โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

How to #Dek66 เตรียมความพร้อม สำหรับการสอบรูปแบบใหม่!

Dek-D.com

เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 07.40 น. • DEK-D.com
How to #Dek66 เตรียมความพร้อม สำหรับการสอบรูปแบบใหม่!

สวัสดีค่ะ น้องๆ ทุกคน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ทาง ทปอ. ได้มีการไลฟ์ชี้แจงเรื่อง ปฏิทินการสอบ และการคัดเลือกนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ไป สำหรับปฏิทินการสอบของ TCAS66 ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ การสอบ TGAT/TPAT ในเดือน ธันวาคม 65และการสอบ A-Level (วิชาสามัญ) ในเดือน มีนาคม 66นอกจากนี้ก็ยังมีการชี้แจงเรื่องของรูปแบบข้อสอบต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย

เนื่องจากสนามสอบแรกของ TCASS66 อย่าง TGAT/TPAT ได้มีการปรับมาสอบให้เร็วขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ทำให้ #Dek66 อาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ เพราะเมื่อนับเวลาดูแล้วจะมีเวลาประมาณ 8 เดือนสำหรับการเตรียมตัว ดังนั้นวันนี้เรามาวางแผนเตรียมความพร้อม สำหรับการสอบไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ

How to #Dek66 เตรียมความพร้อม สำหรับการสอบรูปแบบใหม่!

1.หาตัวเองให้เจอ และตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

อันดับแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็คือ การหาตัวเองให้เจอ น้องๆ ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า เราชอบวิชาอะไร หรือมีความถนัดด้านไหนลองลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ จากนั้นวิเคราะห์ดูว่าเราเหมาะที่จะเรียนคณะอะไรได้บ้าง พร้อมทั้งศึกษารายละเอียดหลักสูตรการเรียนสอน เพื่อเช็กความมั่นใจอีกครั้งว่าสาขานั้นเหมาะสมกับเราจริงหรือไม่ และเรามีความต้องการที่จะเรียนต่อในด้านนี้จริงๆหรือเปล่า

หลังจากที่ค้นหาคณะ/สาขาวิชาที่สนใจ และมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนต่อได้แล้ว สิ่งต่อมาคือ การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน โดยอาจจะเริ่มจากการเช็กสถิติคะแนนของคณะ/สาขาที่อยากเข้า และนำมาตั้งเป็นเป้าหมาย เพื่อให้เราสามารถวางแผนการอ่านหนังสือเอาไว้ล่วงหน้า และเพื่อให้เรารู้ว่าต้องทำคะแนนสอบแต่ละวิชาเท่าไหร่ถึงจะมีโอกาสติดคณะในฝัน

2.ทำความเข้าใจ TCAS และข้อสอบรูปแบบใหม่

ระบบการรับสมัคร TCAS ในแต่ละปีจะมีข้อมูลและรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นน้องๆ ควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการรับสมัคร เกณฑ์การคัดเลือก ปฏิทินการรับสมัครในแต่ละรอบ วันเวลาในการสอบ ตามที่ทาง ทปอ. ได้ประกาศชี้แจงเอาไว้ให้ละเอียด ซึ่ง TCASS66 ยังคงมีรูปแบบการคัดเลือกทั้งหมด 4 รอบ เหมือนกับ TCAS65

ในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงสำหรับ TCASS66 นั้น คือ การปรับเปลี่ยนรายวิชาข้อสอบ ที่ใช้สำหรับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS ซึ่งมีการลดความซ้ำซ้อนของรายวิชา และปรับการวัดความรู้เชิงวิชาการเป็นเน้นการนำความรู้ที่เรียนไปประยุกต์ใช้งานได้ โดยการสอบของ TCAS66 ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 สนาม ดังนี้

1) TGAT/TPAT (สอบช่วงเดือนธันวาคม 65)

  • วัดความถนัด ไม่เน้นความรู้เชิงวิชาการ แบ่งออกเป็น 6 วิชา ได้แก่

  • TGAT มีทั้งหมด 3 พาร์ท ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน

    • TPAT1 วิชาเฉพาะแพทย์ (กสพท)
    • TPAT2 ศิลปกรรมศาสตร์ มีทั้งหมด 3 พาร์ท ได้แก่ ทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์
    • TPAT3 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
    • TPAT4 สถาปัตยกรรมศาสตร์
    • TPAT5 ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์

2) A-Level = วิชาสามัญ (สอบช่วงเดือนมีนาคม 66)

  • วัดความรู้เชิงวิชาการ ไม่สอบเนื้อหาที่เกินหลักสูตร แบ่งออกเป็น 15 วิชา ได้แก่

  • คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1

    • คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2
    • วิทยาศาสตร์ประยุกต์
    • ฟิสิกส์
    • เคมี
    • ชีววิทยา
    • สังคมศึกษา
    • ภาษาไทย
    • ภาษาอังกฤษ
    • ภาษาต่างประเทศอื่นๆ (ฝรั่งเศส/เยอรมัน/ญี่ปุ่น/เกาหลี/จีน/บาลี)

โดยน้องๆ สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับระบบ TCASS66 เพิ่มเติมได้ หรือเว็บไซต์ mytcas เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมวางแผนสำหรับการสอบ

3. วางแผนการอ่านหนังสือ

หลังจากที่เรามีคณะเป้าหมาย และรู้จักกับรายวิชาข้อสอบที่มีการปรับเปลี่ยนของระบบ TCAS66 แล้ว ต่อมาก็คือ ต้องรู้ว่าเราต้องสอบวิชาอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนการอ่านหนังสือ และโฟกัสกับวิชาที่ต้องสอบได้ถูก ซึ่งระหว่างที่รอประกาศ Exam Blueprint และเกณฑ์การคัดเลือกนักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยออกมา พี่แป้งแนะนำว่าให้น้องๆเริ่มอ่านเก็บเนื้อหาแต่ละวิชาไว้แต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องมาอ่านหนังสือแบบอัดเนื้อหาทีเดียวในช่วงใกล้สอบจัดลำดับความสำคัญวิชาไหนควรอ่านก่อน-หลัง

ที่สำคัญควรจับเวลาและฝึกทำโจทย์ด้วย เพื่อเป็นการทบทวนเนื้อหาที่อ่านมาไปในตัว และวัดผลการอ่านของเราด้วยว่าเข้าใจจริงๆ มั้ย หรือมีจุดอ่อนตรงไหนที่ต้องกลับมาทบทวนและฝึกฝนเพิ่มเพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้นอีกหรือเปล่า โดยน้องๆ สามารถนำเทคนิค และเคล็ดลับการอ่านหนังสือ การทำโจทย์ หรือการวางแผนในช่วงเตรียมตัวสอบ จากบทความที่พี่ๆ Dek-D ได้แชร์เอาไว้ในเว็บไซต์ไปประยุกต์ใช้กับการอ่านหนังสือฝึกทำโจทย์ของตัวเองได้นะคะ

4. คำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับการสมัครสอบ

เมื่อเรารู้แล้วว่าจะต้องสอบวิชาอะไรบ้าง พี่แป้งแนะนำให้น้องๆ ลิสต์รายวิชาทั้งหมดที่เราต้องทำการสมัครสอบออกมา เพื่อทำการวางแผนคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับการสมัครสอบ ซึ่งสนามสอบของ TCAS66 จะมีอยู่ 2 สนามใหญ่ๆ คือ สนามสอบ TGAT/TPAT วิชาละ 140 บาท และสนามสอบ A-Level วิชาละ 100 บาท ซึ่งน้องๆ แต่ละคนก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับคณะ/สาขาวิชา ที่สนใจ รวมไปถึงการสมัครสอบในรอบ Portfolio และ Quota ของบางมหาวิทยาลัยอาจจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการสอบวิชาเฉพาะที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเพิ่มเติมอีกด้วย

