UOB ผนึก Business Times ดันเงินทุนหนุนความยั่งยืนอาเซียน
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB) ระบุว่าธนาคารฯ ร่วมกับเดอะ บิสสิเนส ไทมส์ จัดงาน “Sustainability Impact Dialogue – IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 Special Edition” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เพื่อหารือบทบาทของเงินทุนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของอาเซียน
โดยมุ่งสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนในโครงการและธุรกิจที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ โดยเป็นกิจกรรมคู่ขนานการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ภายใต้หัวข้อ “Where Capital Lands: What ASEAN's Transition Means for Energy, Transport, Business and People” ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า แม้ภูมิภาคยังมีเงินทุนสำหรับสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แต่การเร่งลงทุนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องมีปัจจัยสนับสนุน ทั้งนโยบายและกฎระเบียบที่ชัดเจน ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ ตลอดจนโครงการและโมเดลธุรกิจที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ขณะที่นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยและอาเซียน ท่ามกลางความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและข้อกำหนดด้านการเปลี่ยนผ่านที่เพิ่มขึ้น จึงต้องอาศัยมาตรฐานร่วม ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการเงิน เพื่อผลักดันแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิบัติจริง
ภายในงานยังมีการสนทนาพิเศษระหว่าง ดร.เอมี คอร์ อดีตรัฐมนตรีแห่งรัฐอาวุโส กระทรวงคมนาคมและกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ประเทศสิงคโปร์ พร้อมด้วย เฉิน ฮุ่ย เฟิน บรรณาธิการเดอะ บิสสิเนส ไทมส์ รวมถึงเวทีเสวนาที่มีผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางชมพรรณ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี โดยมีนายเชา วง ยวน หัวหน้ากลุ่มลูกค้าสถาบันการเงินและประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาเน้นย้ำว่า ภาครัฐต้องมีบทบาทในการกำหนดนโยบายและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ขณะที่ภาคธุรกิจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านการลงทุนและนวัตกรรม ส่วนสถาบันการเงินทำหน้าที่เชื่อมโยงธุรกิจกับแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม พร้อมสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่าน
นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของอาเซียนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ โดยต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านนโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และโอกาสทางธุรกิจที่สามารถเติบโตได้จริง ยูโอบีจึงมุ่งทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อเชื่อมโยงแผนการเปลี่ยนผ่านเข้ากับองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือ และโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว ขณะที่เดอะ บิสสิเนส ไทมส์ มองว่า การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน จะช่วยขยายแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการผลักดันความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน