โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หนี้แค้นบัลลังก์เลือด!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 มี.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • Lailalynn.
เพราะว่ารักนางจึงมองข้ามเรื่องที่เขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว ทะนงตนหวังเพียงใช้ความพยายามของตนชิงหัวใจของเขามาครอบครองเพียงแต่… จากความรักกลับกลายเป็นความแค้น!!!

ข้อมูลเบื้องต้น

เพราะว่ารักนางจึงมองข้ามเรื่องที่เขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว หวังเพียงใช้ความพยายามของตนชิงหัวใจของเขามาครอบครองเพียงแต่… จากความรักกลับกลายเป็นความแค้น!!!

“ฉินอวี้เชียน” ได้ย้อนกลับมาหลังจากถูกปลดออกจากยศหวงกุ้ยเฟยและถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น ในตอนนั้นนางรักปักใจกับ “เฉินเจี๋ย” ฮ่องเต้แคว้นเฉินอย่างลึกล้ำ หวังได้ใจเขามาครองมารดาหรือบิดาจะพูดอย่างไรนางไม่เคยฟังทั้งยังดื้อรั้นมองข้ามเรื่องที่เขามีคนรักอยู่แล้ว ทะนงตนว่าเป็นองค์หญิงผู้เพรียบพร้อมอย่างนางหรือจะต้องพ่ายแพ้ให้กับสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นอีกฝ่าย

ความผิดพลาดดังกล่าวทำให้นางเลือกที่จะมาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่งเข้าเป็นหวงกุ้ยเฟยทั้งๆที่ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของนางคือฮองเฮาด้วยชาติกำเนิดที่สูงส่งประสูติจากฮองเฮาแคว้นฉิน

ด้วยความโง่เขลาทำให้ต้องทุกข์ทรมานก่อนจะเสียลูกในครรภ์ไปและสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงในตำหนักเย็นที่หนาวเสียดกระดูกอย่างโดดเดี่ยว

ท้ายที่สุดฉินอวี้เชียนมารู้ความจริงทีหลังว่าผู้เป็นพระสวามีที่มอบความโปรดปรานให้เพราะต้องการใช้นางและลูกในท้องของนางเป็นเกราะกำบังให้สตรีอันเป็นที่รัก!

"ฉินอวี้เชียนเจ้ารู้หรือไม่ในตอนที่เจ้าตั้งครรภ์มังกรข้าเองก็ตั้งครรภ์ไม่ต่างไปจากเจ้า ฝ่าบาททรงรักและถนอมข้ามากจนถึงกับวางแผนใช้บุตรของเจ้าเพื่อเป็นเกราะกำบังอันตรายให้แก่บุตรของข้า"

"อย่างไรเสียองค์หญิงต่างแคว้นเช่นเจ้ามีบุตรไปเขาก็ไม่อาจขึ้นครองราชย์ได้อยู่ดี เช่นนั้นบุตรของข้าย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแม้กระทั่งชีวิตของลูกเจ้า!!"

ยามได้ยินศัตรูหัวใจเอ่ยเช่นนี้หัวใจของฉินอวี้เชียนราวกับถูกกรีดแล้วควักออกมาถูกสับเป็นชิ้นๆ

ความโกรธเข้าครอบงำทำให้ร่างผอมแห้งลุกขึ้นยืนหมายจะจับสตรีตรงหน้ามาเขย่าถามว่าอีกฝ่ายยังมีจิตใจที่ดีเช่นนามของตนหรือไม่

"ไปเถอะ ข้าจะไปดูองค์รัชทายาทลูกข้าเสียหน่อย ป่านนี้คงเล่นกับบุตรชายปัญญาอ่อนของนังซ่งฮองเฮาอยู่กระมัง"

ลับหลังร่างบางระหงส์ออกไป ฉินอวี้เชียนที่น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายเลือดได้แต่กำมือที่มีแต่กระดูกไร้เนื้อหนังของตนไว้แน่น

ยามนั้นนางจำได้ว่าตอนที่รู้ว่าตนตั้งครรภ์นางดีใจมากเพียงใด แต่กลับถูกว่ายาพิษทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานดื้อรั้นที่จะยังรักษาเด็กในครรภ์เอาไว้ แม้ว่าจะทนได้เพียงแค่ห้าเดือนเด็กที่อยู่ครรภ์กับไม่รอดทั้งเด็กในท้องก็ยังมีถึงสองชีวิต! และหลังจากนั้นไม่นานสตรีนางนั้นก็ตั้งครรภ์และคลอดองค์ชายรองออกมาให้กับราชวงศ์

เดิมทีองค์ชายใหญ่เป็นพระโอรสของฮองเอาแต่ไม่รู้สาเหตุใดยามที่อีกฝ่ายมีอายุได้สิบขวบปีก็มีอาการปัญญาอ่อนขึ้นมา กลายเป็นเด็กไม่รู้ความตำแหน่งองค์รัชทายาทจึงตกเป็นขององค์ชายรองที่ประสูติจากกุ้ยเฟย!

"อันโหรว! ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะละเว้นข้าและลูกของข้า หากข้าเป็นวิหคเพลิงดังคำทำนายจริงชาติหน้าข้าของตามจองล้างจองผลาญเจ้ากับบุรุษใจเหี้ยมผู้นั้นให้เจ็บปวดทรมานอย่างที่ข้าเคยได้รับ แคว้นเฉินที่พวกเจ้าอยากให้บุตรชายของตนได้ครอบครองข้าจะเอามาอยู่ในกำมือของข้าและบดขยี้มันผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีหนี้แค้นต่อข้าให้สิ้นซาก!"

……………………..

มาเปิดเรื่องใหม่

นางเอกเกิดใหม่ในร่างของตัวเองค่ะ หลัวชั่วในเรื่องนี้ต้องมีหนาวสั่น

คอนเซ็ปต์เดิมของไรต์ก็คือนางเอกจะไม่โง่ค่ะ 55555

ฉินอวี้เชียน : จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

หนี้แค้นบัลลังก์เลือด!

ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

ในแคว้นฉินอันอุดมสมบูรณ์นานมาแล้วได้มีโหราจารย์ทำนายไว้ว่าจะมีวิหคเพลิงอมตะมาถือกำเกิด ทำให้แคว้นฉินเกิดความเจริญรุ่งเรือง สามารถครอบครองแคว้นข้างเคียงมาอยู่ในอาณัติได้โดยมีสายเลือดเดียวกันเป็นใหญ่ คำทำนายนี้ถือว่าออกมาจากปากท่านโหราจารย์ที่มีความแม่นยำมากที่สุด

แน่นอนว่าวันที่ทารกน้อยฝาแฝดได้กำเนิดขึ้นท้องฟ้ากลับกลายเป็นแสงสีทองเรืองรองให้ประชาชนได้เห็นและเลื่อมใส บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคำทำนายนั้นถูกต้องทุกประการ และผู้ที่ให้กำเนิดทารกน้อยนั้นก็ไม่ใช่ใคร นั่นก็คือ… หลี่ฮวาหรือที่เรียกกันว่า หลี่ฮองเฮานั่นเอง

หลี่ฮองเฮาไม่ได้เป็นสตรีที่ครอบครองพระทัยของโอรสสวรรค์แคว้นฉิน เพียงแต่นางเป็นญาติทางฝั่งมารดาของเขาและได้เติบโตมาด้วยกัน ความคุ้นเคยที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ทำให้ทั้งคู่มองกันเหมือนกับเพื่อนสนิทหาใช่คนรู้ใจ ยิ่งสตรีที่โอรสสวรรค์ปักใจไม่อาจครองคู่มาเป็นหนึ่งในสนมได้ จึงทำให้ความลำบากในการปกครองวังหลังของหลี่ฮองเฮาเท่ากับศูนย์ การไร้อุปสรรคในการเป็นใหญ่ในวังหลังทำให้หลี่ฮวาสามารถปกครองเหล่าสนมได้อยู่หมัดเสียจนสตรีพวกนั้นไม่กล้าที่จะสาวมือยาวมายุ่งเรื่องของนางเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้นางจึงยังคงมีอำนาจเหนือสตรีอื่นทั้งปวง และยิ่งเป็นผู้ให้กำเนิดทารกน้อยฝาแฝดที่หนึ่งในนั้นคือผู้เป็นวิหคเพลิงอมตะแล้วด้วย แน่นอนว่าตำแหน่งของนางนั้นไม่อาจมีผู้ใดมาดึงลงได้อย่างง่าย ทั้งตำแหน่งองค์รัชทายาทนี้ก็บอกเป็นนัยน์แล้วว่าคือหนึ่งในฝาแฝดอีกคน!

จากทารกน้อยในวันวานสู่หญิงสาวที่แต่งงานออกเรือนไปในวันนี้ เพียงแต่หลังที่บุตรสาวแต่งงานไปได้หลายปีแล้วหลี่ฮวากลับรู้สึกใจไม่ดีแปลกประหลาดชอบกล ไม่ใช่นางมีอคติเกี่ยวกับผู้เป็นพระสวามีของบุตรสาวเพียงแต่สัญชาตญาณของคนเป็นมารดามันจะรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใด

ยามใดที่รู้สึกว่าลูกมีอันตรายผู้เป็นมารดาย่อมสัมผัสถึงสิ่งนั้นได้ก่อน ในวันนี้ก็เช่นกัน…หัวใจดวงน้อยของสตรีวัยกลางคนนั้นโหวงเหวงแปลกประหลาด นางไม่รู้สาเหตุและต่อให้หาเท่าไหร่ก็คงไม่เจอ หญิงวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงสดนั้นเร่งฝีเท้าก้าวเดินไปยังห้องบรรพชนที่ถูกจัดไว้ให้โอรสสวรรค์และมารดาแห่งแผ่นดินผู้เป็นคู่ครองกราบไหว้

ยิ่งเดินเข้าใกล้ห้องบรรพชนเท่าใดหัวใจก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆราวกับจะหลุดออกมาด้านนอก หนึ่งในความลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือในห้องบรรพชนแห่งนี้นอกจากจะเก็บพระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้ในรัชกาลก่อนๆแล้ว ยังมีหยกสีแดงเลือดเท่ากำปั้นมือชิ้นหนึ่งตั้งอยู่ในกลางห้องเด่นตระหง่านด้วยเช่นกัน

"พวกเจ้ารออยู่ด้านนอก ส่วนเจ้าเข้ามากับข้า"

"เพคะฮองเฮา"

เสียงทรงอำนาจกล่าวขึ้นมาอย่างเนิบนาบก่อนจะมองไปที่นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามมาจากบ้านเดิมคนหนึ่ง หญิงวัยกลางคนผู้ภักดีเข้าใจความหมายของนายสาวจึงค้อมรับคำก่อนจะเดิมตามเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ

เมื่อประตูปิดลงใบหน้าที่เรียบเฉยปรากฏความกังวลขึ้นมาอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบตัวจึงเปลี่ยนไปก่อนที่ผู้สูงศักดิ์จะกล่าวออกมาราวกับว่าต้องการระบายให้คนสนิทได้ฟัง

"วันนี้ข้ารู้สึกไม่ดีอย่างไรชอบกล ข้า… ข้ามีความรู้สึกเหมือนจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป"

"ฮองเฮาทรงคิดมาไปแล้วนะเพคะ หากทำจิตใจให้สงบย่อมทำให้แจ้งแก่ใจว่าสาเหตุมาจากสิ่งใดเพคะ"

"ข้าก็อยากจะคิดเช่นนั้น เพียงแต่ว่า…."

เพล้ง!!

"ลูกข้า!!" ยังไม่ทันที่ร่างนางหงส์จะกล่าวจบหยกสีแดงเลือดที่อยู่กลางห้องก็เป็นระเบิดแตกกระจายไปทั่วทุกสารทิศ ดีที่พวกนางสองคนนั้นยืนห่างอยู่มากวิถีของการกระจายจึงยังไม่โดนทำให้ได้รับบาดเจ็บอันใด

แต่สิ่งนั้นกลับไม่น่าตกใจเท่าหยกชิ้นนี้คือหยกชีวิตขององค์หญิงใหญ่!!

หยกชีวิตที่เกี่ยวพันถึงการดำรงชีวิตอยู่ของฉินอวี้เชียน!

"ไป! รีบให้คนไปเรียกท่านโหราจารย์มาหาข้าที่ห้องนีี้!"

ก่อนที่สติจะแตกกระเจิงไปมากกว่านี้เสียงทรงพลังที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดรีบตะโกนออกมาดังลั่นทำให้นางกำนัลวัยกลางคนรีบเปิดประตูแล้วออกไปตามคนที่ได้รับคำสั่ง เพียงแต่เปิดประตูออกไปกลับเจอคนที่ต้องการอยู่ด้านหน้าราวกับว่าอีกฝ่ายมารอคอยแล้วอย่างไรอย่างนั้น

"ทะ ท่านโหราจารย์ ฮะ ฮองเฮาทรงเรียกเข้าเฝ้าเจ้าค่ะ"

"นำข้าเข้าไป"

"ด้านนี้เจ้าค่ะ"

เมื่อร่างของชายชราเข้ามาหนวดสีขาวของเขาที่เด่นเป็นสะดุดตาก็ไหวลู่ไปตามลมเล็กน้อย มันจะไม่เป็นอะไรหากห้องนี้คือห้องที่ปิดตายหาได้มีช่องระบายลมอันใดไม่!

ร่างบางที่ยังคงความสง่างามเอาไว้ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาก็รีบหันหลังกลับมาดูผู้ที่ต้องการพบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยสีขาวซีดเรียกความน่าสงสารเห็นใจได้เป็นอย่างดี จนผู้มาใหม่พยักหน้าก่อนจะกล่าวเพียงเบาๆ

"ฮองเฮาทรงทำพระทัยให้สบายเถอะพะยะค่ะ แม้นี่จะเป็นหยกชีวิตขององค์หญิงอวี้เชียนหากแต่วิหคเพลิงเมื่อสูญสิ้นลมหายใจย่อมต้องแผดเผาด้วยเพลิงอมตะถึงจะถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้… ความอาฆาตพยาบาทช่างมากล้นเสียเหลือเกิน"

"ท่านโหราจารย์หมายความว่าเชียนเชียนลูกของข้านางสิ้นใจแล้ว? เป็นไปได้อย่างไรทั้งๆที่ในจดหมายนั้นนางเขียนตอบกลับมาว่าสุขสบายดี!"

แม้จะฟังคำกล่าวที่ว่านั้นไม่รู้ความนักแต่ก็ยังพอที่จะจับประโยคใจความได้ แต่มันทำให้หัวใจดวงน้อยของผู้เป็นมารดาเจ็บแปลบเหมือนถูกมีดรอยเล่มกรีดเข้ามา

ผู้ใดยังอยากจะได้ยินว่าลูกในอุทรของตนนั้นตกตายไปแล้วกัน!

"แคว้นเฉินนั้นอีกไม่นานจะตกเป็นของแคว้นฉินเรา เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น ฮองเฮาทรงทำพระทัยให้สบายและกลับไปพักเถอะพะยะค่ะ…" เพราะหลังจากนี้ท่านจะจำเรื่องราวตรงนี้ไม่ได้อีก

ทุกอย่างกำลังย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดเรื่องทั้งหมด…

ชายชรายังคงยืนยันคำเดิมเรื่องบางเรื่องไม่อาจแพร่พรายออกไปได้นี่คือกฎของสวรรค์ ร่างบางที่กำลังสั่นระริกกลับมืดครึ้มและสลบลงไปโชคดีที่มีนางกำนัลคอยรับอยู่ เปลือกตาเหี่ยวที่เริ่มตกลงเพราะอายุที่มากขึ้นหลับตาลงช้าๆก่อนจะนับหนึ่งถึงสิบในใจพลันทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ที่เดิม

เข้าสู่ตอนที่เขายังคงมีหนวดสีขาวแซมขึ้นมาเล็กน้อยหาใช่สีขาวโพลนไปทั้งหมด!!

ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นที่แคว้นเฉิน….