นอกจากนี้น้องๆ ยังต้องเตรียมค่าสมัครเข้ารับการคัดเลือกของแต่ละรอบ แต่ละมหาวิทยาลัยไว้ด้วย อย่างในรอบ Portfolio และ Quota ยื่นสมัครได้ไม่จำกัดจำนวนมหาวิทยาลัย โดยแต่ค่าสมัครจะอยู่ประมาณ 200 - 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับคณะ/สาขาวิชาที่ยื่นสมัครด้วย ส่วนรอบ Admission ค่าสมัครจะอยู่ระหว่าง 150 - 900 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนอันดับที่ยื่นสมัคร

5. รวบรวมผลงานทำ Portfolio

ระหว่างที่รอระเบียบการรับสมัครในรอบ Portfolio ของ TCAS66 ประกาศออกมา น้องๆ สามารถรวบรวมผลงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่จะยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเอาไว้ก่อนได้เลย โดยน้องๆ สามารถเก็บรวบรวมผลงานที่จะใส่เข้าไปในพอร์ตของเราได้จาก การแข่งขัน การประกวด การเข้าร่วมโครงการ/อบรม การเข้าค่าย รวมไปถึงการลงเรียนคอร์สออนไลน์ต่างๆ ที่มีการเปิดสอนฟรี ซึ่งน้องๆ สามารถเก็บรูปภาพ หรือเกียรติบัตรต่างๆ จากการเข้าร่วมกิจกรรมเอาไว้เป็นผลงานของเราได้ค่ะ

นอกจากนี้ งานอดิเรก ของน้องๆ ก็สามารถนำมาเป็นผลงานในพอร์ตได้เหมือนกัน เช่น การวาดภาพ การเขียนนิยาย การออกแบบกราฟิก หรือแม้กระทั่งการทำคลิป Vlog รีวิว ในแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็สามารถนำผลงานต่างๆ ที่เราสร้างสรรค์เอาไว้มารวบรวมใส่ไว้พอร์ตของเราได้เช่นกันค่ะ

6. ทดลองสอบ เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศจริง

การทดลองสอบในสนามจำลองเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้น้องๆ มีประสบการณ์ในเรื่องของการเตรียมตัวก่อนสอบ การเข้าห้องสอบ และการสัมผัสกับบรรยากาศการสอบในสนามจริงซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้างในวันสอบ เหตุการณ์ที่จะต้องเจอในสนามสอบมีอะไรบ้าง รวมไปถึงได้ทดสอบความพร้อม และรู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเองเพื่อนำผลคะแนนที่ได้จากการทดลองสอบไปทบทวนในส่วนที่พลาด และนำไปปรับใช้กับอ่านหนังสือ พัฒนาจุดอ่อนของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อให้พร้อมสำหรับการสอบในสนามจริง หากน้องๆ คนไหนสนใจอยากทดลองสอบในสนามจำลอง อยากเห็นแนวข้อสอบรูปแบบใหม่ ก็สามารถสมัครสอบกับโครงการ Dek-D’s Pre-Admission ของเว็บไซต์เด็กดี เพื่อเช็กความพร้อมของตัวเองสำหรับการเตรียมสอบ TCAS ได้เลยค่ะ

7. ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ การติดตามข่าวสารรายละเอียดการรับสมัคร และการสอบ อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอเนื่องจากว่าการรับสมัครในแต่ละรอบมีข้อมูลและรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหลังจากที่ประกาศข้อมูลออกมาแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อมูลอยู่ตลอดเวลา โดยน้องๆ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการรับสมัคร TCASS66 ได้จากหน่วยงานแต่ละที่โดยตรงได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ทปอ. กสพท และมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมไปถึงจากทาง Dek-D ทั้งในเว็บไซต์, Twitter, Facebook, Instagram, YouTubeหรือแอปพลิเคชัน “เด็กดี TCAS” ก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับ #Dek66 คนไหนที่เริ่มเตรียมตัวแล้ว และมีฮาวทูดีๆ หรือเทคนิคปังๆ สำหรับการอ่านหนังสือก็สามารถมาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...