Volvo ประกาศแผนลดต้นทุน 1.87 พันล้านดอลล์ เตรียมปรับโครงสร้างทั่วโลก หลังผลกำไร Q1/68 ทรุดตัว
Volvo ประกาศแผนลดต้นทุน 1.87 พันล้านดอลล์ เตรียมปรับโครงสร้างทั่วโลก หลังผลกำไร Q1/68 ทรุดตัว พร้อมระงับแนวโน้มทางการเงินปี 2568 และ 2569
วันที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 12.45 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Volvo ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดน ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของ Geely Holding จากจีน ประกาศแผนลดต้นทุนมูลค่า 18,000 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 1.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังผลกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกของปีนี้ลดลงอย่างมาก
โดยบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2568 กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1.9 พันล้านโครนา ลดลงจาก 4.7 พันล้านโครนา ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งVolvo ระบุว่าสาเหตุหลักมาจากยอดขายส่ง (wholesales) ที่ลดลง เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดสินค้าคงคลังในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และความผันผวนในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกโดยรวม
Volvoเปิดเผยว่า แผนที่เรียกว่า "cost and cash action plan" จะรวมถึงการลดการลงทุน การลดจำนวนพนักงาน (redundancies) ในหลายภูมิภาคทั่วโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดขอบเขตของการปลดพนักงาน โดยระบุเพียงว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ Volvoยังประกาศระงับการให้แนวโน้มทางการเงิน (financial guidance) สำหรับปี 2568 และ 2569 เมื่อต้นเดือนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และมีแผนจะขยายการเก็บภาษีกับชิ้นส่วนรถยนต์บางประเภท เช่น เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง (transmissions) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ไม่เกินวันที่ 3 พฤษภาคม
Håkan Samuelsson ซีอีโอของ Volvo Cars กล่าวในแถลงการณ์ว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน …แม้เรายังมีงานต้องทำอีกมาก แต่ทิศทางต่อไปของเราจะมุ่งเน้นที่ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความสามารถในการทำกำไร (profitability), การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (electrification) และการกระจายการดำเนินงานตามภูมิภาค (regionalization)”
อ้างอิง : cnbc.com