หนี้แค้นบัลลังก์เลือด!
ข้อมูลเบื้องต้น
เพราะว่ารักนางจึงมองข้ามเรื่องที่เขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว หวังเพียงใช้ความพยายามของตนชิงหัวใจของเขามาครอบครองเพียงแต่… จากความรักกลับกลายเป็นความแค้น!!!
“ฉินอวี้เชียน” ได้ย้อนกลับมาหลังจากถูกปลดออกจากยศหวงกุ้ยเฟยและถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น ในตอนนั้นนางรักปักใจกับ “เฉินเจี๋ย” ฮ่องเต้แคว้นเฉินอย่างลึกล้ำ หวังได้ใจเขามาครองมารดาหรือบิดาจะพูดอย่างไรนางไม่เคยฟังทั้งยังดื้อรั้นมองข้ามเรื่องที่เขามีคนรักอยู่แล้ว ทะนงตนว่าเป็นองค์หญิงผู้เพรียบพร้อมอย่างนางหรือจะต้องพ่ายแพ้ให้กับสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นอีกฝ่าย
ความผิดพลาดดังกล่าวทำให้นางเลือกที่จะมาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่งเข้าเป็นหวงกุ้ยเฟยทั้งๆที่ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของนางคือฮองเฮาด้วยชาติกำเนิดที่สูงส่งประสูติจากฮองเฮาแคว้นฉิน
ด้วยความโง่เขลาทำให้ต้องทุกข์ทรมานก่อนจะเสียลูกในครรภ์ไปและสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงในตำหนักเย็นที่หนาวเสียดกระดูกอย่างโดดเดี่ยว
ท้ายที่สุดฉินอวี้เชียนมารู้ความจริงทีหลังว่าผู้เป็นพระสวามีที่มอบความโปรดปรานให้เพราะต้องการใช้นางและลูกในท้องของนางเป็นเกราะกำบังให้สตรีอันเป็นที่รัก!
"ฉินอวี้เชียนเจ้ารู้หรือไม่ในตอนที่เจ้าตั้งครรภ์มังกรข้าเองก็ตั้งครรภ์ไม่ต่างไปจากเจ้า ฝ่าบาททรงรักและถนอมข้ามากจนถึงกับวางแผนใช้บุตรของเจ้าเพื่อเป็นเกราะกำบังอันตรายให้แก่บุตรของข้า"
"อย่างไรเสียองค์หญิงต่างแคว้นเช่นเจ้ามีบุตรไปเขาก็ไม่อาจขึ้นครองราชย์ได้อยู่ดี เช่นนั้นบุตรของข้าย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแม้กระทั่งชีวิตของลูกเจ้า!!"
ยามได้ยินศัตรูหัวใจเอ่ยเช่นนี้หัวใจของฉินอวี้เชียนราวกับถูกกรีดแล้วควักออกมาถูกสับเป็นชิ้นๆ
ความโกรธเข้าครอบงำทำให้ร่างผอมแห้งลุกขึ้นยืนหมายจะจับสตรีตรงหน้ามาเขย่าถามว่าอีกฝ่ายยังมีจิตใจที่ดีเช่นนามของตนหรือไม่
"ไปเถอะ ข้าจะไปดูองค์รัชทายาทลูกข้าเสียหน่อย ป่านนี้คงเล่นกับบุตรชายปัญญาอ่อนของนังซ่งฮองเฮาอยู่กระมัง"
ลับหลังร่างบางระหงส์ออกไป ฉินอวี้เชียนที่น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายเลือดได้แต่กำมือที่มีแต่กระดูกไร้เนื้อหนังของตนไว้แน่น
ยามนั้นนางจำได้ว่าตอนที่รู้ว่าตนตั้งครรภ์นางดีใจมากเพียงใด แต่กลับถูกว่ายาพิษทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานดื้อรั้นที่จะยังรักษาเด็กในครรภ์เอาไว้ แม้ว่าจะทนได้เพียงแค่ห้าเดือนเด็กที่อยู่ครรภ์กับไม่รอดทั้งเด็กในท้องก็ยังมีถึงสองชีวิต! และหลังจากนั้นไม่นานสตรีนางนั้นก็ตั้งครรภ์และคลอดองค์ชายรองออกมาให้กับราชวงศ์
เดิมทีองค์ชายใหญ่เป็นพระโอรสของฮองเอาแต่ไม่รู้สาเหตุใดยามที่อีกฝ่ายมีอายุได้สิบขวบปีก็มีอาการปัญญาอ่อนขึ้นมา กลายเป็นเด็กไม่รู้ความตำแหน่งองค์รัชทายาทจึงตกเป็นขององค์ชายรองที่ประสูติจากกุ้ยเฟย!
"อันโหรว! ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะละเว้นข้าและลูกของข้า หากข้าเป็นวิหคเพลิงดังคำทำนายจริงชาติหน้าข้าของตามจองล้างจองผลาญเจ้ากับบุรุษใจเหี้ยมผู้นั้นให้เจ็บปวดทรมานอย่างที่ข้าเคยได้รับ แคว้นเฉินที่พวกเจ้าอยากให้บุตรชายของตนได้ครอบครองข้าจะเอามาอยู่ในกำมือของข้าและบดขยี้มันผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีหนี้แค้นต่อข้าให้สิ้นซาก!"
……………………..
มาเปิดเรื่องใหม่
นางเอกเกิดใหม่ในร่างของตัวเองค่ะ หลัวชั่วในเรื่องนี้ต้องมีหนาวสั่น
คอนเซ็ปต์เดิมของไรต์ก็คือนางเอกจะไม่โง่ค่ะ 55555
ฉินอวี้เชียน : จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
หนี้แค้นบัลลังก์เลือด!
ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
ในแคว้นฉินอันอุดมสมบูรณ์นานมาแล้วได้มีโหราจารย์ทำนายไว้ว่าจะมีวิหคเพลิงอมตะมาถือกำเกิด ทำให้แคว้นฉินเกิดความเจริญรุ่งเรือง สามารถครอบครองแคว้นข้างเคียงมาอยู่ในอาณัติได้โดยมีสายเลือดเดียวกันเป็นใหญ่ คำทำนายนี้ถือว่าออกมาจากปากท่านโหราจารย์ที่มีความแม่นยำมากที่สุด
แน่นอนว่าวันที่ทารกน้อยฝาแฝดได้กำเนิดขึ้นท้องฟ้ากลับกลายเป็นแสงสีทองเรืองรองให้ประชาชนได้เห็นและเลื่อมใส บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคำทำนายนั้นถูกต้องทุกประการ และผู้ที่ให้กำเนิดทารกน้อยนั้นก็ไม่ใช่ใคร นั่นก็คือ… หลี่ฮวาหรือที่เรียกกันว่า หลี่ฮองเฮานั่นเอง
หลี่ฮองเฮาไม่ได้เป็นสตรีที่ครอบครองพระทัยของโอรสสวรรค์แคว้นฉิน เพียงแต่นางเป็นญาติทางฝั่งมารดาของเขาและได้เติบโตมาด้วยกัน ความคุ้นเคยที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ทำให้ทั้งคู่มองกันเหมือนกับเพื่อนสนิทหาใช่คนรู้ใจ ยิ่งสตรีที่โอรสสวรรค์ปักใจไม่อาจครองคู่มาเป็นหนึ่งในสนมได้ จึงทำให้ความลำบากในการปกครองวังหลังของหลี่ฮองเฮาเท่ากับศูนย์ การไร้อุปสรรคในการเป็นใหญ่ในวังหลังทำให้หลี่ฮวาสามารถปกครองเหล่าสนมได้อยู่หมัดเสียจนสตรีพวกนั้นไม่กล้าที่จะสาวมือยาวมายุ่งเรื่องของนางเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้นางจึงยังคงมีอำนาจเหนือสตรีอื่นทั้งปวง และยิ่งเป็นผู้ให้กำเนิดทารกน้อยฝาแฝดที่หนึ่งในนั้นคือผู้เป็นวิหคเพลิงอมตะแล้วด้วย แน่นอนว่าตำแหน่งของนางนั้นไม่อาจมีผู้ใดมาดึงลงได้อย่างง่าย ทั้งตำแหน่งองค์รัชทายาทนี้ก็บอกเป็นนัยน์แล้วว่าคือหนึ่งในฝาแฝดอีกคน!
จากทารกน้อยในวันวานสู่หญิงสาวที่แต่งงานออกเรือนไปในวันนี้ เพียงแต่หลังที่บุตรสาวแต่งงานไปได้หลายปีแล้วหลี่ฮวากลับรู้สึกใจไม่ดีแปลกประหลาดชอบกล ไม่ใช่นางมีอคติเกี่ยวกับผู้เป็นพระสวามีของบุตรสาวเพียงแต่สัญชาตญาณของคนเป็นมารดามันจะรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใด
ยามใดที่รู้สึกว่าลูกมีอันตรายผู้เป็นมารดาย่อมสัมผัสถึงสิ่งนั้นได้ก่อน ในวันนี้ก็เช่นกัน…หัวใจดวงน้อยของสตรีวัยกลางคนนั้นโหวงเหวงแปลกประหลาด นางไม่รู้สาเหตุและต่อให้หาเท่าไหร่ก็คงไม่เจอ หญิงวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงสดนั้นเร่งฝีเท้าก้าวเดินไปยังห้องบรรพชนที่ถูกจัดไว้ให้โอรสสวรรค์และมารดาแห่งแผ่นดินผู้เป็นคู่ครองกราบไหว้
ยิ่งเดินเข้าใกล้ห้องบรรพชนเท่าใดหัวใจก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆราวกับจะหลุดออกมาด้านนอก หนึ่งในความลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือในห้องบรรพชนแห่งนี้นอกจากจะเก็บพระบรมฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้ในรัชกาลก่อนๆแล้ว ยังมีหยกสีแดงเลือดเท่ากำปั้นมือชิ้นหนึ่งตั้งอยู่ในกลางห้องเด่นตระหง่านด้วยเช่นกัน
"พวกเจ้ารออยู่ด้านนอก ส่วนเจ้าเข้ามากับข้า"
"เพคะฮองเฮา"
เสียงทรงอำนาจกล่าวขึ้นมาอย่างเนิบนาบก่อนจะมองไปที่นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามมาจากบ้านเดิมคนหนึ่ง หญิงวัยกลางคนผู้ภักดีเข้าใจความหมายของนายสาวจึงค้อมรับคำก่อนจะเดิมตามเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ
เมื่อประตูปิดลงใบหน้าที่เรียบเฉยปรากฏความกังวลขึ้นมาอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบตัวจึงเปลี่ยนไปก่อนที่ผู้สูงศักดิ์จะกล่าวออกมาราวกับว่าต้องการระบายให้คนสนิทได้ฟัง
"วันนี้ข้ารู้สึกไม่ดีอย่างไรชอบกล ข้า… ข้ามีความรู้สึกเหมือนจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป"
"ฮองเฮาทรงคิดมาไปแล้วนะเพคะ หากทำจิตใจให้สงบย่อมทำให้แจ้งแก่ใจว่าสาเหตุมาจากสิ่งใดเพคะ"
"ข้าก็อยากจะคิดเช่นนั้น เพียงแต่ว่า…."
เพล้ง!!
"ลูกข้า!!" ยังไม่ทันที่ร่างนางหงส์จะกล่าวจบหยกสีแดงเลือดที่อยู่กลางห้องก็เป็นระเบิดแตกกระจายไปทั่วทุกสารทิศ ดีที่พวกนางสองคนนั้นยืนห่างอยู่มากวิถีของการกระจายจึงยังไม่โดนทำให้ได้รับบาดเจ็บอันใด
แต่สิ่งนั้นกลับไม่น่าตกใจเท่าหยกชิ้นนี้คือหยกชีวิตขององค์หญิงใหญ่!!
หยกชีวิตที่เกี่ยวพันถึงการดำรงชีวิตอยู่ของฉินอวี้เชียน!
"ไป! รีบให้คนไปเรียกท่านโหราจารย์มาหาข้าที่ห้องนีี้!"
ก่อนที่สติจะแตกกระเจิงไปมากกว่านี้เสียงทรงพลังที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดรีบตะโกนออกมาดังลั่นทำให้นางกำนัลวัยกลางคนรีบเปิดประตูแล้วออกไปตามคนที่ได้รับคำสั่ง เพียงแต่เปิดประตูออกไปกลับเจอคนที่ต้องการอยู่ด้านหน้าราวกับว่าอีกฝ่ายมารอคอยแล้วอย่างไรอย่างนั้น
"ทะ ท่านโหราจารย์ ฮะ ฮองเฮาทรงเรียกเข้าเฝ้าเจ้าค่ะ"
"นำข้าเข้าไป"
"ด้านนี้เจ้าค่ะ"
เมื่อร่างของชายชราเข้ามาหนวดสีขาวของเขาที่เด่นเป็นสะดุดตาก็ไหวลู่ไปตามลมเล็กน้อย มันจะไม่เป็นอะไรหากห้องนี้คือห้องที่ปิดตายหาได้มีช่องระบายลมอันใดไม่!
ร่างบางที่ยังคงความสง่างามเอาไว้ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาก็รีบหันหลังกลับมาดูผู้ที่ต้องการพบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยสีขาวซีดเรียกความน่าสงสารเห็นใจได้เป็นอย่างดี จนผู้มาใหม่พยักหน้าก่อนจะกล่าวเพียงเบาๆ
"ฮองเฮาทรงทำพระทัยให้สบายเถอะพะยะค่ะ แม้นี่จะเป็นหยกชีวิตขององค์หญิงอวี้เชียนหากแต่วิหคเพลิงเมื่อสูญสิ้นลมหายใจย่อมต้องแผดเผาด้วยเพลิงอมตะถึงจะถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้… ความอาฆาตพยาบาทช่างมากล้นเสียเหลือเกิน"
"ท่านโหราจารย์หมายความว่าเชียนเชียนลูกของข้านางสิ้นใจแล้ว? เป็นไปได้อย่างไรทั้งๆที่ในจดหมายนั้นนางเขียนตอบกลับมาว่าสุขสบายดี!"
แม้จะฟังคำกล่าวที่ว่านั้นไม่รู้ความนักแต่ก็ยังพอที่จะจับประโยคใจความได้ แต่มันทำให้หัวใจดวงน้อยของผู้เป็นมารดาเจ็บแปลบเหมือนถูกมีดรอยเล่มกรีดเข้ามา
ผู้ใดยังอยากจะได้ยินว่าลูกในอุทรของตนนั้นตกตายไปแล้วกัน!
"แคว้นเฉินนั้นอีกไม่นานจะตกเป็นของแคว้นฉินเรา เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น ฮองเฮาทรงทำพระทัยให้สบายและกลับไปพักเถอะพะยะค่ะ…" เพราะหลังจากนี้ท่านจะจำเรื่องราวตรงนี้ไม่ได้อีก
ทุกอย่างกำลังย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดเรื่องทั้งหมด…
ชายชรายังคงยืนยันคำเดิมเรื่องบางเรื่องไม่อาจแพร่พรายออกไปได้นี่คือกฎของสวรรค์ ร่างบางที่กำลังสั่นระริกกลับมืดครึ้มและสลบลงไปโชคดีที่มีนางกำนัลคอยรับอยู่ เปลือกตาเหี่ยวที่เริ่มตกลงเพราะอายุที่มากขึ้นหลับตาลงช้าๆก่อนจะนับหนึ่งถึงสิบในใจพลันทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ที่เดิม
เข้าสู่ตอนที่เขายังคงมีหนวดสีขาวแซมขึ้นมาเล็กน้อยหาใช่สีขาวโพลนไปทั้งหมด!!
ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นที่แคว้นเฉิน….
