โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[จบบริบูรณ์]Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 ก.ย 2568 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 13.19 น. • PmoUnderscore
จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทะลุมิติสู่ดินแดนที่มนุษย์ไม่ได้อาศัยอยู่บนดาวเพียงดวงเดียว ที่นี่ต้องใช้อาชีพและสกิลในการเอาตัวรอดจากผู้ทำลายล้างจักรวาล

ข้อมูลเบื้องต้น

เซารอน จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทะลุมิติเข้าร่างเด็กหนุ่มอายุ 20 ปีชื่อว่า แอ็กเซล ความทรงจำจากเจ้าของร่างทำให้เขารู้ว่ามนุษย์ไม่ได้ครอบครองโลกเพียงใบเดียว พวกเขาขยายอาณานิคมขึ้นไปบนอวกาศและเป็นเจ้าของดวงดาวมากถึง 7 ดวง

ภายในจักรวาลแห่งนี้สิ่งมีชีวิตใช้พลังงานคอสมิกแทนพลังเวท มนุษย์ทุกคนได้รับพลังงานจักรวาลจนสามารถปลุกอาชีพขึ้นมาได้ แต่ละอาชีพจะมีสกิลที่ต่างกันออกไป ถึงจะมีวิธีใช้งานที่แตกต่าง จุดหมายกลับเป็นสิ่งเดียวกัน การใช้สกิลของมนุษย์ก็เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งจนสามารถเอาชีวิตรอดจากผู้ทำลายดวงดาว

หลังจากจอมเวทลืมตาตื่นในร่างแอ็กเซล เขาพบว่าตนเองถูกล้อมเอาไว้จากสัตว์ประหลาดที่ถูกเรียกว่ามอนสเตอร์ เขาจึงลงมือสังหารอย่างไม่ปราณี แต่เขากลับพบเรื่องไม่คาดคิดหลังจากตนเองรอดตาย ร่างที่เขาสิงสู่กลับผิดแปลกไปจากที่คิด มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 20 ปีเท่านั้น ภายในพันธุกรรมของร่างมีเชื้อร้ายแฝงอยู่ เขาไม่รู้เกี่ยวกับเชื้อนี้ จอมเวทชราในร่างเด็กอายุ 20 ปีจึงต้องออกตามหาวิธีสลายเชื้อร้ายออกจากร่างตนเองแล้วตามหาเจ้าของเชื้อ เขาสาบานว่าจะเล่นงานพวกมันอย่างสาสม แต่ก่อนอื่นเขาต้องหาทางมีชีวิตให้ได้จนถึงพรุ่งนี้ก่อนเพราะอายุขัยได้หมดลงแล้ว

" ฉันขอผูกชีวิตไว้กับพวกแกก่อนก็แล้วกัน "

มู่มู่่!

ประกาศ

นิยายเรื่องนี้จะลงทุกวัน จันทร์ - อาทิตย์ โดยจะลง 2 ช่วงเวลาได้แก่ 07.00 น. จำนวน 3 ตอน และ 19.00 น. จำนวน 1 ตอน

เมื่อนิยายลงถึง 50 ตอน จะลงนิยายเวลา 07.00 น. ครั้งเดียวครบทั้ง 4 ตอน

ประกาศ 2 ปกนิยายที่ท่านเห็นเป็นปกชั่วคราวเท่านั้น ใช้แก้ขัดระหว่างรอปกจริง ^^

1 ร่างใหม่

เฮือก!

ลมหายใจเฮือกใหญ่ส่งเข้าไปในปอดกระตุ้นการทำงานภายในร่างให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ไม่นานชายร่างเล็กสูง 165 เซนติเมตรได้สะดุ้งตื่นขึ้นมากระทันหัน ในขณะนั้นเขาพบว่าตามแขนขามีบาดแผลคล้ายกับรอยฟัน มันกลับไม่ได้เกิดมาจากดาบแต่เป็นรอยที่เหมือนคมเขี้ยวของสัตว์ประหลาดมากกว่า

“ เป็นไปได้ยังไงกัน ฉันควรจะจบชีวิตลงไปแล้วหนิ ”

ความรู้สึกงุนงงเผยบนใบหน้าขาวซีดจากการขาดเลือด นับว่าโชคดีที่เลือดจากบาดแผลหยุดไหลแล้ว เขาจึงไม่ต้องกลัวว่าตนจะตาย เพียงแต่ว่าเขากลับไม่เข้าใจ เหตุใดตนเองถึงยังมีชีวิตอยู่ ชายชราจึงพยายามลูบคลำใบหน้าตนเอง รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้ากลับหายไปทั้งหมด มันถูกแทนที่ด้วยผิวหนังเต่งตึงของเด็ก เขาจึงหลับตาสัมผัสห้วงจิตแต่กลับพบว่าตนเองไม่มีแก่นพลังเวท ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจึงพอรู้ได้ว่าตนเองอยู่ในร่างของคนอื่น ไม่ใช่ร่างชายชราที่เป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ แขนขาในตอนนี้ยืนยันได้ว่ามันไม่ใช่ของเขาเพราะไม่ควรจะมีผิวเต่งตึงเช่นนี้

