โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา 8 เม.ย.นี้! ศาลฯ ชี้ชะตาคดี “ไตรรัตน์” ฟ้องบอร์ด “กสทช.“ ปมงบถ่ายสดบอลโลก 600 ล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 10.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 เม.ย.นี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำอท.155/2566 ซึ่ง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ ในฐานะรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ยื่นฟ้องกรรมการ กสทช. จำนวน 4 ราย และรองเลขาธิการอีก 1 ราย ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 157และตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

โดยคดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากคำสั่งลับ กสทช. ที่ 7/2566 ลงวันที่23 มกราคม 2566 ซึ่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการใช้งบประมาณ 600 ล้านบาทจากกองทุน กทปส. เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 โดยคณะอนุกรรมการดังกล่าวมีผู้ถูกเสนอชื่อโดยกรรมการ กสทช. จำเลยที่ 1-3 ก่อนจะถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจฝ่าฝืนกฎหมายและขัดต่อมติ กสทช. และข้อเสนอจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 คณะอนุกรรมการได้จัดทำรายงานลับสรุปว่าการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย โดยมีมติเสียงข้างมาก 4 เสียงเห็นพ้อง และ2 เสียงงดออกความเห็น อย่างไรก็ตาม นายไตรรัตน์เห็นว่ารายงานดังกล่าวเป็นเพียง “ความเห็นลอยๆ” ที่ขาดน้ำหนักทางกฎหมาย

การประชุม กสทช. ครั้งที่ 13/2566 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ได้นำรายงานเข้าสู่วาระการประชุม และมีมติรับทราบ พร้อมพิจารณาว่านายไตรรัตน์อาจกระทำผิดกฎหมาย จึงลงมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และมีคำสั่งให้ปลดจากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ โดยนายไตรรัตน์ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวฝ่าฝืนข้อบังคับ กสทช. ข้อ21 และ 29 และเปิดช่องให้จำเลยที่ 5 เข้าดำรงตำแหน่งแทน พร้อมทั้งยืนยันว่าการปลดออกจากตำแหน่งดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างร้ายแรง

สำหรับคดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชน เนื่องจากมีรายงานว่า องค์คณะผู้พิพากษาชุดเดียวกันเคยมีคำพิพากษาในคดีที่บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ฟ้องกรรมการ กสทช. รายหนึ่ง ซึ่งเป็นจำเลยในคดีปัจจุบัน และมีคำพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา รวมถึงเคยพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับมติควบรวมกิจการทรู-ดีแทค

ทั้งนี้ คำพิพากษาในวันที่ 8 เมษายนนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดทั้งจากวงการสื่อ สาธารณชน และนักลงทุน เนื่องจากอาจส่งผลต่อการทำงานของ กสทช. และบรรทัดฐานในการกำกับดูแลองค์กรอิสระในอนาคต ทั้งในด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใสรวมทั้ง บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...