ร่างผอมบางในชุดเก่าซีดมีรอยปะชุนและบางแทบจะกันความหนาวเอาไว้ไม่อยู่ได้แต่เหม่อมองออกไปด้านนอกอย่างไรจุดหมาย
เมื่อมีเวลาคิดไตร่ตรองทุกเรื่องที่ผ่านมารอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เดิมทีนางคือองค์หญิงใหญ่ของแคว้นฉิน ฉินอวี้เชียนผู้งดงามและเป็นที่รักของทุกคน ตอนที่นางถือกำเนิดท่านโหราจารย์ได้ทำนายไว้ว่านางคือวิหคเพลิงอมตะ ยามใดที่ลมหายใจของนางดับสูญเมื่อนั้นเพลิงอมตะจะเผาไหม้ทำให้นางมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แม้มารดาและบิดาจะเชื่อสุดใจแต่นางกลับหาเชื่อไม่
เรื่องนี้เป็นความลับของราชวงศ์เนื่องจากคำทำนายไม่ได้มีแค่นั้น เพราะนอกจากนางจะสามารถมีชีวิตที่สองกลับมาเกิดใหม่ต่างจากผู้อื่นแล้ว นางยังเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้แคว้นข้างเคียงที่เป็นพันธมิตรกันสามารถมาอยู่ใต้อานัติของแค้วนฉินอีกด้วยทั้งยังมีสายเลือดเดียวกับราชวงศ์ฉิน
นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ไม่สามารถกระทำได้ เพราะฉะนั้นการคงอยู่ของฉินอวี้เชียนต้องถือว่าเป็นที่สุด ไม่ว่าทุกอย่างที่จะมาถึงมือของนางต้องถูกตรวจสอบอย่างเคร่งครัด มดหรือแมลงหาได้มีเข้ามากร่ำกรายกัดร่างกายผิวพรรณของนางไม่ ชีวิตในวังหลวงของนางจึงมีแต่ความสุขสบาย บิดารักใคร่มารดาเองก็อ่อนโยน สนมนางอื่นของบิดาไม่กล้าหาเรื่องนาง ส่วนน้องชายฝาแฝดเขาก็ถูกวางเป็นองค์รัชทายาทเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป
เพียงแต่…
ความรักทำให้คนตาบอด!
เคยได้ยินหรือไม่คำๆนี้ ด้วยความที่เห็นบุรุษรูปงามทั้งยังไม่สนใจนางที่เป็นองค์หญิงที่มีความงามล้ำที่สุดในแผ่นดินการนี้ด้วยความอยากเอาชนะและหวังหัวใจของเขามาครอบครอง ไม่แปลกเลยที่นางจะลงทุนขอให้ผู้เป็นบิดาออกปากหมายให้นางแต่งเชื่อมสัมพันธ์ไปยังแคว้นเพื่อนบ้านอย่างแคว้นเฉิน
ในตอนนั้นนางรักปักใจกับ “เฉินเจี๋ย” ฮ่องเต้แคว้นเฉินอย่างลึกล้ำเพียงแค่เห็นเขาในงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นที่ปีนั้นแคว้นฉินเป็นเจ้าภาพก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายจนยากที่จะถอนตัว หวังได้ใจเขามาครองมารดาหรือบิดาจะพูดอย่างไรนางไม่เคยฟัง ทั้งยังดื้อรั้นมองข้ามเรื่องที่เขามีคนรักอยู่แล้ว ทะนงตนว่าเป็นองค์หญิงผู้เพียบพร้อมอย่างนางหรือจะต้องพ่ายแพ้ให้กับสตรีที่ไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นอีกฝ่าย
ความผิดพลาดดังกล่าวทำให้นางเลือกที่จะมาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่งเข้าเป็นหวงกุ้ยเฟยทั้งๆที่ตำแหน่งที่ควรจะเป็นของนางคือฮองเฮา ด้วยชาติกำเนิดที่สูงส่งประสูติจากฮองเฮาแคว้นฉิน
ด้วยความโง่เขลาทำให้ต้องทุกข์ทรมานก่อนจะเสียลูกในครรภ์ไป และสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงในตำหนักเย็นที่หนาวเสียดกระดูกอย่างโดดเดี่ยว
ท้ายที่สุดฉินอวี้เชียนมารู้ความจริงทีหลังว่าผู้เป็นพระสวามีที่มอบความโปรดปรานให้ เพราะต้องการใช้นางและลูกในท้องของนางเป็นเกราะกำบังให้สตรีอันเป็นที่รัก!
"ฉินอวี้เชียนเจ้ารู้หรือไม่ในตอนที่เจ้าตั้งครรภ์มังกรข้าเองก็ตั้งครรภ์ไม่ต่างไปจากเจ้า ฝ่าบาททรงรักถนอมข้าและลูกในครรภ์มากจนถึงกับวางแผนใช้บุตรของเจ้าเพื่อเป็นเกราะกำบังอันตรายให้แก่บุตรของพวกเรา"
"อย่างไรเสียองค์หญิงต่างแคว้นเช่นเจ้ามีบุตรไปเขาก็ไม่อาจขึ้นครองราชย์ได้อยู่ดี เช่นนั้นบุตรของข้าย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแม้กระทั่งชีวิตของลูกเจ้า!!"
ยามได้ยินศัตรูหัวใจเอ่ยเช่นนี้หัวใจของฉินอวี้เชียนราวกับถูกกรีดแล้วควักออกมาสับเป็นชิ้นๆ
ความโกรธเข้าครอบงำทำให้ร่างผอมแห้งลุกขึ้นยืนหมายจะจับสตรีตรงหน้ามาเขย่าถามว่าอีกฝ่ายยังมีจิตใจที่ดีเช่นนามของตนหรือไม่ เพียงแต่ร่างบางสูงสง่าไม่สนใจเดินผละออกไปก่อนจะพูดขึ้นมาเบาๆราวกับพูดคุยกับดินฟ้าอากาศเท่านั้น
"ไปเถอะ ข้าจะไปดูองค์รัชทายาทลูกข้าเสียหน่อย ป่านนี้คงเล่นกับบุตรชายปัญญาอ่อนของนังซ่งฮองเฮาอยู่กระมัง"
ลับหลังร่างบางระหงส์ออกไป ฉินอวี้เชียนที่น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสายเลือดได้แต่กำมือที่มีแต่กระดูกไร้เนื้อหนังของตนไว้แน่น
ยามนั้นนางจำได้ว่าตอนที่รู้ว่าตนตั้งครรภ์นางดีใจมากเพียงใด แต่กลับถูกว่ายาพิษทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานดื้อรั้นที่จะยังรักษาเด็กในครรภ์เอาไว้ แม้ว่าจะทนได้เพียงแค่ห้าเดือนเด็กที่อยู่ครรภ์กับไม่รอดทั้งเด็กในท้องก็ยังมีถึงสองชีวิต! และหลังจากนั้นไม่นานสตรีนางนั้นก็ตั้งครรภ์และคลอดองค์ชายรองออกมาให้กับราชวงศ์
เดิมทีองค์ชายใหญ่เป็นพระโอรสของฮองเอาแต่ไม่รู้สาเหตุใดยามที่อีกฝ่ายมีอายุได้สิบขวบปีก็มีอาการปัญญาอ่อนขึ้นมา กลายเป็นเด็กไม่รู้ความ ขลาดเขลาจนเหล่าขุนนางยื่นเรื่องถอดถอนถึงความไม่เหมาะสมตำแหน่งองค์รัชทายาทจึงตกเป็นขององค์ชายรองที่ประสูติจากกุ้ยเฟย!
"อันโหรว! ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะละเว้นข้าและลูกของข้า หากข้าเป็นวิหคเพลิงดังคำทำนายจริงชาติหน้าข้าของตามจองล้างจองผลาญเจ้ากับบุรุษใจเหี้ยมผู้นั้นให้เจ็บปวดทรมานอย่างที่ข้าเคยได้รับ แคว้นเฉินที่พวกเจ้าอยากให้บุตรชายของตนได้ครอบครองข้าจะเอามาอยู่ในกำมือของข้าและบดขยี้มันผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีหนี้แค้นต่อข้าให้สิ้นซาก!"
………………………………………………
มาเปิดเรื่องใหม่ที่แก้แค้นและพระเอกของเรา…
ไม่เฉลยค่ะ ให้ติดตามเอาเอง!!
