โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เสื้อเก่าอาจไม่ 'คูล' ตามกระแส แต่ช่วย 'คูล' โลกให้เย็นได้ วิธีที่ทุกคนทำให้เพื่อลดโลกร้อน

Environman

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 11.00 น.

เสื้อผ้าตัวเก่าอาจดูไม่ ‘คูล’ ตามกระแส แต่มันช่วย ‘คูล’ ดาวเคราะห์ของเราให้เย็นลง การเปลี่ยนมาเป็น ‘Slow fashion’ ช่วยให้โลกต่อสู้กับวิกฤตสภาพอากาศ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้

อุตสาหกรรม ‘Fast fashion’ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกิน มลพิษ และขยะ แฟชั่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้เกิดการซื้อจำนวนมากในช่วงสั้น ๆ จากนั้นก็โยนเสื้อผ้าเก่าที่แม้ยังคงใช้งานได้ดีทิ้งไป ซึ่งส่วนใหญ่กลายเป็นของที่ถูกทิ้งไว้เฉย ๆ และบางครั้งก็กลายเป็นกองใหญ่จนมองเห็นได้จากอวกาศ เช่น กองขยะเสื้อผ้าในทะเลทราย Atacama ทางตอนเหนือของประเทศชิลี

ผลกระทบเหล่านี้ทำให้ผุ้คนเริ่มตั้งคำถามกับอุตสาหกรรม ‘Fast fashion’ ที่ปล่อยคาร์บอน 8% ของทั้งโลก และเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอุตสาหกรรมน้ำมันเอง โดยเฉลี่ยแล้วมนุษย์ยุคปัจจุบันซื้อเสื้อผ้ามากกว่า 20 ปีที่แล้วถึง 400% และมีเสื้อผ้าถูกทิ้งนับล้านตันทั่วโลกในแต่ละปี (แค่ในสหราชอาณาจักรเพียงแห่งเดียวก็ถูกทิ้งแล้วกว่า 300,000 ตัน)

“อุตสาหกรรมแฟชั่นอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และกำลังเล่นไล่จับกับความรู้สึกของผู้คน” Tim Blanks นักวิเคราะห์ชั้นนำของ Business of Fashion กล่าว “แบรนด์แฟชั่นกำลังถูกมองว่าต้องรับผิดชอบ และสร้างความตระหนักรู้รวมถึงผลที่ตาม ซึ่งเคยถูกละเลยมาก่อน”

หลายครั้งเราซื้อเสื้อผ้ามาตัวหนึ่งเพียงเพื่อที่จะใส่ไปงานงานเดียว จากนั้นก็เก็บเข้าตู้ บางคนทิ้งไป บางคนส่งต่อ หรือบางคนก็ขาย แต่ส่วนใหญ่แล้วล้วนถูกลืมไปว่าเคยมีอยู่ แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แฟชั่นทั้งหลายสามารถเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนได้มากกว่านี้ด้วยการ ซ่อมแซม อัปไซเคิล หยิบตัวเก่ามาใส่อีกครั้ง หรือไม่ก็ซื้อเสื้อผ้าที่มาจากการรีไซเคิล

Natasha David ผู้จัดการโครงการริเริ่มด้านแฟชั่นของมูลนิธิ Ellen MacArthur กล่าวว่าในปัจจุบันนี้สถาบันวิจัยระดับโลกต่างส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนเสื้อผ้ามากขึ้น รวมถึงให้สวมใส่บ่อยขึ้น และรีไซเคิลกลายเป็นวัสดุใหม่มากขึ้น เขาคาดว่าโมเดลธุรกิจเหล่านี้จะเติบโตกินสัดส่วนตลาดแฟชั่นถึง 23% ภายในปี 2030

ซึ่งหากเป็นไปตามนั้น อุตสาหกรรมแฟชั่นจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 1 ใน 3 จากที่เคยปล่อย สิ่งนี้มีส่วนช่วยรักษาให้อุณหภูมิโลกไม่ร้อนขึ้นมากกว่า 1.5 °C ตามเป้าหมายของสนธิสัญญาปารีส ต้องขอบคุณผู้บริโภคทุกคน เนื่องจากการตั้งคำถามถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทต่าง ๆ หันมาสนใจเรื่องนี้มากกว่าเดิม

“ปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการเสื้อผ้าที่ยั่งยืนซึ่งเพิ่มขึ้น โดยทั่วแล้วไปคือการตระหนักถึงผลกระทบด้านลบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากการผลิตเครื่องแต่งกายมากขึ้น” Tricia Carey ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้าของ Renewcell ซึ่งเป็นผู้ผลิตเส้นใยรีไซเคิล กล่าว

Renewcell เปิดโรงงานอุตสาหกรรมแห่งแรกในปี 2022 ซึ่งเกิดจากการลงทุนจำนวนมากจากแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง H&M นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทางโรงงานได้ผลิตเยื่อกระดาษที่มาจากการรีไซเคิลเสื้อผ้าแล้วกว่า 20,000 ตัน โดยแต่ละตันนั้นช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ 5 ตันเมื่อเทียบกับการผลิตเส้นใยแบบดั้งเดิม

ขณะเดียวกัน ดร. Sheng Lu ศาสตราจารย์ด้านแฟชั่นและเครื่องแต่งกายจากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ ในสหรัฐอเมริกา กล่าวในงานวิจัยเมื่อปี 2022 ว่ามีการขายเสื้อผ้าที่ทำมาจากเส้นใยรีไซเคิล 100% เพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขายเสื้อใหม่ทั่วไป ซึ่งหมายความว่าผู้คนหันมาสนใจเสื้อผ้ารีไซเคิลมากขึ้นอย่างชัดเจน

ดร. Lu ระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของบริษัทแฟชั่น พร้อมทั้งยังเสริมอีกว่านักเรียนรุ่น Gen Z ของเขาซึ่งจะกลายเป็นลูกค้าหลักโดยตรงของแฟชั่นในอนาคต ได้โฟกัสไปผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลักในเลือกเสื้อผ้า

“มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยบอกว่าพวกเขาซื้อแต่ของมือสองในปัจจุบันเท่านั้น เนื่องจากมีขยะสิ่งทอและเสื้อผ้าที่ใช้แล้วมากมาย” ดร. Lu บอก ไม่เพียงเท่านั้นกลุ่มวัยรุ่นยังใช้บริการร้านเช่าเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการ Fast Fashion โดยสิ้นเชิง เสื้อผ้ามือสองก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการช่วยโลกต่อสู้กับวิกฤตสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน แต่การช็อปปิ้งแบบนี้อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่ซึ่งต้องการเสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น Lily Fulop นักออกแบบกราฟฟิกที่ดูแลบัญชี Instagram Mindful Mending กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นลองซ่อมแซมเสื้อผ้าเก่าในตู้ที่ใส่ได้ดูดีไหม?

“สร้างเสื้อผ้าในตู้ให้ใช้งานได้นานขึ้น ซ่อมแซมให้มีคุณภาพดีพอที่จะใส่ได้” Fulop บอก การเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานในการซ่อมแซมง่าย ๆ เช่นติดกระดุมใหม่ หรือปะเสื้อผ้าที่ขาด ตามตะเข็บหรือตามชายเสื้อ ก็สามารถทำให้เสื้อผ้ากลับมาดูดีเหมือนใหม่ได้

แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา ความสนใจ หรือไม่ถนัดเย็บผ้าจริง ๆ การอัปไซเคิลเสื้อผ้าของตัวเองก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นโครงการ Wearn Wear ของแบรนด์ Patagonia ที่ลูกค้าสามารถขายอุปกรณ์ของตนที่ไม่ต้องการแล้วกลับไปยัง Patagonia เพือนำกลับมารีไซเคิลใหม่

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าหากต้องการให้โลกได้รับประโยชน์มากที่สุด ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างลูกค้าและทางแบรนด์เองด้วย การส่งเสริมและสนับสนุนจากทั้งคู่จะสามารถสร้างความแตกต่างครั้งใหญ่ได้ และแน่นอนว่าหากคุณรู้สึกว่าคุณสามารถทำได้แล้วลงมือทำ แม้ผลลัพธ์นั้นจะเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

“วิธีที่ดีที่สุดในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเสื้อผ้า คือการปล่อยให้เสื้อผ้าใช้งานได้นานขึ้นโดยตัวคุณเองหรือบุคคลอื่น” โฆษกบริษัท Patagonia กล่าวกับเว็บไซต์ Vice

ที่มา

https://www.theguardian.com/…/can-fashion-keep-its-cool…

https://earth.org/how-repairing-clothes-slows-down…/

https://www.vice.com/…/repairing-recycling-thrifting…

https://www.mdpi.com/2071-1050/15/1/38

Photo : nikki_meel/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...