ร่างผอมบางในชุดเก่าซีดมีรอยปะชุนและบางแทบจะกันความหนาวเอาไว้ไม่อยู่ได้แต่เหม่อมองออกไปด้านนอกอย่างไรจุดหมาย

เมื่อมีเวลาคิดไตร่ตรองทุกเรื่องที่ผ่านมารอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เดิมทีนางคือองค์หญิงใหญ่ของแคว้นฉิน ฉินอวี้เชียนผู้งดงามและเป็นที่รักของทุกคน ตอนที่นางถือกำเนิดท่านโหราจารย์ได้ทำนายไว้ว่านางคือวิหคเพลิงอมตะ ยามใดที่ลมหายใจของนางดับสูญเมื่อนั้นเพลิงอมตะจะเผาไหม้ทำให้นางมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แม้มารดาและบิดาจะเชื่อสุดใจแต่นางกลับหาเชื่อไม่

เรื่องนี้เป็นความลับของราชวงศ์เนื่องจากคำทำนายไม่ได้มีแค่นั้น เพราะนอกจากนางจะสามารถมีชีวิตที่สองกลับมาเกิดใหม่ต่างจากผู้อื่นแล้ว นางยังเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้แคว้นข้างเคียงที่เป็นพันธมิตรกันสามารถมาอยู่ใต้อานัติของแค้วนฉินอีกด้วยทั้งยังมีสายเลือดเดียวกับราชวงศ์ฉิน

นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ไม่สามารถกระทำได้ เพราะฉะนั้นการคงอยู่ของฉินอวี้เชียนต้องถือว่าเป็นที่สุด ไม่ว่าทุกอย่างที่จะมาถึงมือของนางต้องถูกตรวจสอบอย่างเคร่งครัด มดหรือแมลงหาได้มีเข้ามากร่ำกรายกัดร่างกายผิวพรรณของนางไม่ ชีวิตในวังหลวงของนางจึงมีแต่ความสุขสบาย บิดารักใคร่มารดาเองก็อ่อนโยน สนมนางอื่นของบิดาไม่กล้าหาเรื่องนาง ส่วนน้องชายฝาแฝดเขาก็ถูกวางเป็นองค์รัชทายาทเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป

เพียงแต่…

ความรักทำให้คนตาบอด!

เคยได้ยินหรือไม่คำๆนี้ ด้วยความที่เห็นบุรุษรูปงามทั้งยังไม่สนใจนางที่เป็นองค์หญิงที่มีความงามล้ำที่สุดในแผ่นดินการนี้ด้วยความอยากเอาชนะและหวังหัวใจของเขามาครอบครอง ไม่แปลกเลยที่นางจะลงทุนขอให้ผู้เป็นบิดาออกปากหมายให้นางแต่งเชื่อมสัมพันธ์ไปยังแคว้นเพื่อนบ้านอย่างแคว้นเฉิน

ในตอนนั้นนางรักปักใจกับ “เฉินเจี๋ย” ฮ่องเต้แคว้นเฉินอย่างลึกล้ำเพียงแค่เห็นเขาในงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นที่ปีนั้นแคว้นฉินเป็นเจ้าภาพก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายจนยากที่จะถอนตัว หวังได้ใจเขามาครองมารดาหรือบิดาจะพูดอย่างไรนางไม่เคยฟัง ทั้งยังดื้อรั้นมองข้ามเรื่องที่เขามีคนรักอยู่แล้ว ทะนงตนว่าเป็นองค์หญิงผู้เพียบพร้อมอย่างนางหรือจะต้องพ่ายแพ้ให้กับสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นอีกฝ่าย

ความผิดพลาดดังกล่าวทำให้นางเลือกที่จะมาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่งเข้าเป็นหวงกุ้ยเฟยทั้งๆที่ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของนางคือฮองเฮา ด้วยชาติกำเนิดที่สูงส่งประสูติจากฮองเฮาแคว้นฉิน

ด้วยความโง่เขลาทำให้ต้องทุกข์ทรมานก่อนจะเสียลูกในครรภ์ไป และสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงในตำหนักเย็นที่หนาวเสียดกระดูกอย่างโดดเดี่ยว

ท้ายที่สุดฉินอวี้เชียนมารู้ความจริงทีหลังว่าผู้เป็นพระสวามีที่มอบความโปรดปรานให้ เพราะต้องการใช้นางและลูกในท้องของนางเป็นเกราะกำบังให้สตรีอันเป็นที่รัก!

"ฉินอวี้เชียนเจ้ารู้หรือไม่ในตอนที่เจ้าตั้งครรภ์มังกรข้าเองก็ตั้งครรภ์ไม่ต่างไปจากเจ้า ฝ่าบาททรงรักถนอมข้าและลูกในครรภ์มากจนถึงกับวางแผนใช้บุตรของเจ้าเพื่อเป็นเกราะกำบังอันตรายให้แก่บุตรของพวกเรา"

"อย่างไรเสียองค์หญิงต่างแคว้นเช่นเจ้ามีบุตรไปเขาก็ไม่อาจขึ้นครองราชย์ได้อยู่ดี เช่นนั้นบุตรของข้าย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแม้กระทั่งชีวิตของลูกเจ้า!!"

ยามได้ยินศัตรูหัวใจเอ่ยเช่นนี้หัวใจของฉินอวี้เชียนราวกับถูกกรีดแล้วควักออกมาสับเป็นชิ้นๆ

ความโกรธเข้าครอบงำทำให้ร่างผอมแห้งลุกขึ้นยืนหมายจะจับสตรีตรงหน้ามาเขย่าถามว่าอีกฝ่ายยังมีจิตใจที่ดีเช่นนามของตนหรือไม่ เพียงแต่ร่างบางสูงสง่าไม่สนใจเดินผละออกไปก่อนจะพูดขึ้นมาเบาๆราวกับพูดคุยกับดินฟ้าอากาศเท่านั้น

"ไปเถอะ ข้าจะไปดูองค์รัชทายาทลูกข้าเสียหน่อย ป่านนี้คงเล่นกับบุตรชายปัญญาอ่อนของนังซ่งฮองเฮาอยู่กระมัง"

ลับหลังร่างบางระหงส์ออกไป ฉินอวี้เชียนที่น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายเลือดได้แต่กำมือที่มีแต่กระดูกไร้เนื้อหนังของตนไว้แน่น

ยามนั้นนางจำได้ว่าตอนที่รู้ว่าตนตั้งครรภ์นางดีใจมากเพียงใด แต่กลับถูกว่ายาพิษทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานดื้อรั้นที่จะยังรักษาเด็กในครรภ์เอาไว้ แม้ว่าจะทนได้เพียงแค่ห้าเดือนเด็กที่อยู่ครรภ์กับไม่รอดทั้งเด็กในท้องก็ยังมีถึงสองชีวิต! และหลังจากนั้นไม่นานสตรีนางนั้นก็ตั้งครรภ์และคลอดองค์ชายรองออกมาให้กับราชวงศ์

เดิมทีองค์ชายใหญ่เป็นพระโอรสของฮองเอาแต่ไม่รู้สาเหตุใดยามที่อีกฝ่ายมีอายุได้สิบขวบปีก็มีอาการปัญญาอ่อนขึ้นมา กลายเป็นเด็กไม่รู้ความ ขลาดเขลาจนเหล่าขุนนางยื่นเรื่องถอดถอนถึงความไม่เหมาะสมตำแหน่งองค์รัชทายาทจึงตกเป็นขององค์ชายรองที่ประสูติจากกุ้ยเฟย!

"อันโหรว! ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะละเว้นข้าและลูกของข้า หากข้าเป็นวิหคเพลิงดังคำทำนายจริงชาติหน้าข้าของตามจองล้างจองผลาญเจ้ากับบุรุษใจเหี้ยมผู้นั้นให้เจ็บปวดทรมานอย่างที่ข้าเคยได้รับ แคว้นเฉินที่พวกเจ้าอยากให้บุตรชายของตนได้ครอบครองข้าจะเอามาอยู่ในกำมือของข้าและบดขยี้มันผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีหนี้แค้นต่อข้าให้สิ้นซาก!"

………………………………………………

มาเปิดเรื่องใหม่ที่แก้แค้นและพระเอกของเรา…

ไม่เฉลยค่ะ ให้ติดตามเอาเอง!!