“ ฉันไม่ได้ใช้เวทวิญญาณ ทำไมถึงมีการย้ายร่างหรือว่าจะมีคนลงมือใช้เวทต้องห้ามกับเศษเสี้ยววิญญาณของฉันกัน ”

ความรู้สึกโกรธเผยบนใบหน้าของชายใบหน้าขาวซีด เขาโกรธให้กับคนที่ยุ่งเกี่ยวกับดวงวิญญาณของตนที่ควรจะไหลเข้าสู่กระแสพลังเวทกลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่ก่อนอื่นเขาต้องสำรวจก่อนว่าสถานที่ที่ตนอาศัยอยู่เป็นที่ใดจึงกวาดตามองออกไปรอบๆแล้วแสดงใบหน้ากังวลใจออกมาเมื่อทุกอย่างไม่คุ้นตาเขาเลยแม้แต่น้อย

รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยศพสวมใส่เสื้อผ้าที่ต่างกันกับเหล่านักเวทและทหาร เขาจึงจับเสื้อของตนพบว่าเนื้อผ้าดูลื่นและนิ่มกว่าที่เคยสวมใส่ ต่อให้เขาจะเป็นนักเวทหลวงเสื้อผ้าถูกทำมาจากใยชั้นดีกลับไม่มีเสื้อผ้าชุดใดของตนให้ความรู้สึกพิเศษเช่นนี้ ต่อให้จะเป็นชุดรัดรูปกลับไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

นอกจากเสื้อผ้าจะดูแปลกตาไปแล้ว ใกล้ตัวของศพรอบๆมีอาวุธดูแปลกตาหล่นอยู่มากมาย ต่อให้รูปร่างพื้นฐานจะเป็นดาบและหอกและอื่นๆที่เคยใช้ ลวดลายของมันกลับดูต่างออกไปราวกลับว่ามันไม่ได้เกิดมาจากช่างฝีมือ บางชิ้นละเอียดเกินไปยากจะสร้างขึ้นมาได้ด้วยฝีมือมนุษย์

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสงสัยมากที่สุดคือศพสัตว์ประหลาดหลายสิบร่างนอนตายอยู่รอบๆ รูปร่างของพวกมันไม่คุ้นตาเขาเลยสักนิด สภาพร่างกายของมันถูกของมีคมฟันผ่าเข้าไปจนทำให้เกิดบาดแผลตามตัว บริเวณศีรษะที่เป็นจุดอ่อนถูกบางอย่างระเบิดเสียหาย

ขณะที่เขาสงสัยว่าตนอยู่ที่ไหน ความรู้สึกเจ็บปวดก็วิ่งกระจายไปทั่วศีรษะราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดออก ชายร่างผอมจึงยกมือจับไปยังศีรษะของตนเองที่ตอนนี้มีความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้ามา
ความทรงจำตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันของร่างที่เข้ายึดครองพรั่งพรูออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด ชายที่เข้ายึดร่างจึงพยายามแยกความทรงจำตนเองและร่างที่เข้ายึดออกจากกัน เพียงแต่ว่าความทรงจำกลับถูกผสมรวมเข้าไว้ด้วยกันจนราวกับว่าเขาตายแล้วไปใช้ชีวิตที่โลกเวทมนตร์แล้วกลับเข้าสู่ร่างปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง

“ ไม่ใช่โลกเดิมจริงๆสินะ ”

ชื่อของร่างที่เข้ายึดครองผุดขึ้นมาในหัว จากตัวตนจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เขากลับมีอีกตัวตนชื่อ แอ็กเซล ความทรงจำที่ปะทุออกมาเมื่อครู่นี้เขาไม่รู้สึกต่อต้านเลยสักนิด ในความคิดราวกับว่าเขาคือแอ็กเซลที่ใช้ชีวิตภายในโลกนี้ตั้งแต่เกิดจนถึงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ถูกฆ่าตาย

ขณะที่กำลังเรียบเรียงข้อมูลใหม่ พื้นดินรอบๆก็เริ่มสั่นไหว ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวก็ได้ปรากฎตัว ลักษณะท่าทางของมันไม่ต่างจากตัวที่นอนตายอยู่รอบๆ ชายผู้ที่นั่งนิ่งกลับไม่ได้หวาดกลัว เขาคุ้นชินกับการเผชิญหน้าบ่อยครั้งจึงหันมองรอบๆให้ละเอียดเพื่อหาทางหนี

สัตว์ประหลาดทั้ง 10 ที่ปรากฎตัวออกมายังไม่มีตัวใดหันมองมายังจุดที่เขานอนนิ่ง ชายผิวขาวซีดจึงพยายามใช้มือทั้งสองข้างลากร่างตนเองที่บาดเจ็บเข้าไปพิงข้างศพชายคนหนึ่งที่ถูกฆ่าตาย