ปล. แก้ไข 11/9/66 ไรต์มาทำการรีไรท์ใหม่เพื่อจะทำอีบุ๊คจ้า ❤️
ฉินอวี้เชียน : ข้ากลับมาแล้ว
ตอนที่ 2
ข้ากลับมาแล้ว
ร่างบางงดงามที่มีร่องรอยรักสีกุหลาบเต็มตัวในอ่างอาบน้ำเหม่อมองไปยังน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ส่งกลิ่นหอมสดชื่นออกมา ฉินอวี้เชียนไม่อยากจะเชื่อว่าคำทำนายของโหราจารย์จะเป็นจริง แต่ก่อนนางมองเป็นเรื่องไร้สาระแม้จะไม่พูดออกไปแต่สมองน้อยๆกลับคิดว่ามันคือเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาเท่านั้น
หากแต่ยามถึงจุดต่ำที่สุดของชีวิตกลับนึกถึงมันขึ้นมาได้เป็นอย่างแรก ทั้งเหตุการณ์ปัจจุบันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็หมายความว่านางกลับมาแล้วจริงๆ…..
กลับมาเกิดใหม่หรือไม่ก็ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง!!
"หวงกุ้ยเฟยเพคะ ให้หม่อมฉันเข้าไปปรนนิบัติหรือไม่เพคะ?" เสียงอ่อนโยนของสตรีวัยกลางคนเรียกสติที่เหม่อลอยกลับมาเข้าที่ เสียงนั่นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ “หลี่มามา” แม่นมที่ดูแลฉินอวี้เชียนมาตั้งแต่นางเล็กๆ
หลี่มามาเป็นน้องสาวต่างมารดาของหลี่ฮองเฮา ด้วยความที่มารดาของนางมีฐานะต่ำต้อยเป็นเพียงสาวใช้ข้างกายของหลี่ฮูหยิน ที่ยกให้ผู้เป็นสามีในตอนที่กำลังตั้งครรภ์หลี่ฮองเฮาทำให้อีกฝ่ายเจียมเนื้อเจียมตัว ยามเมื่อหลี่ฮองเฮาลืมตาดูโลกได้หลายเดือนหลี่มามาก็ออกมาลืมตาดูโลกด้วยเช่นกัน
เพียงแต่มารดาที่ให้กำเนิดนั้นหลังจากคลอดนางออกมาแล้วก็มีร่างกายย่ำแย่ อ่อนแอลงทุกวันกระนั้นหลี่ฮูหยินก็ยังคงดูแลสาวใช้คนสนิทเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะยกฐานะของอีกฝ่ายเป็นอนุมีเรือนและบ่าวคอยรับใช้ไม่ขาด แต่ด้วยความจงรักภักดีไม่เพียงสาวใช้จะปฏิเสธทั้งยังหมายที่จะอยู่ในเรือนของห้องด้านหลังของหลี่ฮูหยินอย่างเงียบๆราวกับไร้ตัวตนอีกด้วย
หลังที่หลี่มามารู้ความร่างกายที่มาถึงขีดสุดของมารดาก็ทนไม่ไหวสิ้นลมหายใจไป ด้วยความดีที่อีกฝ่ายกระทำไว้หลี่ฮูหยินจึงแต่งตั้งให้นางเป็นอนุผู้หนึ่ง ทั้งยังขอให้ผู้เป็นสามีฝั่งนางในสุสานของตระกูลแม้ว่าอนุที่สามารถฝังในสุสานของตระกูลได้จะต้องให้กำเนิดเด็กชายเพียงเท่านั้นก็ตาม
หลี่มามานั้นมีนิสัยนอบน้อมแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมคน มารดาของนางเองก็เคยพูดถึงเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง นางเองก็เป็นเฉกเช่นมารดาที่มีนิสัยไม่ชอบความวุ่นวายไม่อยากเป็นคุณหนูที่จะต้องแข่งขันกับลูกของอนุคนอื่น แม้จะมีหลี่ฮูหยินหนุนหลังและคอยดูแลอยู่ก็ตามจึงตัดสินใจว่าจะขอเป็นสาวใช้ให้พี่สาวอย่างหลี่ฮวาแทน
สองพี่น้องที่อายุไม่ห่างกันแต่ความงามนั้นยากที่จะเทียบไม่แปลกที่จะมีคนมองเห็นความสามารถและความงามของหลี่ฮวาและมองข้ามตัวของ “หลี่ฮั่ว” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรีคนหนึ่งของใต้เท้าหลี่ที่เกิดจากสาวใช้คนสนิทของหลี่ฮูหยิน
มีเพียงคนเดียวกระมังที่มองเห็นความสำคัญนี้…
ก็คือฮ่องเต้แคว้นฉิน พระบิดาของนางอย่างไร
ใช่แล้ว… คนที่โอรสสวรรค์แคว้นฉินปักใจก็คือหลี่มามาผู้นี้ แม้นางจะปฏิเสธเขาไม่คิดจะแต่งเข้าเป็นพระสนมแต่กระนั้นนางก็ยังติดตามพี่สาวเข้าวังกลายเป็นมามาคนสนิทของหลี่ฮองเฮาด้วย หลี่ฮวารู้เรื่องระหว่างน้องสาวต่างมารดาและผู้เป็นพระสวามีดี นางไม่ได้รักเขาเพียงทำหน้าที่ของตนเท่านั้นจึงไม่ได้เกิดจิตอิจฉาริษยาน้องสาวผู้นี้ขึ้นมา
แน่นอนว่าหลี่มามาไม่คิดที่จะสร้างความลำบากให้แก่พี่สาว นางเพียงอยากเป็นมามาคอยดูแลอีกฝ่ายก็เท่านั้น ยามเมื่อ “ฉินอวี้เชียน” และ “ฉินอู่หลง” ลืมตาขึ้นมาก็ได้หลี่มามาเป็นผู้เลี้ยงดูทั้งสองมาเองกับมือ
ยามเมื่อฉินอวี้เชียนตัดสินใจที่จะแต่งมาแคว้นเฉินก็เป็นหลี่มามาที่ตามมาคอยรับใช้ พร้อมกับนางกำนัลสาวสองคนที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีพ่วงด้วยความสามารถคนหนึ่งเป็นวรยุทธ์อีกคนหนึ่งเก่งเรื่องงานเย็บปัก
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าก็จะเสร็จแล้ว"
เสียงอ่อนหวานที่ปนไปด้วยความเย็นชาหนาวเหน็บทำให้หลี่ฮั่วขมวดคิ้วแปลกใจ เดิมทีฉินอวี้เชียนเป็นหญิงสาวอ่อนหวานและใสซื่อที่มองโลกในแง่ดีเกินไป
ด้วยความที่ได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้แคว้นฉินผู้เป็นบิดาจึงไม่อาจมีใครหมายจะยื่นมือยาวมายุ่งกับนางได้ มันเป็นเรื่องดีก็จริงหากแต่ก็เป็นเรื่องร้ายด้วยเช่นกัน เพราะถูกพะเน้าพะนอจึงทำให้ฉินอวี้เชียนไม่รู้เท่าเล่ห์กลของสตรีในวัง ต่างจากหลี่มามาที่คอยอยู่ข้างกายหลี่ฮองเฮามาตั้งแต่เข้าวังใหม่ๆ
ในตอนนั้นนางล้วนเห็นทุกอย่างที่สตรีวังหลังกระทำกัน ไม่ว่าจะเป็นเล่ห์กลโกงหรือแม้กระทั่งเรื่องใส่ร้ายป้ายสีหลี่มามาล้วนผ่านมาแล้วทั้งหมด ไม่แปลกที่หลี่ฮองเฮาจะขอให้นางตามบุตรสาวคนนี้มาที่แคว้นเฉินเพื่อคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกฝ่ายนั่นเอง
หลังจากแช่น้ำอยู่พักใหญ่จนน้ำอุ่นเริ่มเย็นลงร่างบางที่มีร่องรอยรักทั่วตัวก็ยืนขึ้นก่อนที่จะมีร่างสตรีวัยกลางคนหยิบผ้ามาคลุมร่างบอบบางเอาไว้อย่างรู้หน้าที่และพาไปยังด้านนอกเพื่อแต่งตัว เมินเฉยร่องรอยสีกุหลาบที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวไปจนหมดสิ้นราวกับไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
เมื่อคืนคือคืนที่ฉินอวี้เชียนถวายตัวให้กับเฉินเจี๋ยฮ่องเต้แคว้นเฉิน แม้ยามลืมตาขึ้นมานางจะสะอิดสะเอียดที่เห็นรอยรักที่เขาทำเอาไว้ตรีตราจองแสดงถึงความเป็นเจ้าของและความโปรดปราน แต่กระนั้นผลที่จะตามมาหลังจากนี้ย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
ใบหน้างดงามอ่อนหวานมองไปยังคันฉ่องสีทองอร่ามด้วยแววตาลุ่มลึกดังบ่อน้ำไร้ก้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด ก่อนจะได้สติดวงตามีเสน่ห์ก็ถอนสายตาออกมาให้นางกำนัลคนอื่นออกไปเหลือเพียงนางและหลี่มามาเท่านั้น ส่วนสองนางกำนัลที่ตามมาจากแคว้นฉินนั้นให้ไปยืนเฝ้าโดยรอบดูว่ามีใครเป็นหนูแอบฟังบทสนทนานี้หรือไม่อย่างรู้ความ
"ท่านน้า.. ท่านคงคิดว่าข้าแปลกไปใช่หรือไม่?"
"ไม่เพคะ หวงกุ้ยเฟยก็ยังคงเป็นหวงกุ้ยเฟยของหม่อมฉันเช่นเดิม"
มือบางที่เต็มไปด้วยความแห้งกร้านจากการทำงานหนักแม้ว่าจะดูแลบำรุงมานานแล้ว แต่ก็ไม่อาจกลับไปนุ่มนิ่มดังเดิมได้กุมมือบางของผู้เป็นหลานสาวพ่วงด้วยเจ้านายเอาไว้ สายตาที่หลี่มามาใช้กับฉินอวี้เชียนเหมือนกับมารดามองบุตรสาวไม่มีผิด เรื่องนี้ฉินอวี้เชียนรู้ดีแก่ใจว่าใครที่รักนางมากเทียบเท่ากับมารดาแท้ๆ ก็คือสตรีตรงหน้านี้อย่างไร ท่านน้าหลี่ฮั่ว…
"องค์หญิง ท่านเรียกข้าว่าองค์หญิงเช่นเดิมเถอะ ตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยนี้ข้าสะอิดสะเอียนเต็มกลืน"
แม้จะสงสัยน้ำเสียงที่ดูเหมือนอยากจะอาเจียนเต็มทน แต่หลี่มามาก็ยังคงพยักหน้าก่อนจะตอบรับเบาๆ "เพคะ หม่อมฉันจะเรียกพระองค์ว่าองค์หญิง"
"ตามคำทำนายของท่านโหราจารย์ว่าข้าเป็นวิหคเพลิงอมตะ เมื่อก่อนข้าไม่เคยเชื่อมองว่าเป็นเพียงคำพูดเลือนลางไร้ความเป็นจริง จนประสบพบเจอกับเหตุการณ์บางอย่างเข้าคำทำนายนั้นจึงพาข้ากลับมาที่นี่อีกครั้ง… ท่านน้าท่านเชื่อข้าหรือไม่ว่าข้าได้ตายไปแล้วและข้าก็กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง"
เรื่องที่ฉินอวี้เชียนพูดหลี่มามารู้ตั้งแต่ตอนที่เด็กน้อยลืมตาดูโลกขึ้นมาแล้ว แม้ว่านางจะยังคงจับใจความไม่ได้แต่ก็พอจะรู้ว่าหญิงสาวที่นางทะนุถนอมอยู่ตรงหน้านี้ได้สิ้นใจไปก่อนหน้าก่อนที่จะใช้ความเป็นวิหคเพลิงอมตะกลับมาอีกครั้ง
เพียงแต่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นอีกฝ่ายต้องประสบพบเจออะไรมาบ้างถึงได้มีน้ำเสียงและแววตาเย็นชาจนน่าขนลุกเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนเลี้ยงดูเกิดความแปลกใจและเต็มไปด้วยความไม่พอใจด้วยเช่นกันที่มีใครใจกล้าขนาดที่ทำลายหลานสาวของนางลง!
"หม่อมฉันเชื่อคำที่องค์หญิงทรงตรัสทุกประการเพคะ เพียงแต่ว่าเหตุใด…"
"ก็เป็นเพราะข้าโง่งมเห็นเฉินเจี๋ยดีกับข้านึกว่าเขาจะเปิดใจยอมรับข้าแล้วอย่างไร ที่ไหนได้เขาเพียงหลอกใช้ข้าและบุตรในครรภ์ของข้าเพื่อเป็นโล่กำบังหอกแหลมที่จะพุ่งเข้ามาใส่นังแพศยาอันโหรวนั่น!"
"…………………………"
"เพียงเพราะนังสตรีชั้นต่ำนั่นเขากลับใช้บุตรของข้ารับคมหอกพวกนั้น และปล่อยให้เขาตายลงทั้งๆที่ยังไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาดูโลกเลยด้วยซ้ำ! บุรุษเช่นเฉินเจี๋ยต่อให้ข้าตายข้าก็จะถลกหนังมันพร้อมกับลากดวงวิญญาณของมันไปลงนรกด้วยกันให้สาสมกับที่มันวางแผนร้ายให้ลูกข้าเป็นเหยื่อ!"
"!!!!!!!!!!!!!!!!!"
น้ำเสียงที่เคยหวานหยดกลับกลายเป็นเย็นชาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นกล่าวโทษ ถึงขนาดเอ่ยนามผู้เป็นใหญ่ในแคว้นเฉินแห่งนี้อย่างไม่เกรงกลัวจนทำให้หลี่มามาที่นั่งฟังอยู่ถึงกับขนลุกในความอาฆาตนี้
หลี่ฮั่วเดาได้แล้วว่าสิ่งที่ฉินอวี้เชียนพบเจอก่อนที่จะตกตายและกลับมาอยู่ต่อหน้านางในตอนนี้นั้นต้องหนักหนาเพียงใด การเปลี่ยนหญิงสาวที่ร่าเริงและมองโลกในแง่ดีใจให้จมปลักกับความอาฆาตพยาบาทได้ขนาดนี้นับว่าแผนการที่ฮ่องเต้แคว้นเฉินวางเอาไว้ต้องโหดเหี้ยมเป็นที่สุดเป็นแน่!
แม้จะโกรธแค้นแทนร่างบางตรงหน้าหากแต่หญิงวัยกลางคนกลับมีความสงสารแทรกเข้ามาด้วยไม่ต่างกัน ดังนั้น้ำเสียงที่กล่าวออกไปจึงเต็มไปด้วยความปลอบโยนและเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดเพื่อเรียกกำลังใจให้กับร่างบางดวงตาแดงก่ำ
"ไม่เป็นไรแล้วนะเพคะ หม่อมฉันอยู่กับองค์หญิงตรงนี้ หากองค์หญิงไม่สบายพระทัยเช่นนั้นเรากลับแคว้นฉินของเราดีหรือไม่เพคะ?"
"ข้าไม่กลับ! ข้าจะลากคอพวกมันมาเส้นสังเวยลูกในท้องของข้า แม้ว่าตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่แต่เฉินเจี๋ยและนังอันโหรวจะต้องชดใช้ให้กับเขาในชีวิตที่แล้วไม่ต่างกัน!"
"!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
หลี่มามากลืนน้ำลายอย่างอยากลำบาก ความกดดันที่เกิดขึ้นทำให้นางได้แต่หยุดความคิดเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวเปลี่ยนใจกลับบ้านเกิดของตนเอง ในเมื่อพวกนางเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องหันหลังกลับไปให้เสียศักดิ์ศรี เพีียงแต่ต้องบุกทะลวงไปข้างหน้าเท่านั้น
เส้นทางนองเลือดเช่นนี้ใช่ว่านางจะไม่เคยผ่านมาเสียเมื่อไหร่ ตอนที่เป็นนางกำนัลข้างกายหลี่ฮองเฮานางมือเปื้อนเลือดไปเท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว หากครั้งนี้จะเปื้อนอีกครั้งมันจะเป็นกระไรไป!