ปล. แก้ไข 11/9/66 ไรต์มาทำการรีไรท์ใหม่เพื่อจะทำอีบุ๊คจ้า ❤️

ฉินอวี้เชียน : ข้ากลับมาแล้ว

ตอนที่ 2

ข้ากลับมาแล้ว

ร่างบางงดงามที่มีร่องรอยรักสีกุหลาบเต็มตัวในอ่างอาบน้ำเหม่อมองไปยังน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ส่งกลิ่นหอมสดชื่นออกมา ฉินอวี้เชียนไม่อยากจะเชื่อว่าคำทำนายของโหราจารย์จะเป็นจริง แต่ก่อนนางมองเป็นเรื่องไร้สาระแม้จะไม่พูดออกไปแต่สมองน้อยๆกลับคิดว่ามันคือเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาเท่านั้น

หากแต่ยามถึงจุดต่ำที่สุดของชีวิตกลับนึกถึงมันขึ้นมาได้เป็นอย่างแรก ทั้งเหตุการณ์ปัจจุบันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็หมายความว่านางกลับมาแล้วจริงๆ…..

กลับมาเกิดใหม่หรือไม่ก็ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง!!

"หวงกุ้ยเฟยเพคะ ให้หม่อมฉันเข้าไปปรนนิบัติหรือไม่เพคะ?" เสียงอ่อนโยนของสตรีวัยกลางคนเรียกสติที่เหม่อลอยกลับมาเข้าที่ เสียงนั่นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ “หลี่มามา” แม่นมที่ดูแลฉินอวี้เชียนมาตั้งแต่นางเล็กๆ

หลี่มามาเป็นน้องสาวต่างมารดาของหลี่ฮองเฮา ด้วยความที่มารดาของนางมีฐานะต่ำต้อยเป็นเพียงสาวใช้ข้างกายของหลี่ฮูหยิน ที่ยกให้ผู้เป็นสามีในตอนที่กำลังตั้งครรภ์หลี่ฮองเฮาทำให้อีกฝ่ายเจียมเนื้อเจียมตัว ยามเมื่อหลี่ฮองเฮาลืมตาดูโลกได้หลายเดือนหลี่มามาก็ออกมาลืมตาดูโลกด้วยเช่นกัน

เพียงแต่มารดาที่ให้กำเนิดนั้นหลังจากคลอดนางออกมาแล้วก็มีร่างกายย่ำแย่ อ่อนแอลงทุกวันกระนั้นหลี่ฮูหยินก็ยังคงดูแลสาวใช้คนสนิทเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะยกฐานะของอีกฝ่ายเป็นอนุมีเรือนและบ่าวคอยรับใช้ไม่ขาด แต่ด้วยความจงรักภักดีไม่เพียงสาวใช้จะปฏิเสธทั้งยังหมายที่จะอยู่ในเรือนของห้องด้านหลังของหลี่ฮูหยินอย่างเงียบๆราวกับไร้ตัวตนอีกด้วย

หลังที่หลี่มามารู้ความร่างกายที่มาถึงขีดสุดของมารดาก็ทนไม่ไหวสิ้นลมหายใจไป ด้วยความดีที่อีกฝ่ายกระทำไว้หลี่ฮูหยินจึงแต่งตั้งให้นางเป็นอนุผู้หนึ่ง ทั้งยังขอให้ผู้เป็นสามีฝั่งนางในสุสานของตระกูลแม้ว่าอนุที่สามารถฝังในสุสานของตระกูลได้จะต้องให้กำเนิดเด็กชายเพียงเท่านั้นก็ตาม

หลี่มามานั้นมีนิสัยนอบน้อมแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมคน มารดาของนางเองก็เคยพูดถึงเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง นางเองก็เป็นเฉกเช่นมารดาที่มีนิสัยไม่ชอบความวุ่นวายไม่อยากเป็นคุณหนูที่จะต้องแข่งขันกับลูกของอนุคนอื่น แม้จะมีหลี่ฮูหยินหนุนหลังและคอยดูแลอยู่ก็ตามจึงตัดสินใจว่าจะขอเป็นสาวใช้ให้พี่สาวอย่างหลี่ฮวาแทน

สองพี่น้องที่อายุไม่ห่างกันแต่ความงามนั้นยากที่จะเทียบไม่แปลกที่จะมีคนมองเห็นความสามารถและความงามของหลี่ฮวาและมองข้ามตัวของ “หลี่ฮั่ว” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรีคนหนึ่งของใต้เท้าหลี่ที่เกิดจากสาวใช้คนสนิทของหลี่ฮูหยิน

มีเพียงคนเดียวกระมังที่มองเห็นความสำคัญนี้…

ก็คือฮ่องเต้แคว้นฉิน พระบิดาของนางอย่างไร

ใช่แล้ว… คนที่โอรสสวรรค์แคว้นฉินปักใจก็คือหลี่มามาผู้นี้ แม้นางจะปฏิเสธเขาไม่คิดจะแต่งเข้าเป็นพระสนมแต่กระนั้นนางก็ยังติดตามพี่สาวเข้าวังกลายเป็นมามาคนสนิทของหลี่ฮองเฮาด้วย หลี่ฮวารู้เรื่องระหว่างน้องสาวต่างมารดาและผู้เป็นพระสวามีดี นางไม่ได้รักเขาเพียงทำหน้าที่ของตนเท่านั้นจึงไม่ได้เกิดจิตอิจฉาริษยาน้องสาวผู้นี้ขึ้นมา

แน่นอนว่าหลี่มามาไม่คิดที่จะสร้างความลำบากให้แก่พี่สาว นางเพียงอยากเป็นมามาคอยดูแลอีกฝ่ายก็เท่านั้น ยามเมื่อ “ฉินอวี้เชียน” และ “ฉินอู่หลง” ลืมตาขึ้นมาก็ได้หลี่มามาเป็นผู้เลี้ยงดูทั้งสองมาเองกับมือ

ยามเมื่อฉินอวี้เชียนตัดสินใจที่จะแต่งมาแคว้นเฉินก็เป็นหลี่มามาที่ตามมาคอยรับใช้ พร้อมกับนางกำนัลสาวสองคนที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีพ่วงด้วยความสามารถคนหนึ่งเป็นวรยุทธ์อีกคนหนึ่งเก่งเรื่องงานเย็บปัก

"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าก็จะเสร็จแล้ว"

เสียงอ่อนหวานที่ปนไปด้วยความเย็นชาหนาวเหน็บทำให้หลี่ฮั่วขมวดคิ้วแปลกใจ เดิมทีฉินอวี้เชียนเป็นหญิงสาวอ่อนหวานและใสซื่อที่มองโลกในแง่ดีเกินไป

ด้วยความที่ได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้แคว้นฉินผู้เป็นบิดาจึงไม่อาจมีใครหมายจะยื่นมือยาวมายุ่งกับนางได้ มันเป็นเรื่องดีก็จริงหากแต่ก็เป็นเรื่องร้ายด้วยเช่นกัน เพราะถูกพะเน้าพะนอจึงทำให้ฉินอวี้เชียนไม่รู้เท่าเล่ห์กลของสตรีในวัง ต่างจากหลี่มามาที่คอยอยู่ข้างกายหลี่ฮองเฮามาตั้งแต่เข้าวังใหม่ๆ

ในตอนนั้นนางล้วนเห็นทุกอย่างที่สตรีวังหลังกระทำกัน ไม่ว่าจะเป็นเล่ห์กลโกงหรือแม้กระทั่งเรื่องใส่ร้ายป้ายสีหลี่มามาล้วนผ่านมาแล้วทั้งหมด ไม่แปลกที่หลี่ฮองเฮาจะขอให้นางตามบุตรสาวคนนี้มาที่แคว้นเฉินเพื่อคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกฝ่ายนั่นเอง

หลังจากแช่น้ำอยู่พักใหญ่จนน้ำอุ่นเริ่มเย็นลงร่างบางที่มีร่องรอยรักทั่วตัวก็ยืนขึ้นก่อนที่จะมีร่างสตรีวัยกลางคนหยิบผ้ามาคลุมร่างบอบบางเอาไว้อย่างรู้หน้าที่และพาไปยังด้านนอกเพื่อแต่งตัว เมินเฉยร่องรอยสีกุหลาบที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวไปจนหมดสิ้นราวกับไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

เมื่อคืนคือคืนที่ฉินอวี้เชียนถวายตัวให้กับเฉินเจี๋ยฮ่องเต้แคว้นเฉิน แม้ยามลืมตาขึ้นมานางจะสะอิดสะเอียดที่เห็นรอยรักที่เขาทำเอาไว้ตรีตราจองแสดงถึงความเป็นเจ้าของและความโปรดปราน แต่กระนั้นผลที่จะตามมาหลังจากนี้ย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ

ใบหน้างดงามอ่อนหวานมองไปยังคันฉ่องสีทองอร่ามด้วยแววตาลุ่มลึกดังบ่อน้ำไร้ก้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด ก่อนจะได้สติดวงตามีเสน่ห์ก็ถอนสายตาออกมาให้นางกำนัลคนอื่นออกไปเหลือเพียงนางและหลี่มามาเท่านั้น ส่วนสองนางกำนัลที่ตามมาจากแคว้นฉินนั้นให้ไปยืนเฝ้าโดยรอบดูว่ามีใครเป็นหนูแอบฟังบทสนทนานี้หรือไม่อย่างรู้ความ

"ท่านน้า.. ท่านคงคิดว่าข้าแปลกไปใช่หรือไม่?"