จากความทรงจำที่ได้รับมา สิ่งที่เข้าปิดล้อมเขาในตอนนี้ถูกเรียกว่ามอนสเตอร์ พวกมันคือสัตว์ประหลาดภายในซากอารยธรรมระดับ 1 ดาวจากการระเบิดของดาวโครนอส

ร่างของมนุษย์รอบตัวของเขาที่ตกตายถูกเรียกว่าแชมเปี้ยน พวกเขาเป็นผู้ได้รับเลือกอาชีพแห่งจักรวาลมีอาชีพหลากหลาย พลังที่ใช้ไม่เกี่ยวข้องกับมานาหรือพลังเวท ภายในร่างของแชมเปี้ยนมีสิ่งที่เรียกว่าคอร์ไดฟ์ มันคือแก่นพลังงานที่ใช้รวบรวมพลังจักรวาลเอาไว้ในร่าง โดยพลังนั้นมีชื่อเรียกว่าคอสมิก ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่ใช้พลังงานคอสมิกได้ มอนสเตอร์คือหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ใช้พลังคอสมิกได้เช่นกัน

การที่เขาตกอยู่ท่ามกลางมอนสเตอร์ มีสาเหตุมาจากเมื่อ 2 วันก่อนได้ตกลงทำงานร่วมกับกลุ่มวอยด์แฮร์ เพื่อที่ตนเองจะได้เข้าสู่โบราณสถานระดับ 1 ดาว เป้าหมายในชีวิตของเขาคือการสำรวจมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุดก่อนที่อายุขัยอันสั้นของตนเองจะหมดลง ตำแหน่งที่เขาได้รับจึงเป็นนักแล่เนื้อของกลุ่ม แต่สุดท้ายภารกิจของกลุ่มวอย์แฮร์กลับจบลงก่อนเวลาเพราะพวกเขาถูกกลุ่มนิกซ์แรบบิทจัดการก่อนจะไปถึงที่หมาย

แกล็กแกล็กแกล็กแกล็ก!

ฟันคู่หน้ามีขนาดใหญ่ไม่ต่างจากจอบกระทบกันสร้างเสียงดังสะพรึงออกมาจากนิกซ์แรบบิททั้ง 10 ตัว นิกซ์แรบบิทที่เห็นบางอย่างเคลื่อนตัวบนพื้นดินจึงพยายามเข้าปิดล้อม

ภายใต้ฟันคู่หน้าที่กระทบจนทำให้เกิดเสียงส่งออกไปรอบๆ นิกซ์แรบบิทก็เริ่มปลดปล่อยแสงระยิบระยับคล้ายกับสีของรุ้งที่ถูกผสมเข้าด้วยกัน พลังงานที่เอ่อล้นออกมาคือพลังคอสมิก

แอ็กเซลไม่เสียเวลาตรวจสอบร่างกายตนเอง ความทรงจำบอกให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ที่ไม่มีคอร์ไดฟ์ อาชีพที่เขาได้รับจึงไร้ประโยชน์ไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้

ถึงอย่างนั้นร่างกายของเขากลับดีกว่าคนปกติทั่วไปเป็นอย่างมาก เขาจึงชักมีดสั้นที่เหลืออยู่หนึ่งเล่มออกมาถือเอาไว้ในมือแล้วมองดูมอนสเตอร์ระดับ 1 ดาวรอบๆ นับว่าโชคดีที่นิกซ์แรบบิทกลุ่มก่อนหน้าที่มีระดับ 3 เดินทางจากไปแล้ว ต่อให้จะเป็นเขาก็ตามโอกาสที่จะสังหารพวกมันไม่มีเลย แต่สำหรับระดับ 1 รอบๆในตอนนี้ยังมีโอกาสอยู่

“ ขอให้ใช้ได้ทีเถอะ ”

กระแสจิตส่งออกมาจากร่าง มันไม่มีความสามารถในการโจมตี เหล่าจอมเวทใช้จิตรูปแบบนี้ในการชักนำพลังเข้าและออกจากร่างกายของตนเอง

ถึงแม้ร่างนี้จะไม่สามารถใช้จิตได้ เขาที่เป็นจอมเวทกลับมีจิตแข็งแกร่งจึงไม่ยากที่จะใช้ผ่านร่างนี้ เมื่อจิตไหลออกมาจากร่างสัมผัสเข้ากับพลังงานภายในอากาศ แอ็กเซลก็เริ่มวิเคราะห์มันเพื่อนำมาใช้งานในทันที เขาต้องการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังเวทผ่านวงเวทแปลงพลังงาน

เมื่อแอ็กเซลสัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนภายในอากาศ ใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความวิตกก็เริ่มคลายความกังวล พลังคอสมิกรอบๆเป็นมิตรต่อผู้คนแม้แต่ตัวของเขาที่ไม่มีแหล่งกักเก็บที่ถูกเรียกว่าคอร์ไดฟ์

ตู้ม!

หนึ่งในมอนสเตอร์กระโจนเข้ามาด้วยความเร็วเต็มกำลัง ขาหลังขนาดใหญ่ของมันถีบลงไปบนพื้นส่งร่างสูง 3 เมตรให้พุ่งมาด้านหน้า พลังงานคอสมิกที่เอ่อล้นออกมาทำให้เส้นทางที่มันพุ่งผ่านเกิดรุ้งหลากสี แอ็กเซลยังคงมีสมาธิ เขาไม่ได้แตกตื่นหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด มือซ้ายที่ยังว่างขยับนิ้วกลางอากาศพยายามสัมผัสกับพลังคอสมิกให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคย

ทันใดนั้นการวิเคราะห์พลังงานรูปแบบใหม่ด้วยจิตก็เสร็จสิ้น มือซ้ายที่อยู่ข้างลำตัวคอยขยับขยุกขยิกก็ได้กางออกส่งผลให้ใต้ฝ่ามือปรากฎวงเวทแปลงพลังงานจากการใช้จิตดึงพลังคอสมิกรอบๆเข้ามาเขียนวงเวทชั่วคราว

“ ไฟ! ”

วงเวทสีแดงปรากฎออกมาซ้อนทับวงเวทแรกที่มีความซับซ้อนมากกว่า ทันทีที่แบมือไปด้านหน้า ศรเพลิงขนาดเท่าต้นขาพุ่งเป็นเส้นตรงทะลวงเข้ากลางศีรษะนิกซ์แรบบิทจนตาย

ร่างกายที่พุ่งเป็นเส้นตรงมาด้วยความไวถูกศรเพลิงทะลวงแล้วเผาไหม้จนกลายเป็นสีดำ

มอนสเตอร์อีก 9 ตัวเมื่อเห็นว่าเพื่อนของมันจบชีวิตจากการโจมตีของอีกฝ่ายจึงพุ่งเข้าไปพร้อมๆกัน แอ็กเซลจึงทิ้งมีดในมือซ้ายแล้วใช้มือทั้งสองข้างวาดวงเวทบนอากาศช่วยกันเกิดเป็นวงเวทสีฟ้ารัศมี 30 เซนติเมตร เมื่อปล่อยให้วงเวทลอยอยู่บนอากาศด้วยตนเอง อุณหภูมิรอบตัวจึงลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนรอบตัวปรากฎหมอกสีขาวขึ้นมากระทันหัน ไม่นานก็เริ่มมีน้ำแข็งเกาะกุมพื้นราวกับว่าเป็นช่วงอากาศหนาว

มอนสเตอร์ไม่คิดหยุดต่อให้จะสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นจากอีกฝ่าย มันยังคงพุ่งเข้าหาเหยื่อเช่นเดิมหวังจะฆ่าให้ตายแล้วนำร่างมาเป็นพลังงาน

บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลในตอนแรกเริ่มคลายตัวเผยให้เห็นความรู้สึกยินดีกับการพุ่งเข้ามาโจมตีของมอนสเตอร์ เมื่อระยะห่างของเขาและมอนสเตอร์ทั้ง 9 ตัวลดเหลือเพียง 2 เมตร แอ็กเซลจึงประกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันส่งผลให้วงเวทด้านหน้าของเขาเปิดการทำงาน

พริบตานั้นพื้นดินที่เริ่มกลายเป็นน้ำแข็งก็ได้ปรากฎหอกสีฟ้าพุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นแทงร่างมอนสเตอร์ทั้ง 9 ร่างที่พยายามดิ้นให้หลุดค่อยๆถูกแช่แข็งก่อนจะตายในเวลาใกล้เคียงกัน

ความกังวลสลายหายไปเหลือไว้เพียงแค่ความโล่งอก สิ่งที่เขาใช้ออกมาเมื่อครู่คือเวทพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโดยวงเวทแปลงพลังงานที่ใช้ผ่านมือซ้ายเป็นลำดับแรก โดยวงเวทแปลงพลังมีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานใดก็ตามให้กลายเป็นพลังเวท พลังงานคอสมิกภายในอากาศรอบๆตัวจึงถูกวงเวทแปลงพลังงานเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นพลังเวททำให้เขาสามารถใช้เวทพื้นฐานได้

ถึงอย่างนั้นความเข้มข้นของพลังคอสมิกภายในอากาศกลับไม่ได้มากมาย เขาสามารถปลดปล่อยพลังเวทออกมาได้เทียบเท่าแชมเปี้ยน 1 ดาวเพียงเท่านั้น มันกลับมากพอจะฆ่านิกซ์แรบบิทรอบๆ นับว่าโชคดีที่กลุ่มใหญ่ของมอนสเตอร์เดินทางจากไปแล้วหลังจากมันฆ่าทุกคนภายในกลุ่มวอยแฮร์ไปจนหมด

แอ็กเซลที่พบว่าตนเองปลอดภัยแล้ว เขาจึงค้นศพที่นอนพิงเพื่อหายารักษา ร่างกายของเขานับว่าบาดเจ็บหนักไม่น้อยหากไม่ห้ามเลือดเอาไว้เขาจะตายจากการเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ในขณะที่สองมือกำลังควานหายา เขากลับรู้สึกแปลกบริเวณกลางหน้าอกจึงใช้มือปลดกระดุมเสื้อเพื่อดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

เมื่อเสื้อถูกแหวกออกเขาพบว่ากลางหน้าอกตนเองมีวงกลมสีดำขนาดเท่ากำปั้นแปะติดเอาไว้ สีดำของมันมืดมนราวกับหลุมไร้ก้นบึ้ง ยิ่งมองยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวต่อความมืดของมัน.

2 แอ็กเซล

“ นี่มันบ้าอะไรกัน ”

แอ็กเซลมองดูวงกลมสีดำกลางหน้าอก มันดูมืดมนราวกับเป็นหลุมไร้ก้นบึ้ง เขาจึงดึงความทรงจำส่วนหนึ่งของตนออกมาดูก่อนจะได้รู้ความจริงว่ามันคือเชื้อแปลกประหลาด สิ่งๆนี้คล้ายกับคำสาปมันจะดูดกลืนพลังชีวิตของผู้ใช้จนสุดท้ายจะต้องตายในช่วงอายุ 20 ปี

เมื่อทบทวนความทรงจำภายในหัวแอ็กเซลถึงขั้นหน้าซีด การเสียชีวิตของเขามีอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้จบชีวิตที่นี่ นอกจากบาดแผลทั่วร่างจะทำให้เขาเสียชีวิต วงกลมสีดำเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เขาตายเพราะอายุขัยได้มาถึง 20 ปีแล้ว

เปลือกตาทั้งสองปิดลงเพื่อพาจิตเข้าไปดูภายในร่างกาย เขาจำเป็นต้องกำจัดมันทิ้งให้เร็วที่สุด เพียงแต่ว่าเชื้อนี้กลับผูกติดอยู่กับพันธุกรรม หากเขาต้องการจัดการมันจะต้องเปลี่ยนโครงสร้างพันธุกรรมใหม่ ความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ที่เขาร่ำเรียนไม่เพียงพอจะเข้าใจคำว่าพันธุกรรมได้ทั้งหมด แอ็กเซลจึงรีบมองหาทางรอดของตนเองเพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

ขณะที่กำลังมองหาทางรอด เขาก็พบว่าใจกลางหน้าอกของตนเองมีแสงสว่าง เมื่อมองให้ชัดเขาพบว่าใจกลางแสงกำลังมีพลังงานไหลเข้าไปรวมกลุ่มกัน สิ่งที่กำลังปรากฎตัวต่อหน้าของเขาคือคอร์ไดฟ์ มันคือสิ่งที่เขาไม่เคยมีอยู่และไม่สามารถมีมันได้เพราะเชื้อที่เหมือนคำสาปขัดขวางไม่ให้ร่างกายของเขาสร้างมันขึ้นมา

ดูเหมือนว่าการตายหนึ่งครั้งจนทำให้วิญญาณจอมเวทได้เข้ามา จะทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงจนสามารถสร้างคอร์ไดฟ์ขึ้นมาได้

ในขณะนั้นเองพลังคอสมิกรอบๆตัวก็ถูกดูดเข้ามาในร่างปริมาณมากมายมหาศาล กลางหน้าอกของเขาเริ่มสัมผัสได้ถึงแหล่งพลังงานที่กำลังไหลเข้ามารวมตัวกันเกิดเป็นก้อนคริสตัลคล้ายกับแก่นพลังเวท

คอร์ไดฟ์ก้อนเล็กๆที่ปรากฎขึ้นหลังจากร่างกายถูกกระตุ้นนี้เอง มันเริ่มปลดปล่อยพลังงานไหลออกไปทั่วร่างกายสร้างท่อพลังงานเชื่อมต่อเข้ากับกล้ามเนื้อแต่ละส่วน

เมื่อท่อพลังหลักเกิดขึ้น ท่อพลังงานสำรองก็เริ่มแตกขยายออกไปคลุมทับร่างกายที่ใกล้ที่สุด ภายใต้การกระตุ้นของร่างกาย แอ็กเซลไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาถูกน้ำเย็นรดตั้งแต่ศีรษะไหลลงไปจนถึงส่วนขา

ปึง!

เกิดเสียงอึกทึกกลางหน้าอกบ่งบอกให้รู้ว่าคอร์ไดฟ์สร้างเสร็จแล้ว กระบวนการปลุกคอร์ไดฟ์ที่เขารับรู้มานั้นจะต้องใช้เวลายาวนานถึง 1 ชั่วโมง โดยที่ทุกคนจะต้องเข้าไปอยู่ภายในเครื่องฟอกพลังงานคอสมิกที่จะส่งพลังงานคอสมิกความเข้มข้นสูงเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอร์ไดฟ์

สำหรับเขาทุกกระบวนการกลับเรียบง่าย เพียงแค่ไม่กี่อึดใจกระบวนการทั้งหมดกลับเสร็จสิ้น แอ็กเซลจึงรีบเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู มันคือสิ่งที่แชมเปี้ยนใช้งานกันหลังจากได้รับคอร์ไดฟ์

ชื่อ: [ แอ็กเซล ] อายุ: [ 20 ปี ]
อาชีพ : [ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ]
ระดับพลัง: [ 1 ดาว 0 % ]
พลังโจมตี : [ 900 ]
สกิลอาชีพ : [เติบโต][พันธะสัญญา][อัญเชิญ][แตกหน่อ Lv.1]

ภายในหน้าต่างสถานะ สิ่งที่ปรากฎมีไม่กี่อย่าง แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกยินดีกับมันคือระดับพลัง 1 ดาวที่แสดงออกมา มันคือเครื่องยืนยันว่าเขากลายเป็นแชมเปี้ยนแล้ว

ในส่วนของพลังโจมตี 900 หน่วยคือพื้นฐานที่แชมเปี้ยนรับได้ ทุกคนสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้จากหลากหลายปัจจัยเช่น อุปกรณ์สวมใส่และทักษะ

แอ็กเซลกลับไม่มีเวลาดีใจกับการปลุกคอร์ไดฟ์มากนัก ชีวิตของเขากำลังจะจบลงในไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ เขาจึงรีบสำรวจว่ามีสิ่งใดพอจะใช้ยื้อชีวิตหรือไม่

สิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบคือสกิลอาชีพที่ได้รับพร้อมกับการเกิดของคอร์ไดฟ์

สกิลแรกเติบโตทำให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาสกิลทุกอย่างภายในหน้าต่างสถานะได้

สกิลพันธะสัญญาคือการทำสัญญากับมอนสเตอร์เพื่อให้มาเป็นข้ารับใช้ ข้อจำกัดในการทำสัญญามีเพียงระบุว่ามอนสเตอร์จะต้องเป็นธาตุไม้ ไม่มีจำนวนระบุว่าเขาทำสัญญาได้กี่ตัว

สกิลอัญเชิญคือการเรียกมอนสเตอร์พันธะสัญญาออกมารับใช้ตนเอง มันไม่ได้มีสิ่งใดพิเศษนอกจากเป็นบ้านของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญา

ในส่วนของสกิลแตกหน่อ มันคือสกิลที่มีไว้ใช้กับมอนสเตอร์พันธะสัญญา มอนสเตอร์ธาตุไม้ทุกตัวสามารถแยกตัวได้ สกิลนี้จึงมีบทบาทเร่งให้พวกมันแยกตัวเพื่อเพิ่มจำนวน โดยที่เลเวลด้านหลังสกิลแตกหน่อบ่งบอกให้รู้ว่าเขาสามารถพัฒนาต่อยอดสกิลนี้ให้สูงขึ้นไปได้

แอ็กเซลที่ทำความเข้าใจกับสกิลทั้งหมดจึงเรียกใช้งานสกิลอัญเชิญ ต่อให้เขาจะไม่เคยทำพันธะสัญญากับมอนสเตอร์ตัวใดมาก่อนก็ตาม เสียงที่อยู่ภายในหัวกลับกระซิบบอกให้เขาเปิดใช้งานมัน ทันใดนั้นด้านหน้าของเขาก็ปรากฎวังวนสีฟ้าจากกลุ่มก้อนพลังงานที่ไหลเข้าไปรวมตัวกัน เมื่อพลังงานรวมกันได้ที่สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดรูปทรงคล้ายลูกบอลขนาดเท่ากำปั้นก็ได้กลิ้งออกมาหยุดอยู่ด้านหน้าแอ็กเซล เขาไม่รอช้าคว้ามือจับไปยังร่างของมันแล้วใช้สกิลพันธะสัญญา จากนั้นก็เริ่มกัดปลายนิ้ววาดวงเวทลงไปบนผิวสีเขียวของมัน ภายใต้นิ้วที่ค่อยๆสะบัดไปมาช้าๆบนผิวทรงกลมสีเขียวก็เต็มไปด้วยลวดลายวงเวทอันซับซ้อน

“ ข้าแอ็กเซล ขอผูกพันธะโลหิตกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ”

วงเวทรอบๆสิ่งมีชีวิตก้อนกลมเปลงแสงสีแดงจ้า ทันใดนั้นอกขวาของแอ็กเซลก็ได้ปรากฎวงเวทลักษณะคล้ายกันกับที่เขาวาดลงไปบนแผ่นหนังของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาก่อนที่มันจะซึมหายเข้าไปในผิวหนังมองไม่เห็นอีก

หลังจากวงเวทพันธะโลหิตแบ่งพลังชีวิตของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญามาให้กับตนเอง แอ็กเซลสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตที่สลายหายไปกลับมาเป็นปกติแล้ว ชีวิตของเขาในตอนนี้ผูกติดกับมอนสเตอร์ในพันธะสัญญา เขาจะตายก็ต่อเมื่อมันเสียชีวิต

เมื่อรอดพ้นจากวิกฤตแอ็กเซลจึงค้นศพเพื่อหายารักษาบาดแผล เขาจำเป็นต้องห้ามเลือดและปฐมพยาบาลร่างกายเบื้องต้นเพื่อหนีออกจากที่นี่ ทันใดนั้นเองหูของเขากลับได้ยินเสียงไอพ่นยานบิน จึงหยุดค้นศพแล้วมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงพบเข้ากับยานอวกาศขนาดใหญ่กำลังบินตรงมายังตำแหน่งที่เขานอนนิ่งด้วยความรวดเร็ว

จากความทรงจำทำให้เขารู้ว่าตนเองไม่จำเป็นต้องหนีไปที่ใดอีก ยานที่กำลังส่องไฟลงมากระทบหน้าของเขาคือยานช่วยเหลือ ดูท่ากลุ่มที่เขาทำงานด้วยจะส่งสัญญาณออกไปที่สถานีเดอะเนสเพื่อให้หน่วยช่วยเหลือเดินทางมาที่นี่

เมื่อยานบินลงต่ำทิ้งระยะห่างจากพื้นราว 10 เมตร แชมเปี้ยนบนยานก็ได้กระจายตัวออกไปรอบๆสำรวจทุกอย่างด้วยท่าทางเร่งรีบ ก่อนจะเข้ามาร้องตะโกนด้านหน้าแอ็กเซลเพื่อตรวจสอบสติของเขาว่ายังดีอยู่หรือเปล่า

“ นอกจากนายแล้วมีผู้รอดชีวิตคนอื่นอีกไหม ! ”

แอ็กเซลส่ายหน้า แชมเปี้ยน 2 ดาวจึงเข้ามาหิ้วปีกเขาขึ้นไปบนยาน ระหว่างนี้แชมเปี้ยนที่กระจายไปรอบๆก็เริ่มเก็บกู้ศพขึ้นมาบนยานด้วยเช่นกัน เมื่อไม่มีผู้รอดชีวิตและศพให้เก็บอีกต่อไปนั้น ยานช่วยเหลือก็รีบบินขึ้นฟ้าไปด้วยความเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายจากการต่อสู้และศพมอนสเตอร์หลายสิบตัว

“ ไอ้หนุ่ม แกใช่ไหมที่ขอความช่วยเหลือไป ”

ชายใบหน้าดุดันบริเวณดวงตาซ้ายมีรอยฟันเดินเข้ามาสอบถามแอ็กเซล เขาจึงส่ายหน้าตอบคำถามเพราะคนที่ขอความช่วยเหลือคือหนึ่งในกลุ่มวอย์แฮร์ที่ตกตายไปแล้ว

“ แกชื่ออะไร ”

“ ผม แอ็กเซล ”

“ แอ็กเซล เราจะพานายกลับเดอะเนส ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ”

“ ผมเป็นนักศึกษาสถาบัน โนวาไพร์ม (Nova Prime) กลุ่มวอยด์แฮร์จ้างผมมาแล่เนื้อ เดิมทีผมทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านแล่เนื้อ พวกเขาเสนอเงินก้อนโตให้ผมเพื่อให้มาทำงานด้วยเพราะมีมอนสเตอร์บางตัวไม่สามารถนำร่างกลับไปได้จึงต้องแล่หนังของมันหลังจากฆ่า ”

“ โอเค ดูเหมือนแกจะไม่มีเงินจ่ายค่าจ้างให้พวกเราสินะ ไม่เป็นไรไม่ต้องตื่นตระหนก พวกฉันจะรายงานไปที่กลุ่มวอยด์แฮร์เพื่อเรียกเก็บเงินจากการเก็บศพคนของพวกเขาก็แล้วกัน ส่วนแกไว้ไปถึงเมืองเมื่อไหร่ค่อยแยกตัวออกไป ”

แอ็กเซลหลับตาพัก เขารู้สึกเหนื่อยมากจึงของีบสักพัก สำหรับมอนสเตอร์พันธะเขาเก็บมันเอาไว้แล้ว หลังจากนี้ถึงจะได้ตรวจสอบมัน จนกระทั่งยานมาถึงสถานีอวกาศที่มีรูหนอนใช้ในการเดินทางข้ามดวงดาว แอ็กเซลจึงถูกพาตัวลงยานโดยที่ร่างของเขาสามารกลับมาเดินได้แล้วจากยาที่รับเข้าไป ถึงร่างกายจะยังไม่ฟื้นฟูกลับมาเต็มร้อย เขากลับรอดจากวิกฤตแล้ว

