลสันดาน

แกน: มีหลายๆ คนที่ทำเพลง R&B แต่ในแง่ของพาร์ตเนื้อร้องก็มีความขบถ ความพังก์ ซึ่งเป็นการผสมกันหลากหลาย ต่อไปถ้ามองให้สนุก มันจะยิ่งแปลกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ เริ่มไม่มีกรอบแล้วจริงๆ

ถามเรื่องเหตุผลมาหลายข้อแล้ว ขอถามคำถามสำคัญหน่อย แล้วเหตุผลอะไรที่ The Jukks ยังของการทำเพลงอยู่

เตอร์: ขอตอบว่าไม่มีเหตุผลได้ไหม (หัวเราะ)

แกน: จริงๆ คำตอบมันก็คือไม่มีเหตุผลนี่แหละครับ เหตุผลคืออะไรล่ะ บางคนทำแล้วได้เงิน แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินหรือเปล่า เอาจริงๆ แล้วตอนนี้ก็ยังประกอบอาชีพเล่นดนตรีไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่เราก็ยังทำ ยังปล่อยเพลงอยู่ ยังมีความสุขกับการเห็นฟีดแบ็กจากคนดู เหตุผลคงมีแค่นั้นมั้ง

แมว: คล้ายๆ คนขายหอยทอด ก็กูพลิกหอยทอดได้เร็วมาก แล้วจะไปทำอย่างอื่นทำไม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...