"ไม่เพคะ หวงกุ้ยเฟยก็ยังคงเป็นหวงกุ้ยเฟยของหม่อมฉันเช่นเดิม"

มือบางที่เต็มไปด้วยความแห้งกร้านจากการทำงานหนักแม้ว่าจะดูแลบำรุงมานานแล้ว แต่ก็ไม่อาจกลับไปนุ่มนิ่มดังเดิมได้กุมมือบางของผู้เป็นหลานสาวพ่วงด้วยเจ้านายเอาไว้ สายตาที่หลี่มามาใช้กับฉินอวี้เชียนเหมือนกับมารดามองบุตรสาวไม่มีผิด เรื่องนี้ฉินอวี้เชียนรู้ดีแก่ใจว่าใครที่รักนางมากเทียบเท่ากับมารดาแท้ๆ ก็คือสตรีตรงหน้านี้อย่างไร ท่านน้าหลี่ฮั่ว…

"องค์หญิง ท่านเรียกข้าว่าองค์หญิงเช่นเดิมเถอะ ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยนี้ข้าสะอิดสะเอียนเต็มกลืน"

แม้จะสงสัยน้ำเสียงที่ดูเหมือนอยากจะอาเจียนเต็มทน แต่หลี่มามาก็ยังคงพยักหน้าก่อนจะตอบรับเบาๆ "เพคะ หม่อมฉันจะเรียกพระองค์ว่าองค์หญิง"

"ตามคำทำนายของท่านโหราจารย์ว่าข้าเป็นวิหคเพลิงอมตะ เมื่อก่อนข้าไม่เคยเชื่อมองว่าเป็นเพียงคำพูดเลือนลางไร้ความเป็นจริง จนประสบพบเจอกับเหตุการณ์บางอย่างเข้าคำทำนายนั้นจึงพาข้ากลับมาที่นี่อีกครั้ง… ท่านน้าท่านเชื่อข้าหรือไม่ว่าข้าได้ตายไปแล้วและข้าก็กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง"

เรื่องที่ฉินอวี้เชียนพูดหลี่มามารู้ตั้งแต่ตอนที่เด็กน้อยลืมตาดูโลกขึ้นมาแล้ว แม้ว่านางจะยังคงจับใจความไม่ได้แต่ก็พอจะรู้ว่าหญิงสาวที่นางทะนุถนอมอยู่ตรงหน้านี้ได้สิ้นใจไปก่อนหน้าก่อนที่จะใช้ความเป็นวิหคเพลิงอมตะกลับมาอีกครั้ง

เพียงแต่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นอีกฝ่ายต้องประสบพบเจออะไรมาบ้างถึงได้มีน้ำเสียงและแววตาเย็นชาจนน่าขนลุกเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนเลี้ยงดูเกิดความแปลกใจและเต็มไปด้วยความไม่พอใจด้วยเช่นกันที่มีใครใจกล้าขนาดที่ทำลายหลานสาวของนางลง!

"หม่อมฉันเชื่อคำที่องค์หญิงทรงตรัสทุกประการเพคะ เพียงแต่ว่าเหตุใด…"

"ก็เป็นเพราะข้าโง่งมเห็นเฉินเจี๋ยดีกับข้านึกว่าเขาจะเปิดใจยอมรับข้าแล้วอย่างไร ที่ไหนได้เขาเพียงหลอกใช้ข้าและบุตรในครรภ์ของข้าเพื่อเป็นโล่กำบังหอกแหลมที่จะพุ่งเข้ามาใส่นังแพศยาอันโหรวนั่น!"

"…………………………"

"เพียงเพราะนังสตรีชั้นต่ำนั่นเขากลับใช้บุตรของข้ารับคมหอกพวกนั้น และปล่อยให้เขาตายลงทั้งๆที่ยังไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาดูโลกเลยด้วยซ้ำ! บุรุษเช่นเฉินเจี๋ยต่อให้ข้าตายข้าก็จะถลกหนังมันพร้อมกับลากดวงวิญญาณของมันไปลงนรกด้วยกันให้สาสมกับที่มันวางแผนร้ายให้ลูกข้าเป็นเหยื่อ!"

"!!!!!!!!!!!!!!!!!"

น้ำเสียงที่เคยหวานหยดกลับกลายเป็นเย็นชาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นกล่าวโทษ ถึงขนาดเอ่ยนามผู้เป็นใหญ่ในแคว้นเฉินแห่งนี้อย่างไม่เกรงกลัวจนทำให้หลี่มามาที่นั่งฟังอยู่ถึงกับขนลุกในความอาฆาตนี้

หลี่ฮั่วเดาได้แล้วว่าสิ่งที่ฉินอวี้เชียนพบเจอก่อนที่จะตกตายและกลับมาอยู่ต่อหน้านางในตอนนี้นั้นต้องหนักหนาเพียงใด การเปลี่ยนหญิงสาวที่ร่าเริงและมองโลกในแง่ดีใจให้จมปลักกับความอาฆาตพยาบาทได้ขนาดนี้นับว่าแผนการที่ฮ่องเต้แคว้นเฉินวางเอาไว้ต้องโหดเหี้ยมเป็นที่สุดเป็นแน่!

แม้จะโกรธแค้นแทนร่างบางตรงหน้าหากแต่หญิงวัยกลางคนกลับมีความสงสารแทรกเข้ามาด้วยไม่ต่างกัน ดังนั้น้ำเสียงที่กล่าวออกไปจึงเต็มไปด้วยความปลอบโยนและเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดเพื่อเรียกกำลังใจให้กับร่างบางดวงตาแดงก่ำ

"ไม่เป็นไรแล้วนะเพคะ หม่อมฉันอยู่กับองค์หญิงตรงนี้ หากองค์หญิงไม่สบายพระทัยเช่นนั้นเรากลับแคว้นฉินของเราดีหรือไม่เพคะ?"

"ข้าไม่กลับ! ข้าจะลากคอพวกมันมาเส้นสังเวยลูกในท้องของข้า แม้ว่าตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่แต่เฉินเจี๋ยและนังอันโหรวจะต้องชดใช้ให้กับเขาในชีวิตที่แล้วไม่ต่างกัน!"

"!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

หลี่มามากลืนน้ำลายอย่างอยากลำบาก ความกดดันที่เกิดขึ้นทำให้นางได้แต่หยุดความคิดเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวเปลี่ยนใจกลับบ้านเกิดของตนเอง ในเมื่อพวกนางเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องหันหลังกลับไปให้เสียศักดิ์ศรี เพีียงแต่ต้องบุกทะลวงไปข้างหน้าเท่านั้น

เส้นทางนองเลือดเช่นนี้ใช่ว่านางจะไม่เคยผ่านมาเสียเมื่อไหร่ ตอนที่เป็นนางกำนัลข้างกายหลี่ฮองเฮานางมือเปื้อนเลือดไปเท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว หากครั้งนี้จะเปื้อนอีกครั้งมันจะเป็นกระไรไป!

