09.00 INDEX มองผ่าน พรรคสามัคคีธรรม ทะลุ ไปยัง "พลังประชารัฐ"
ความตื่นเต้นที่มี “อดีตรัฐมนตรี” และ “อดีตส.ส.”เข้าสังกัดเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐของหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิ การพรรค โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้
ไม่เพียงเพราะว่าไม่ว่า นายอุตตม สาวนายน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล
ล้วนอยู่ในแวดวงธุรกิจ แวดวงนักวิชาการ
เพิ่งเข้ามาร่วมรัฐบาลในฐานะ”รัฐมนตรี”เมื่อ “ทำ” พรรคการเมืองเมื่อมีคนมาร่วมก็ย่อมจะดีใจ
เพราะเท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า บรรดา “อดีตรัฐมนตรี” บรรดา “อดีตส.ส.”ล้วนเห็นด้วยกับ “พลังประชารัฐ”
เห็นว่า”พลังประชารัฐ” คือ หนทางออกของชาติบ้านเมือง
ปรากฏการณ์อย่างที่เห็นในพรรคพลังประชารัฐเหมือนกับจะเป็นปรากฏการณ์น่าตื่นตาตื่นใจเมื่อมองจาก “หน้าใหม่” ทางการเมือง อย่าง “4 ยอดกุมาร”
แต่หากมองจากมุมของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร มองจากมุมของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
หรือมองจากมุม พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์
ก็เป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่งที่เห็นหลังรัฐประหารไม่ว่าจะเมื่อเดือนตุลาคม 2520 ไม่ว่าจะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534
ไม่ว่าจะจากพรรคสามัคคีธรรม หรือพรรคความหวังใหม่
สายตาระดับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สายตาระดับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ย่อมมองออกว่า ปรากฏการณ์อย่างที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐความจริงแท้คืออะไร
เป็นเพราะความศรัทธา เชื่อมั่นในแนวทางไทยนิยม ยั่งยืน แนวทาง “ประชารัฐ” จริงหรือไม่
หรือเพราะประเมินว่าได้เป็น “รัฐบาล” แน่นอน
บทเรียนจากพรรคสหประชาไทย บทเรียนจากพรรคสามัคคีธรรม บทเรียนจากพรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา บทเรียนจากพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย
วางแบอยู่เบื้องหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ภายในความตื่นเต้นหากคำนึงถึงประวัติศาสตร์ทางการเมือง ยุคใกล้ด้วยสายตาของ “นักวิชาการ” ก็อาจจะมองเห็นวิถีดำเนินไปของแต่ละพรรคการเมืองเหล่านั้นอย่าง “รู้แจ้ง”
รู้แจ้งใน”อนาคต”ของพรรคการเมืองเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี