โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จเรตำรวจ เผยกลุ่มทำงานประเทศเพื่อนบ้านมี 1% ที่ถูกหลอก นอกนั้นเต็มใจไปเอง

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 12.40 น. • The Bangkok Insight

จเรตำรวจแห่งชาติ เผยกลุ่มที่ข้ามไปทำงานประเทศเพื่อนบ้านมีเพียง 1% ที่ถูกหลอก นอกนั้นเต็มใจไปเอง

วันนี้ (13 ก.พ) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.)

จเรตำรวจ

กล่าวถึง ผลจากมาตรการป้องกันแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้เริ่มใช้จนกระทั่งเริ่มมีการส่งคืนกลุ่มผู้เสียหาย(เหยื่อ) จำนวนหลายร้อยคน ณ วันนี้ ว่าเป็นที่น่าพอใจจากการรวบรวมข้อมูลที่ผ่านมาของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบว่ามีคนหลายชาติใช้เส้นทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทั้งแบบถูกต้องและเส้นทางธรรมชาติในการข้ามพรมแดนมีกลุ่มคนที่ไม่มีแผนการท่องเที่ยวหรือ ที่พัก จำนวนมาก ส่วนนี้ตำรวจได้ทำการสืบค้นย้อนหลัง เพื่อตามหาว่ามีการข้ามไปและมีการกลับออกมาแล้วหรือไม่

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เดินทางข้ามพรมแดนสมัครใจเดินทางไปเอง และยืนยันว่าไม่มีการถูกหลอกในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ถูกหลอกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจเป็นการหลอกให้ไปทำงานโดยแจ้งว่าเป็นงานอีกประเภท โดยผู้ที่ไปเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา นอกจากไปทำงานกับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์แล้วยังไปทำงานอื่นๆอีก ทั้งเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ โรงแรม ร้านอาหาร และบ่อนพนันออนไลน์

“สำหรับคนที่ถูกหลอกข้ามประเทศไปจริงๆ มีสัดส่วนที่น้อยมากเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เช่นกรณีของดาราจีน นอกนั้นเดินทางไปด้วยความเต็มใจ” พล.ต.อ. ธัชชัย กล่าว

ช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการจับกุมชาวญี่ปุ่น 4 รายที่แม้จะมีแผนการเดินทางท่องเที่ยวชัดเจนในประเทศไทย แต่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เช่น ใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามไปพรมแดนเพื่อนบ้านด้วยกระเป๋าหนึ่งใบและไปกลับหลายครั้ง ต่อมาจากการสืบสวนกลุ่มดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์

พล.ต.อ. ธัชชัย กล่าวต่อว่า การหลอกลวงให้ไปทำงานในฝั่งเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา พบว่ามีกลุ่มผู้เสียหายหลายเชื้อชาติทั่วโลกโดยเริ่มต้นจากคนจีนหลอกคนในชาตินั้นๆ เพื่อไปกระทำการหลอกคนในชาติตัวเอง คนไทยจะเกี่ยวข้องในเรื่องของการไปรับจ้างเปิดบัญชีม้า แต่คนไทยที่จะถูกหลอกไปทำงานจริงๆส่วนมากจะถูกหลอกไปฝั่งประเทศกัมพูชา และลาว

นอกจากนี้ในการรับตัวเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้ามาในประเทศ ไทยคาดว่าศูนย์สั่งการชายแดนมีการดูแลอย่างเต็มที่แล้วในส่วนของตนเองก็จะเข้าไปเพิ่มเติมในส่วนของความเรียบร้อยและวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการเชิญฑูตประเทศต่างๆมาเตรียมความพร้อมในการรับประชากรในชาติตัวเองกลับไป

ส่วนการคัดกรองเหยื่อกับมิจฉาชีพปัจจุบันได้มีการใช้แบบสอบถามและขั้นตอนของกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism) หรือ NRM รวมทั้งใช้มาตรการสืบสวนสอบสวนเข้ามาร่วมด้วยโดยใช้ฐานข้อมูลจากระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อมูลจากแต่ละสถานทูต มาเชื่อมโยงกันเพื่อคัดแยกกลุ่มบุคคลโดยล่าสุดในกลุ่ม 260 คน ที่ทางการไทยเพิ่งรับมาทางประเทศฟิลิป ปินส์ได้ให้ข้อมูลมาว่ามีหนึ่งบุคคลเป็นผู้ต้องหาในกระบวนการค้ามนุษย์แต่มาแอบอ้างว่าเป็นเหยื่อ

“เชื่อว่าระบบระบบของประเทศไทยเป็นไปด้วยดีทำให้สามารถคัดแยกผู้เสียหายตัวจริงกับกลุ่มมิจฉาชีพที่มาแฝงตัวได้ เราไม่อยากเห็นคนที่ไปหลอกคนอื่นแล้วพอตอนกลับก็มาแสดงตัวเองเป็นเหยื่อมันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม” พล.ต.อ. ธัชชัย กล่าว

พล.ต.อ. ธัชชัย กล่าวยืนยันว่า ไม่ใช่ทุกรายที่กลับเข้ามาในประเทศไทยจะถูกบรรจุว่าเป็นเหยื่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะคัดกรองโดยละเอียดไม่ให้มีการปะปนกัน และในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่เป็นการทำเฉพาะฝั่งเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา แต่จะปราบปรามฝั่งประเทศลาวและกัมพูชาด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...