"เช่นนั้นองค์หญิงอยากให้หม่อมฉันทำอะไรได้โปรดพระองค์สั่งการมาได้เลยเพคะ"

"พวกหม่อมฉันด้วยเพคะ ชีวิตนี้หม่อมฉันยกให้องค์หญิงแล้วจะเป็นจะตายหม่อมฉันจะขออยู่รับใช้องค์หญิงด้วยความซื่อสัตย์ คนแคว้นฉินฆ่าได้แต่หยามไม่ได้เพคะ"

สองนางกำนัลที่ยืนเฝ้าระวังอยู่นั้นก็ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวเช่นกัน เมื่อไม่มีอะไรน่าสงสัยพวกนางจึงคุกเข้าเข้ามาก้มหัวขอทำงานถวายชีวิตให้กับองค์หญิงของตน

พวกนางล้วนเกิดในแคว้นฉิน ข้าวที่กินอยู่ทุกมื้อล้วนเป็นคนแคว้นฉินที่หามาคนแคว้นอื่นดูถูกกระทำให้นายสาวของพวกตนตกตายเช่นนี้มีหรือพวกนางจะไม่เคียดแค้น ดีที่อีกฝ่ายเป็นสตรีในคำทำนายแม้จะไม่รู้รายละเอียดในคำทำนายมากนักแต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกนางจงรักภักดีกับฉินอวี้เชียนไปทั้งชีวิต!

ยิ่งพวกนางมาไกลบ้านไกลเมืองเช่นนี้ด้วยไม่มีทางที่จะถอดใจด้วยความขี้ขลาดหันหลังกลับบ้านอย่างคนไร้ศักดิ์ศรีเป็นอันขาด ดังนั้นต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟแต่เพื่อให้ร่างบางของผู้เป็นนายได้สิ่งที่ต้องการพวกนางเองก็พร้อมใจที่จะลงมือทำมัน!

"ขอบใจพวกเจ้ามา เพียงแต่พวกเราจะไม่ตายที่แคว้นเฉินแห่งนี้ เพราะว่าแคว้นนี้มันต้องตกเป็นของลูกข้า และจะเป็นคนของแคว้นฉินเท่านั้นที่จะได้ครอบครองมัน!"

"…………………."

"ท่านน้าส่งจดหมายฉบับนี้ไปให้อู่หลง ในเนื้อความนี้เขาจะรู้เองว่าจะทำอย่างไรต่อไป"

เมื่อคิดตกแล้วมือบางที่ตวัดพู่กันอยู่ก็วางมันลงก่อนจะพับกระดาษที่หมึกแห้งดีแล้วเก็บใส่เข้าไปในซอง ข้อความในจดหมายนั้นไม่ได้มีอะไรเพียงแต่เป็นการบอกว่านางสุขสบายและเฉินเจี๋ยก็ดูแลนางเป็นอย่างดี เพียงแต่ความหมายที่ซ่อนไว้ในจดหมายนั้นกลับมีเพียงนางและฉินอู่หลงเท่านั้นที่จะทราบ

ก็กระดาษจดหมายดังกล่าวมันถูกเขียนทับไปด้วยน้ำยาบางชนิดยามที่ต้องกับเปลวไฟมันจะสะท้อนข้อความแอบแฝงบางอย่างขึ้นมา จดหมายฉบับนี้อย่างไรก็ต้องผ่านมือของบุรุษใจเหี้ยมอย่างเฉินเจี๋ยอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาไม่มีทางรู้ข้อความลับนี้ได้เพราะน้ำยาดังกล่าวเป็นของที่ฉินอู่หลงเป็นผู้คิดค้นมันขึ้นมาและมอบให้นางติดตัวเอาไว้ ฉินอวี้เชียนฉลาดพอที่จะเริ่มเดินแผนการเสียตั้งแต่ตอนนี้ นางไม่คิดที่จะปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างคนประมาทที่รู้ทุกอย่างแต่ต้องมาพลาดท่าเพราะความประมาทของตนเอง

คนที่เจ็บแล้วจำน่ะคือคน… หากแต่คนที่เจ็บแล้วไม่จำคนจำพวกนั้นมันคือเดรัจฉาน!

อย่างไรคนขี้ระแวงอย่างเฉินเจี๋ยไม่มีทางปล่อยให้จดหมายเล็ดลอดออกไปโดยไม่ผ่านตาเขาเด็ดขาด เรื่องนี้ฉินอวี้เชียนรู้ดียิ่งกว่าใคร ไม่อย่างนั้นแล้วในยามที่นางเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือออกไปจะไม่ได้รับการตอบกลับหรือ?

ในอดีตนางคิดไม่ได้แต่ครานี้นางไม่โง่งมอีกต่อไป ไหนจะนางกำนัลรอบตำหนักนี่ก็เป็นคนที่อีกฝ่ายวางเอาไว้ไม่มีทางที่ฉินอวี้เชียนจะโง่ซ้ำสองเป็นอันขาด!

…………………………………

พระเอกของเรื่องคือคนที่ฉลาดม๊ากม๊ากๆ แบบว่ามากๆ

แน่นอนว่าจะใช่คนนี้หรือไม่..

ต้องติดตาม!!!

ปล. แก้ไข 11/9/66

ฉินอวี้เชียน : องค์รัชทายาทฉินอู่หลง

ตอนที่ 3 องค์รัชทายาทฉินอู่หลง

“แฝงคนขอเราเข้ามาทำการค้าในแคว้นเฉิน อนาคตข้างหน้าลูกของข้าต้องการเงินทองและกำลังคนไว้ใช้สอยในแผนการต่างๆ ส่งคนมาเปลี่ยนนางกำนัลในตำหนักข้าให้ด้วย ข้าต้องการคนที่ไว้ใจได้ของเราเท่านั้นอย่างสุดท้าย… ข้าต้องการให้ท่านโหราจารย์ออกมาทำนายว่าลูกในท้องของข้าคือหงส์ฟ้ามาถือกำเนิด เรื่องหลังนี้เจ้าช่วยดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่ลูกข้าจะมีคนวางแผนร้ายใส่”

ข้อความกระชับที่แฝงมากับจดหมายทำให้ร่างสูงที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดขมวดคิ้วลง ดวงตาคมมองจดหมายตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจก่อนที่เขาจะนึกอะไรบางอย่างได้

ก่อนหน้าที่จดหมายฉบับนี้จะส่งมาให้ฉินอู่หลงได้ถูกมารดาเรียกเข้าไปหาที่ตำหนักเป็นการเร่งด่วน ด้วยหยกเลือดของฉินอวี้เชียนได้แตกสลายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ทำให้หลี่ฮองเฮาผู้เป็นมารดากระวนกระวานใจ เขาที่เป็นบุตรย่อมต้องไปดูและปลอบใจมารดาที่กำลังขวัญเสียก่อนจะรู้เรื่องราวบางอย่างจากปากของท่านโหราจารย์

"องค์หญิงยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่ในตอนนี้ แต่ก่อนหน้านั้นไม่… เพียงแต่หลังจากนี้คงจะเป็นงานหนักของพระองค์ที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่พี่สาวฝาแฝดผู้นี้ แคว้นเฉินในภายภาคหน้าอยู่ในมือของท่านแล้ว หลานชายของท่านที่จะถือกำเนิดมาผู้นี้จะเป็นผู้ครอบครองผืนแผ่นดินนี้อย่างสง่างาม"

เดิมที่ฉินอู่หลงไม่เชื่อในคำทำนายพวกนี้เช่นเดียวกับฉินอวี้เชียน แต่เนื้อความที่แฝงมามีความล้ำลึกเกินกว่านิสัยปกติของคู่แฝดจะมีได้ เขาสนิทสนมกับพี่สาวฝาแฝดของตนเป็นอย่างดีรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีที่เพ้อฝันและใสซื่อขนาดไหน เพราะเป็นอย่างนั้นยามที่อีกฝ่ายเลือกที่จะบินออกไปจากกรงทองอันเป็นปลอดภัยจึงแต่คนเอ่ยขัดและห้ามปราม หากแต่วาสนาที่ถูกลิขิตมาแล้วไม่มีทางที่คนธรรมดาจะไปขัดขวางได้ อย่างไรไม่ช้าก็เร็วฉินอวี้เชียนจะต้องเดินไปตามโชคชะตาของตนที่ถูกลิขิตเอาไว้อยู่ดี

เพียงแต่เวลาดังกล่าวนั้นมันคงจะมอดดับไปพร้อมกับไฟแค้นแล้วกระมัง?