"เช่นนั้นองค์หญิงอยากให้หม่อมฉันทำอะไรได้โปรดพระองค์สั่งการมาได้เลยเพคะ"
"พวกหม่อมฉันด้วยเพคะ ชีวิตนี้หม่อมฉันยกให้องค์หญิงแล้วจะเป็นจะตายหม่อมฉันจะขออยู่รับใช้องค์หญิงด้วยความซื่อสัตย์ คนแคว้นฉินฆ่าได้แต่หยามไม่ได้เพคะ"
สองนางกำนัลที่ยืนเฝ้าระวังอยู่นั้นก็ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวเช่นกัน เมื่อไม่มีอะไรน่าสงสัยพวกนางจึงคุกเข้าเข้ามาก้มหัวขอทำงานถวายชีวิตให้กับองค์หญิงของตน
พวกนางล้วนเกิดในแคว้นฉิน ข้าวที่กินอยู่ทุกมื้อล้วนเป็นคนแคว้นฉินที่หามาคนแคว้นอื่นดูถูกกระทำให้นายสาวของพวกตนตกตายเช่นนี้มีหรือพวกนางจะไม่เคียดแค้น ดีที่อีกฝ่ายเป็นสตรีในคำทำนายแม้จะไม่รู้รายละเอียดในคำทำนายมากนักแต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกนางจงรักภักดีกับฉินอวี้เชียนไปทั้งชีวิต!
ยิ่งพวกนางมาไกลบ้านไกลเมืองเช่นนี้ด้วยไม่มีทางที่จะถอดใจด้วยความขี้ขลาดหันหลังกลับบ้านอย่างคนไร้ศักดิ์ศรีเป็นอันขาด ดังนั้นต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟแต่เพื่อให้ร่างบางของผู้เป็นนายได้สิ่งที่ต้องการพวกนางเองก็พร้อมใจที่จะลงมือทำมัน!
"ขอบใจพวกเจ้ามา เพียงแต่พวกเราจะไม่ตายที่แคว้นเฉินแห่งนี้ เพราะว่าแคว้นนี้มันต้องตกเป็นของลูกข้า และจะเป็นคนของแคว้นฉินเท่านั้นที่จะได้ครอบครองมัน!"
"…………………."
"ท่านน้าส่งจดหมายฉบับนี้ไปให้อู่หลง ในเนื้อความนี้เขาจะรู้เองว่าจะทำอย่างไรต่อไป"
เมื่อคิดตกแล้วมือบางที่ตวัดพู่กันอยู่ก็วางมันลงก่อนจะพับกระดาษที่หมึกแห้งดีแล้วเก็บใส่เข้าไปในซอง ข้อความในจดหมายนั้นไม่ได้มีอะไรเพียงแต่เป็นการบอกว่านางสุขสบายและเฉินเจี๋ยก็ดูแลนางเป็นอย่างดี เพียงแต่ความหมายที่ซ่อนไว้ในจดหมายนั้นกลับมีเพียงนางและฉินอู่หลงเท่านั้นที่จะทราบ
ก็กระดาษจดหมายดังกล่าวมันถูกเขียนทับไปด้วยน้ำยาบางชนิดยามที่ต้องกับเปลวไฟมันจะสะท้อนข้อความแอบแฝงบางอย่างขึ้นมา จดหมายฉบับนี้อย่างไรก็ต้องผ่านมือของบุรุษใจเหี้ยมอย่างเฉินเจี๋ยอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาไม่มีทางรู้ข้อความลับนี้ได้เพราะน้ำยาดังกล่าวเป็นของที่ฉินอู่หลงเป็นผู้คิดค้นมันขึ้นมาและมอบให้นางติดตัวเอาไว้ ฉินอวี้เชียนฉลาดพอที่จะเริ่มเดินแผนการเสียตั้งแต่ตอนนี้ นางไม่คิดที่จะปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างคนประมาทที่รู้ทุกอย่างแต่ต้องมาพลาดท่าเพราะความประมาทของตนเอง
คนที่เจ็บแล้วจำน่ะคือคน… หากแต่คนที่เจ็บแล้วไม่จำคนจำพวกนั้นมันคือเดรัจฉาน!
อย่างไรคนขี้ระแวงอย่างเฉินเจี๋ยไม่มีทางปล่อยให้จดหมายเล็ดลอดออกไปโดยไม่ผ่านตาเขาเด็ดขาด เรื่องนี้ฉินอวี้เชียนรู้ดียิ่งกว่าใคร ไม่อย่างนั้นแล้วในยามที่นางเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือออกไปจะไม่ได้รับการตอบกลับหรือ?
ในอดีตนางคิดไม่ได้แต่ครานี้นางไม่โง่งมอีกต่อไป ไหนจะนางกำนัลรอบตำหนักนี่ก็เป็นคนที่อีกฝ่ายวางเอาไว้ไม่มีทางที่ฉินอวี้เชียนจะโง่ซ้ำสองเป็นอันขาด!
…………………………………
พระเอกของเรื่องคือคนที่ฉลาดม๊ากม๊ากๆ แบบว่ามากๆ
แน่นอนว่าจะใช่คนนี้หรือไม่..
ต้องติดตาม!!!
ปล. แก้ไข 11/9/66
ฉินอวี้เชียน : องค์รัชทายาทฉินอู่หลง
ตอนที่ 3 องค์รัชทายาทฉินอู่หลง
“แฝงคนขอเราเข้ามาทำการค้าในแคว้นเฉิน อนาคตข้างหน้าลูกของข้าต้องการเงินทองและกำลังคนไว้ใช้สอยในแผนการต่างๆ ส่งคนมาเปลี่ยนนางกำนัลในตำหนักข้าให้ด้วย ข้าต้องการคนที่ไว้ใจได้ของเราเท่านั้นอย่างสุดท้าย… ข้าต้องการให้ท่านโหราจารย์ออกมาทำนายว่าลูกในท้องของข้าคือหงส์ฟ้ามาถือกำเนิด เรื่องหลังนี้เจ้าช่วยดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่ลูกข้าจะมีคนวางแผนร้ายใส่”
ข้อความกระชับที่แฝงมากับจดหมายทำให้ร่างสูงที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดขมวดคิ้วลง ดวงตาคมมองจดหมายตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจก่อนที่เขาจะนึกอะไรบางอย่างได้
ก่อนหน้าที่จดหมายฉบับนี้จะส่งมาให้ฉินอู่หลงได้ถูกมารดาเรียกเข้าไปหาที่ตำหนักเป็นการเร่งด่วน ด้วยหยกเลือดของฉินอวี้เชียนได้แตกสลายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ทำให้หลี่ฮองเฮาผู้เป็นมารดากระวนกระวานใจ เขาที่เป็นบุตรย่อมต้องไปดูและปลอบใจมารดาที่กำลังขวัญเสียก่อนจะรู้เรื่องราวบางอย่างจากปากของท่านโหราจารย์
"องค์หญิงยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่ในตอนนี้ แต่ก่อนหน้านั้นไม่… เพียงแต่หลังจากนี้คงจะเป็นงานหนักของพระองค์ที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่พี่สาวฝาแฝดผู้นี้ แคว้นเฉินในภายภาคหน้าอยู่ในมือของท่านแล้ว หลานชายของท่านที่จะถือกำเนิดมาผู้นี้จะเป็นผู้ครอบครองผืนแผ่นดินนี้อย่างสง่างาม"
เดิมที่ฉินอู่หลงไม่เชื่อในคำทำนายพวกนี้เช่นเดียวกับฉินอวี้เชียน แต่เนื้อความที่แฝงมามีความล้ำลึกเกินกว่านิสัยปกติของคู่แฝดจะมีได้ เขาสนิทสนมกับพี่สาวฝาแฝดของตนเป็นอย่างดีรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีที่เพ้อฝันและใสซื่อขนาดไหน เพราะเป็นอย่างนั้นยามที่อีกฝ่ายเลือกที่จะบินออกไปจากกรงทองอันเป็นปลอดภัยจึงแต่คนเอ่ยขัดและห้ามปราม หากแต่วาสนาที่ถูกลิขิตมาแล้วไม่มีทางที่คนธรรมดาจะไปขัดขวางได้ อย่างไรไม่ช้าก็เร็วฉินอวี้เชียนจะต้องเดินไปตามโชคชะตาของตนที่ถูกลิขิตเอาไว้อยู่ดี
เพียงแต่เวลาดังกล่าวนั้นมันคงจะมอดดับไปพร้อมกับไฟแค้นแล้วกระมัง?
เพราะดูท่าคนที่คอยควบคุมชะตาชีวิตของผู้อื่นจะไม่ใช่เหล่าทวยเทพในสรวงสวรรค์อีกต่อไป หากแต่พี่สาวฝาแฝดของเขาผู้นี้ที่จะมอบความอาฆาตแค้นให้กับผู้คนที่กล้าทำร้ายและหยามหมิ่นตน!
ไหนจะเรื่องขอกำลังมาช่วยนี้อีก… ไม่แน่ว่าก่อนหน้านั้นจะต้องเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นแน่ๆ การแฝงคนเข้าไปในแคว้นเฉินนั้นทำง่ายต่างจากส่งคนเข้าไปในตำหนักของฉินอวี้เชียนและสับเปลี่ยน แน่นอนว่าคนพวกนั้นย่อมต้องเป็นหูตาที่เฉินเจี๋ยใช้ในการจับตาดูพี่สาวฝาแฝดของเขา
เรื่องนี้ดูออกง่ายและฉินอวี้เชียนก็คงจะดูออกเช่นกัน หากให้ส่งคนไปหลายคนหน่อยแต่ไม่ถึงกับโละเอาคนของอีกฝ่ายออกไปทั้งหมดเรื่องนี้ก็อาจจะพอเป็นไปได้…
มือหนาหยาบกร้านที่เกิดจากการจับกระบี่มาตั้งแต่วัยเยาว์ได้เขียนข้อความบางอย่างลงไปก่อนจะม้วนแล้วให้นกส่งสารนี้ไปให้ถึงผู้รับ อย่างไรสาสน์นี้ก็ต้องถึงมือของบุรุษผู้นั้นก่อนจะมาถึงมือพี่สาวของเขา ด้วยอีกฝ่ายที่มีความทะนงตนเกินไปย่อมไม่อาจรู้ได้แน่ๆว่าในข้อความนั้นมีข้อความลับแอบแฝงอยู่
การดำเนินการของฉินอู่หลงรวดเร็ว เขาส่งจดหมายตอบกลับมาไม่นานในอาทิตย์ต่อมาก็มีม้าเร็วจากแคว้นฉินส่งตรงมายังวังหลวงแห่งนี้ เรียกได้ว่าสร้างความสงสัยให้แก่ผู้คนเป็นอย่างมาก ประชาชนส่วนมากแม้พวกเขาจะรู้ว่าองค์หญิงแคว้นฉินนั้นทรงแต่งเข้าเป็นหวงกุ้ยเฟยในแคว้นเฉินของพวกเขา แต่กระนั้นก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวของนางออกมาแต่อย่างใด
ในตอนที่ม้าเร็วมายังไม่ถึงช่วงเวลาที่จะต้องไปคารวะซ่งฮองเฮาและด้วยตำหนักของสตรีฝ่ายในอยู่ด้านหลังของวัง ม้าเร็วจำต้องผ่านด้านหน้าและต้องกราบทูลต่อฝ่าพระบาทให้ไม่ถือเป็นการข้ามหน้าข้ามตา
"ถวายพระพรฮ่องเต้แคว้นเฉิน กระหม่อมเป็นม้าเร็วของแม่ทัพหลี่แห่งแคว้นฉินได้รับมอบหมายให้มาส่งพระราชสาสน์ถึงพระองค์และฉินหวงกุ้ยเฟยพะยะค่ะ"
"สาสน์เช่นนั้นหรือ? เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าคือเรื่องอันใด?"
ร่างสูงในชุดสีทองอร่ามปักลวดลายมังกรขมวดคิ้วเล็กน้อย เข้าจำได้ว่าล่าสุดเพียงมีข้อความตอบกลับขององค์รัชทายาทแคว้นฉินมาหาพี่สาวเท่านั้น ในเนื้อความก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกการที่ม้าเร็วเร่งมายังแคว้นเฉินใช้ระยะเวลาเพียงอาทิตย์เดียวนั้นย่อมต้องเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและสำคัญเป็นอย่างมาก
นายทหารที่ได้รับมอบหมายมายกยิ้มขึ้นอย่างยินดีก่อนจะบอกใบ้เบาๆเพื่อให้คนถามอยากรู้แล้วเปิดดูข้อความในนั้นเอง
"อันที่จริงเป็นเรื่องดีพะยะค่ะ อยู่ๆท่านโหราจารย์ก็เกิดนิมิตจากสวรรค์ว่าเห็นหงส์ฟ้าบินร่อนตัวลงมาอยู่ที่นอกเมืองพะยะค่ะ ในความหมายก็คือจะมีการถือกำเนิดขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ พอตรวจดูชะตาเมืองและชะตาของสตรีฝ่ายในแคว้นฉินทั้งหมดกลับไม่พบว่าทรงตั้งพระครรภ์ หากแต่นอกกำแพงเมืองย่อมมีองค์หญิงใหญ่ที่ทรงแต่งออกมาที่นี่ ในความหมายนี้ย่อมหมายถึงหวงกุ้ยเฟยไม่ผิดแน่พะยะค่ะ"
ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนยินดีก็ยิ่งทำให้หัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันไปใหญ่ ในความหมายที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาเฉินเจี๋ยเข้าใจเป็นอย่างดี เพียงแต่เขาเคยเข้าหอร่วมกับสตรีที่เอ่ยถึงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ประกาศออกมาว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงไม่อาจปรนนิบัติเขาได้ดี เรื่องนี้ทำให้เขาเลือกที่จะไปค้างที่ตำหนักอื่น
หากอีกฝ่ายจะตั้งครรภ์ขึ้นมาได้ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อพอๆกัน
มือหนาที่เปิดสาสน์สีทองก่อนจะกวาดตาอ่านพอจับใจความได้ก่อนจะพยักหน้าให้กงกงคนสนิทไปเชิญฉินอวี้เชียนเข้ามาด้านในนี้พร้อมกับหมอหลวงอีกจำนวนหนึ่งเพื่อมาตรวจสอบความแน่ใจป้องกันความผิดพลาด
ถึงแม้ว่าการตั้งครรภ์ของฉินหวงกุ้ยเฟยจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สำหรับอีกฝ่ายที่เป็นสตรีต่างแคว้นเฉินเจี๋ยจะยินดีได้อย่างไร แม้ว่าหากนางได้ให้กำเนิดพระโอรสออกมาพระโอรสองค์นั้นจะไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองบัลลังก์ก็ตาม อย่างไรเขาที่มีความระแวงต่อแคว้นเพื่อนบ้านเป็นทุนเดิมย่อมต้องการขบคิดและไตร่ตรองให้รอบครอบมากที่สุด
"ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงเรียกหม่อมฉันมามีอันใดหรือเพคะ?"
"หวงกุ้ยเฟยมาแล้ว เมื่อครู่มีม้าเร็วจากแคว้นฉินส่งสาสน์มาให้กล่าวกับเราว่าโหราจารย์ของแคว้นฝันเห็นหงส์ฟ้าบินร่อนลงมานอกเมืองจึงได้คำนวนชะตาเมืองก่อนจะพบว่าอาจจะเป็นเจ้าที่กำลังตั้งครรภ์"
"หงส์ฟ้าหรือเพคะ? หากหม่อมฉันตั้งครรภ์จริงไม่ใช่บุตรในครรภ์ของหม่อมฉันเป็นหญิงกระมัง?"
น้ำเสียงหวานที่ช่วงหลังอ่อนลงราวกับกระซิบกับตนเองนั้นไม่พ้นหูผู้ฝึกยุทธ์อย่างเฉินเจี๋ย เขามองท่าทีของสตรีตรงหน้าด้วยแววตายากจะคาดเดา หากอีกฝ่ายได้บุตรีจริงก็คงจะดี
เฉินเจี๋ยพอรู้มาอยู่บ้างว่าโหราจารย์ของแคว้นฉินนั้นมีความแม่นยำเป็นอย่างยิ่งถึงขนาดที่ฮ่องเต้แคว้นฉินยังให้ความเคารพ การทำนายของอีกฝ่ายล้วนแต่แม่นยำไม่มีความคลาดเคลื่อน ไม่เช่นนั้นยามจับดาบออกศึกไปปราบชนเผาที่มารุกรานแคว้นฉินจะได้รับชัยชนะและเสียกำลังพลน้อยนิดทุกครั้งหรือหากไม่ใช่คำทำนายทายทักของโหราจารย์ผู้นี้
ร่างบางที่เห็นผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองกำลังครุ่นคิดบางอย่างก็ยกยิ้มขึ้นมาในใจพยักหน้ารับเล็กน้อยไม่ทันให้ใครสังเกตกับบุรุษผู้เป็นมาเร็วมาส่งสาสน์ คนที่มาส่งสาสน์ดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครเขาคือรองแม่ทัพคนสนิทท่านตาของนาง แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมเป็นคนที่ไว้ใจได้
การมาของรองแม่ทัพผู้นี้อีกไม่นานก็คงจะมีคนจากแคว้นฉินค่อยๆทยอยเข้ามาลงหลักปักฐานเพื่อก่อร่างสร้างตัวให้เป็นฐานกับบุตรชายของนางในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะนี่คือการเบี่ยงประเด็นที่สำคัฐเป็นอย่างยิ่งในการเริ่มแผนการอย่างไรล่ะ!
"อย่างไรก็ให้ท่านหมอหลวงตรวจชีพจรดีหรือไม่พะยะค่ะ ทรงตั้งครรภ์มังกรหรือไม่ย่อมต้องทราบได้แน่ๆ"
"เป็นจริงดังที่ผู้ส่งสาสน์กล่าว เช่นนั้นหม่อมหลวงตรวจดูชีพจรของหวงกุ้ยเฟยหน่อยว่าตั้งครรภ์มังกรหรือไม่?"
ร่างสูงเห็นด้วยก่อนจะพยักหน้าและอนุญาตให้หมอหลวงที่เขาไว้ใจมาทำการตรวจจับชีพจรดังกล่าว ด้วยการแพทย์ที่ยังล้าหลังทำให้การตรวจจับชีพจรของการตั้งครรภ์นั้นสามารถทำได้คร่าวๆ ไม่อาจบอกได้ว่าทารกในครรภ์นั้นมีกี่คน จึงทำให้ฉินอวี้เชียนเบาใจและยกยิ้มอย่างอ่อนหวานเช่นเคยก่อนจะยื่นมือไปให้หมอหลวงชราใช้ผ้าขาวบางมารองและตรวจจับชีพจรตรงข้อมือ
ชายชราที่หลับตาฟังเสียงการเต้นของชีพจรลืมตาขึ้นก่อนจะกล่าวยินดีออกมาให้คนทั้งห้องได้ยินกันไปทั่ว แม้ว่าชีพจรจะอ่อนเนื่องจากมีอายุครรภ์ที่น้อยจึงไม่แปลกที่ผลจะออกมาเป็นเช่นนี้
"ทูลฝ่าบาทกระหม่อมตรวจเจอชีพจรคู่พะยะค่ะ แม้จะยังอ่อนนักแต่รับรองได้ว่าคือการตั้งครรภ์ไม่ผิดแน่"
"ยินดีด้วยพะยะค่ะฝ่าบาท ยินดีด้วยพะยะค่ะหวงกุ้ยเฟย"
สิ้นคำรายงายของหมอหลวงชราเหล่าข้าราชบริพารต่างก้มคำกล่าวคำยินดีอ่อนมาดังลั่นจนใครบางที่กำลังอยู่ด้านนอกเองก็ได้ยินเช่นกัน
“อันโหรว” หรือ “อันกุ้ยเฟย” เป็นสตรีที่มีภาพลักษณ์ใสซื่อบริสุทธ์ราวกับน้ำค้างที่หล่นมาจากฟากฟ้าสามารถทำให้คนที่พบเห็นรักและเอ็นดูได้เป็นอย่างดี ยิ่งกิริยามายาทที่นอบน้อมไม่มักใหญ่ใฝ่สูงอยู่ในที่ของตนอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวส่งผลให้นางกลายเป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดตั้งแต่ถูกแต่งตั้งขึ้นมายากที่จะมีผู้ใดเทียบได้
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนรู้ทั่วๆไป เพียงแต่คนในเท่านั้นที่จะรู้ได้ว่าอันกุ้ยเฟยผู้นี้คือสตรีที่ครอบครองพระทัยของโอรสสวรรค์ไว้ได้!
เดิมทีที่นางมาหาผู้เป็นพระสวามีในวันนี้ก็เพื่อนำน้ำแกงไก่ที่ลงทุนตื่นแต่เช้ามาเคี่ยวให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและเอาใจใส่ก่อนไปทำการคารวะซ่งฮองเฮาที่ตำหนักกลางของฝ่ายใน แต่ไม่คิดว่าการที่นางเดินมาถึงอยู่หน้าห้องกลับได้ยินเสียงยินดีสรรเสริญไปทั่ว
เช่นนั้นจะหมายความว่าอย่างไรในเมื่อคนที่อยู่ในห้องคือสตรีที่นางนึกเกียจชัง!
ฉินอวี้เชียน!
"เรื่องน่ายินดีขนาดนี้เห็นทีน้ำแกงของข้าฝ่าบาทคงจะไม่สนใจแล้ว เช่นนั้นเรากลับกันเถอะ"
น้ำเสียงใสราวกับกระดิ่งแก้วที่ดังกังวานเอ่ยออกมาก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อยและหันหลังกลับไปยังทางเดิมที่ได้เดินเข้ามา หลี่มามาและขบวนนางกำนัลที่จัดแถวรออยู่ด้านหน้ามองพระสนมคนโปรดดังกล่าวอย่างไม่คิดจะพูดหรือเอ่ยรั้งอะไร
สายตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากของหลี่ฮั่วเพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ากิริยาที่อีกฝ่ายแสดงออกมามันคือการแสดงที่มีชั้นเชิง แม้จะกักเก็บอารมณ์และอาการความไม่พอใจได้เป็นอย่างดีกระนั้นเล็บมือที่จิกเข้าหากันก็เพียงพอต่อการรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเกิดความอิจฉาริษยามากเพียงใด
หญิงวัยกลางคนได้แต่ส่ายหัวไปมายามลับร่างบางและขบวนของนางกำนัลอีกฝ่ายไป ก่อนที่จะสนใจเรื่องราวด้านในที่พึ่งเกิดขึ้น
นับว่าแผนการที่ฉินอวี้เชียนวางไว้นั้นมาได้เวลาเหมาะเจาะเลยทีเดียว ซ้ำมาในเวลาที่ที่ก่อนจะไปคารวะซ่งฮองเฮานับว่าเป็นการประกาศไปในตัวเลยทีเดียวว่าหวงกุ้ยเฟยสามารถตั้งครรภ์ได้ทั้งๆที่เข้าหอเพียงครั้งเดียว ต่างกับพระสนมบางคนที่ได้รับความโปรดปรานตั้งแต่เข้าวังมาเนินนานจนหลายปีดีดักแล้วแต่ในท้องกลับไม่มีความเคลื่อนไหวอันใด
สนมนางอื่นที่รอเรื่องตลกคงจะหัวเราะขึ้นมาอย่างน่าขบขันเลยทีเดียว…
เพียงแต่นี่คือฉากหน้าเท่านั้น เพราะตอนนี้อันกุ้ยเฟยก็คงรู้แล้วเช่นกันว่าตนตั้งครรภ์แล้วเพียงแต่เก็บเรื่องเอาไว้ไม่ต้องการเป็นเป้าให้สนมคนอื่นมุ่งมาที่ตน เรื่องนี้ฉินอวี้เชียนเป็นคนกล่าวกับหลี่มามาด้วยตัวเองว่าอีกฝ่ายตั้งครรภ์ก่อนทั้งมีอายุครรภ์มากกว่านางถึงหนึ่งเดือน
แต่การที่ยังคงสามารถปิดเอาไว้ได้ย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายมีคนที่คอยช่วยปกปิดอย่างไร และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก….
ผู้ครอบครองบัลลังก์นี้… เฉินเจี๋ย!!
…………………………………………
ปล. แก้ไข 11/9/66