เพราะดูท่าคนที่คอยควบคุมชะตาชีวิตของผู้อื่นจะไม่ใช่เหล่าทวยเทพในสรวงสวรรค์อีกต่อไป หากแต่พี่สาวฝาแฝดของเขาผู้นี้ที่จะมอบความอาฆาตแค้นให้กับผู้คนที่กล้าทำร้ายและหยามหมิ่นตน!

ไหนจะเรื่องขอกำลังมาช่วยนี้อีก… ไม่แน่ว่าก่อนหน้านั้นจะต้องเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นแน่ๆ การแฝงคนเข้าไปในแคว้นเฉินนั้นทำง่ายต่างจากส่งคนเข้าไปในตำหนักของฉินอวี้เชียนและสับเปลี่ยน แน่นอนว่าคนพวกนั้นย่อมต้องเป็นหูตาที่เฉินเจี๋ยใช้ในการจับตาดูพี่สาวฝาแฝดของเขา

เรื่องนี้ดูออกง่ายและฉินอวี้เชียนก็คงจะดูออกเช่นกัน หากให้ส่งคนไปหลายคนหน่อยแต่ไม่ถึงกับโละเอาคนของอีกฝ่ายออกไปทั้งหมดเรื่องนี้ก็อาจจะพอเป็นไปได้…

มือหนาหยาบกร้านที่เกิดจากการจับกระบี่มาตั้งแต่วัยเยาว์ได้เขียนข้อความบางอย่างลงไปก่อนจะม้วนแล้วให้นกส่งสารนี้ไปให้ถึงผู้รับ อย่างไรสาสน์นี้ก็ต้องถึงมือของบุรุษผู้นั้นก่อนจะมาถึงมือพี่สาวของเขา ด้วยอีกฝ่ายที่มีความทะนงตนเกินไปย่อมไม่อาจรู้ได้แน่ๆว่าในข้อความนั้นมีข้อความลับแอบแฝงอยู่

การดำเนินการของฉินอู่หลงรวดเร็ว เขาส่งจดหมายตอบกลับมาไม่นานในอาทิตย์ต่อมาก็มีม้าเร็วจากแคว้นฉินส่งตรงมายังวังหลวงแห่งนี้ เรียกได้ว่าสร้างความสงสัยให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก ประชาชนส่วนมากแม้พวกเขาจะรู้ว่าองค์หญิงแคว้นฉินนั้นทรงแต่งเข้าเป็นหวงกุ้ยเฟยในแคว้นเฉินของพวกเขา แต่กระนั้นก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวของนางออกมาแต่อย่างใด

ในตอนที่ม้าเร็วมายังไม่ถึงช่วงเวลาที่จะต้องไปคารวะซ่งฮองเฮาและด้วยตำหนักของสตรีฝ่ายในอยู่ด้านหลังของวัง ม้าเร็วจำต้องผ่านด้านหน้าและต้องกราบทูลต่อฝ่าพระบาทให้ไม่ถือเป็นการข้ามหน้าข้ามตา

"ถวายพระพรฮ่องเต้แคว้นเฉิน กระหม่อมเป็นม้าเร็วของแม่ทัพหลี่แห่งแคว้นฉินได้รับมอบหมายให้มาส่งพระราชสาสน์ถึงพระองค์และฉินหวงกุ้ยเฟยพะยะค่ะ"

"สาสน์เช่นนั้นหรือ? เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าคือเรื่องอันใด?"

ร่างสูงในชุดสีทองอร่ามปักลวดลายมังกรขมวดคิ้วเล็กน้อย เข้าจำได้ว่าล่าสุดเพียงมีข้อความตอบกลับขององค์รัชทายาทแคว้นฉินมาหาพี่สาวเท่านั้น ในเนื้อความก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกการที่ม้าเร็วเร่งมายังแคว้นเฉินใช้ระยะเวลาเพียงอาทิตย์เดียวนั้นย่อมต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญเป็นอย่างมาก

นายทหารที่ได้รับมอบหมายมายกยิ้มขึ้นอย่างยินดีก่อนจะบอกใบ้เบาๆเพื่อให้คนถามอยากรู้แล้วเปิดดูข้อความในนั้นเอง

"อันที่จริงเป็นเรื่องดีพะยะค่ะ อยู่ๆท่านโหราจารย์ก็เกิดนิมิตจากสวรรค์ว่าเห็นหงส์ฟ้าบินร่อนตัวลงมาอยู่ที่นอกเมืองพะยะค่ะ ในความหมายก็คือจะมีการถือกำเนิดขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ พอตรวจดูชะตาเมืองและชะตาของสตรีฝ่ายในแคว้นฉินทั้งหมดกลับไม่พบว่าทรงตั้งพระครรภ์ หากแต่นอกกำแพงเมืองย่อมมีองค์หญิงใหญ่ที่ทรงแต่งออกมาที่นี่ ในความหมายนี้ย่อมหมายถึงหวงกุ้ยเฟยไม่ผิดแน่พะยะค่ะ"

ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนยินดีก็ยิ่งทำให้หัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันไปใหญ่ ในความหมายที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาเฉินเจี๋ยเข้าใจเป็นอย่างดี เพียงแต่เขาเคยเข้าหอร่วมกับสตรีที่เอ่ยถึงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ประกาศออกมาว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงไม่อาจปรนนิบัติเขาได้ดี เรื่องนี้ทำให้เขาเลือกที่จะไปค้างที่ตำหนักอื่น

หากอีกฝ่ายจะตั้งครรภ์ขึ้นมาได้ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อพอๆกัน

มือหนาที่เปิดสาสน์สีทองก่อนจะกวาดตาอ่านพอจับใจความได้ก่อนจะพยักหน้าให้กงกงคนสนิทไปเชิญฉินอวี้เชียนเข้ามาด้านในนี้พร้อมกับหมอหลวงอีกจำนวนหนึ่งเพื่อมาตรวจสอบความแน่ใจป้องกันความผิดพลาด

ถึงแม้ว่าการตั้งครรภ์ของฉินหวงกุ้ยเฟยจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สำหรับอีกฝ่ายที่เป็นสตรีต่างแคว้นเฉินเจี๋ยจะยินดีได้อย่างไร แม้ว่าหากนางได้ให้กำเนิดพระโอรสออกมาพระโอรสองค์นั้นจะไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองบัลลังก์ก็ตาม อย่างไรเขาที่มีความระแวงต่อแคว้นเพื่อนบ้านเป็นทุนเดิมย่อมต้องการขบคิดและไตร่ตรองให้รอบครอบมากที่สุด

"ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงเรียกหม่อมฉันมามีอันใดหรือเพคะ?"

"หวงกุ้ยเฟยมาแล้ว เมื่อครู่มีม้าเร็วจากแคว้นฉินส่งสาสน์มาให้กล่าวกับเราว่าโหราจารย์ของแคว้นฝันเห็นหงส์ฟ้าบินร่อนลงมานอกเมืองจึงได้คำนวนชะตาเมืองก่อนจะพบว่าอาจจะเป็นเจ้าที่กำลังตั้งครรภ์"

"หงส์ฟ้าหรือเพคะ? หากหม่อมฉันตั้งครรภ์จริงไม่ใช่บุตรในครรภ์ของหม่อมฉันเป็นหญิงกระมัง?"

น้ำเสียงหวานที่ช่วงหลังอ่อนลงราวกับกระซิบกับตนเองนั้นไม่พ้นหูผู้ฝึกยุทธ์อย่างเฉินเจี๋ย เขามองท่าทีของสตรีตรงหน้าด้วยแววตายากจะคาดเดา หากอีกฝ่ายได้บุตรีจริงก็คงจะดี

เฉินเจี๋ยพอรู้มาอยู่บ้างว่าโหราจารย์ของแคว้นฉินนั้นมีความแม่นยำเป็นอย่างยิ่งถึงขนาดที่ฮ่องเต้แคว้นฉินยังให้ความเคารพ การทำนายของอีกฝ่ายล้วนแต่แม่นยำไม่มีความคลาดเคลื่อน ไม่เช่นนั้นยามจับดาบออกศึกไปปราบชนเผาที่มารุกรานแคว้นฉินจะได้รับชัยชนะและเสียกำลังพลน้อยนิดทุกครั้งหรือหากไม่ใช่คำทำนายทายทักของโหราจารย์ผู้นี้

ร่างบางที่เห็นผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองกำลังครุ่นคิดบางอย่างก็ยกยิ้มขึ้นมาในใจพยักหน้ารับเล็กน้อยไม่ทันให้ใครสังเกตกับบุรุษผู้เป็นมาเร็วมาส่งสาสน์ คนที่มาส่งสาสน์ดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครเขาคือรองแม่ทัพคนสนิทท่านตาของนาง แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมเป็นคนที่ไว้ใจได้

การมาของรองแม่ทัพผู้นี้อีกไม่นานก็คงจะมีคนจากแคว้นฉินค่อยๆทยอยเข้ามาลงหลักปักฐานเพื่อก่อร่างสร้างตัวให้เป็นฐานกับบุตรชายของนางในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะนี่คือการเบี่ยงประเด็นที่สำคัฐเป็นอย่างยิ่งในการเริ่มแผนการอย่างไรล่ะ!

"อย่างไรก็ให้ท่านหมอหลวงตรวจชีพจรดีหรือไม่พะยะค่ะ ทรงตั้งครรภ์มังกรหรือไม่ย่อมต้องทราบได้แน่ๆ"

"เป็นจริงดังที่ผู้ส่งสาสน์กล่าว เช่นนั้นหม่อมหลวงตรวจดูชีพจรของหวงกุ้ยเฟยหน่อยว่าตั้งครรภ์มังกรหรือไม่?"

ร่างสูงเห็นด้วยก่อนจะพยักหน้าและอนุญาตให้หมอหลวงที่เขาไว้ใจมาทำการตรวจจับชีพจรดังกล่าว ด้วยการแพทย์ที่ยังล้าหลังทำให้การตรวจจับชีพจรของการตั้งครรภ์นั้นสามารถทำได้คร่าวๆ ไม่อาจบอกได้ว่าทารกในครรภ์นั้นมีกี่คน จึงทำให้ฉินอวี้เชียนเบาใจและยกยิ้มอย่างอ่อนหวานเช่นเคยก่อนจะยื่นมือไปให้หมอหลวงชราใช้ผ้าขาวบางมารองและตรวจจับชีพจรตรงข้อมือ

ชายชราที่หลับตาฟังเสียงการเต้นของชีพจรลืมตาขึ้นก่อนจะกล่าวยินดีออกมาให้คนทั้งห้องได้ยินกันไปทั่ว แม้ว่าชีพจรจะอ่อนเนื่องจากมีอายุครรภ์ที่น้อยจึงไม่แปลกที่ผลจะออกมาเป็นเช่นนี้

"ทูลฝ่าบาทกระหม่อมตรวจเจอชีพจรคู่พะยะค่ะ แม้จะยังอ่อนนักแต่รับรองได้ว่าคือการตั้งครรภ์ไม่ผิดแน่"

"ยินดีด้วยพะยะค่ะฝ่าบาท ยินดีด้วยพะยะค่ะหวงกุ้ยเฟย"

สิ้นคำรายงายของหมอหลวงชราเหล่าข้าราชบริพารต่างก้มคำกล่าวคำยินดีอ่อนมาดังลั่นจนใครบางที่กำลังอยู่ด้านนอกเองก็ได้ยินเช่นกัน

“อันโหรว” หรือ “อันกุ้ยเฟย” เป็นสตรีที่มีภาพลักษณ์ใสซื่อบริสุทธ์ราวกับน้ำค้างที่หล่นมาจากฟากฟ้าสามารถทำให้คนที่พบเห็นรักและเอ็นดูได้เป็นอย่างดี ยิ่งกิริยามายาทที่นอบน้อมไม่มักใหญ่ใฝ่สูงอยู่ในที่ของตนอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวส่งผลให้นางกลายเป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดตั้งแต่ถูกแต่งตั้งขึ้นมายากที่จะมีผู้ใดเทียบได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนรู้ทั่วๆไป เพียงแต่คนในเท่านั้นที่จะรู้ได้ว่าอันกุ้ยเฟยผู้นี้คือสตรีที่ครอบครองพระทัยของโอรสสวรรค์ไว้ได้!

เดิมทีที่นางมาหาผู้เป็นพระสวามีในวันนี้ก็เพื่อนำน้ำแกงไก่ที่ลงทุนตื่นแต่เช้ามาเคี่ยวให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและเอาใจใส่ก่อนไปทำการคารวะซ่งฮองเฮาที่ตำหนักกลางของฝ่ายใน แต่ไม่คิดว่าการที่นางเดินมาถึงอยู่หน้าห้องกลับได้ยินเสียงยินดีสรรเสริญไปทั่ว

เช่นนั้นจะหมายความว่าอย่างไรในเมื่อคนที่อยู่ในห้องคือสตรีที่นางนึกเกียจชัง!

ฉินอวี้เชียน!

"เรื่องน่ายินดีขนาดนี้เห็นทีน้ำแกงของข้าฝ่าบาทคงจะไม่สนใจแล้ว เช่นนั้นเรากลับกันเถอะ"

น้ำเสียงใสราวกับกระดิ่งแก้วที่ดังกังวานเอ่ยออกมาก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อยและหันหลังกลับไปยังทางเดิมที่ได้เดินเข้ามา หลี่มามาและขบวนนางกำนัลที่จัดแถวรออยู่ด้านหน้ามองพระสนมคนโปรดดังกล่าวอย่างไม่คิดจะพูดหรือเอ่ยรั้งอะไร

สายตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากของหลี่ฮั่วเพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ากิริยาที่อีกฝ่ายแสดงออกมามันคือการแสดงที่มีชั้นเชิง แม้จะกักเก็บอารมณ์และอาการความไม่พอใจได้เป็นอย่างดีกระนั้นเล็บมือที่จิกเข้าหากันก็เพียงพอต่อการรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเกิดความอิจฉาริษยามากเพียงใด

หญิงวัยกลางคนได้แต่ส่ายหัวไปมายามลับร่างบางและขบวนของนางกำนัลอีกฝ่ายไป ก่อนที่จะสนใจเรื่องราวด้านในที่พึ่งเกิดขึ้น

นับว่าแผนการที่ฉินอวี้เชียนวางไว้นั้นมาได้เวลาเหมาะเจาะเลยทีเดียว ซ้ำมาในเวลาที่ที่ก่อนจะไปคารวะซ่งฮองเฮานับว่าเป็นการประกาศไปในตัวเลยทีเดียวว่าหวงกุ้ยเฟยสามารถตั้งครรภ์ได้ทั้งๆที่เข้าหอเพียงครั้งเดียว ต่างกับพระสนมบางคนที่ได้รับความโปรดปรานตั้งแต่เข้าวังมาเนินนานจนหลายปีดีดักแล้วแต่ในท้องกลับไม่มีความเคลื่อนไหวอันใด

สนมนางอื่นที่รอเรื่องตลกคงจะหัวเราะขึ้นมาอย่างน่าขบขันเลยทีเดียว…

เพียงแต่นี่คือฉากหน้าเท่านั้น เพราะตอนนี้อันกุ้ยเฟยก็คงรู้แล้วเช่นกันว่าตนตั้งครรภ์แล้วเพียงแต่เก็บเรื่องเอาไว้ไม่ต้องการเป็นเป้าให้สนมคนอื่นมุ่งมาที่ตน เรื่องนี้ฉินอวี้เชียนเป็นคนกล่าวกับหลี่มามาด้วยตัวเองว่าอีกฝ่ายตั้งครรภ์ก่อนทั้งมีอายุครรภ์มากกว่านางถึงหนึ่งเดือน

แต่การที่ยังคงสามารถปิดเอาไว้ได้ย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายมีคนที่คอยช่วยปกปิดอย่างไร และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก….

ผู้ครอบครองบัลลังก์นี้… เฉินเจี๋ย!!

…………………………………………

ปล. แก้ไข 11/9/66

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...