“ ขอบคุณครับลุง ”

“ อย่าไปทำอะไรเสี่ยงๆอีก ”

แอ็กเซลยิ้มให้กับชายกล้ามโตมีรอยฟันบริเวณดวงตา หลังจากเดินลงจากยานเขาจึงมุ่งหน้าเข้าไปในสถานีขนส่งข้ามดวงดาว

สถานีที่เขาอยู่ในตอนนี้ถูกเรียกเดอะเนส หนึ่งในสถานีอวกาศบนซากของดาวโครนอสที่แตกสลายเมื่อหลายพันปีก่อน โดยที่นี่จะเชื่อมต่อไปยังสถานีอวกาศที่ใกล้ดวงดาวที่ชื่อ โนวา (Nova) หนึ่งในดวงดาวที่ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของมนุษย์ปัจจุบัน ที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา เมื่อระบบของสถานีทั้ง 2 เชื่อมต่อกันเขาสามารถเดินทางกลับดาวโนวาได้ทันที

หลังจากเข้ามาในสถานี แอ็กเซลจึงเดินมุ่งหน้าไปยังเครื่องสร้างรูหนอน เทคโนโลยีเลียนแบบที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีของอีเธอร์เอลเป็นพื้นฐาน

เมื่อเลือกตำแหน่งที่เขาต้องการเคลื่อนย้ายทางไกล แอ็กเซลจึงเดินเข้าไปยืนในเครื่องที่เหมือนกล่องกระจกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ พริบตานั้นเองเขาก็มีความรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังยืดออกไปหลายร้อยเมตร ทันใดนั้นเองภาพด้านหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปหลังจากการย้ายเสร็จสิ้น

[ ยินดีต้อนรับสู่สถานีขนส่งดาวโนวา 001 ]

การแจ้งเตือนดังขึ้นรอบด้าน แอ็กเซลจึงเดินออกมาจากเครื่องเคลื่อนย้ายทางไกล แล้วซื้อตั๋วยานเพื่อเดินทางข้ามเมืองกลับไปยังบ้านของตนเอง

----------------------------------------------------------------
“ มันอยู่ไหน! ”

ชายสะพายดาบใหญ่กวาดตามองออกไปรอบด้าน พื้นที่ราว 100 กิโลเมตรกลายเป็นซากปรักหักพังจากการต่อสู้ของแชมเปี้ยนระดับสูง เพียงแต่คนที่นอนตายกลับมีแค่ทหาร ผู้สังหารกลับหลบหนีออกไปจากที่นี่แล้ว

“ มันหนีไปได้ครับ คนของเรากำลังตามแกะรอย อีกไม่นานก็คงจะพบว่ามันเดินทางไปที่ไหน ”

“ หา นี่พวกแกปล่อยให้คนอันตรายแบบนั้นหนีไปได้อย่างนั้นเหรอ ”

ชายสะพายดาบใหญ่พูดด้วยใบหน้าโกรธ มันพยายามเดินทางมาที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว อาชญากรที่ได้รับรายงานว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีค่าหัวสูงที่สุดกลับหายไป ทั้งที่ควรจะตายภายในเงื้อมมือของมัน

“ เราพยายามปิดทางหนีเขาเต็มที่แล้วครับ แต่มันมีอาวุธแปลกประหลาดหลายอย่างเกินไปทำให้หลบหนีเจ้าหน้าที่ไปได้ ”

“ งั้นพวกแกก็ตามหามันต่อไป ฉันจะใช้วิธีของฉัน ”

ชายสะพายดาบส่งสัญญาณขึ้นไปยังยานรบลำใหญ่ที่บินอยู่เหนือหัว ไม่นานนักรบจำนวน 100 คนก็ได้สวมใส่ชุดสูทบินออกมาจากยานกระจายกำลังกันออกไปค้นหาอาชญากรผู้ที่มีค่าหัวสูงที่สุด พวกเขาจะต้องจับมันให้ได้ก่อนที่คนอื่นจะเข้ามาแย่งค่าหัวนี้ไป ภายใต้การค้นหาอันวุ่นวาย หนึ่งในทหารก็ค้นพบเส้นทางที่อาชญากรหลบหนี

“ หัวหน้าครับ เราพบว่ามันแอบขึ้นยานช่วยเหลือเดินทางไปที่เดอะเนส ”

“ บ้าจริง ถ้ามันหนีเข้าไปในดาวดวงใดดวงหนึ่งจบสิ้นแน่ ”.

3 เชื้อร้าย

เท้าทั้งสองค่อยๆก้าวเดินช้าๆมุ่งหน้ากลับบ้าน ในระหว่างเดินช้าๆแอ็กเซลจึงกวาดตามองออกไปรอบด้านเพื่อเพิ่มความคุ้นชินให้กับตนเอง

บ้านเรือนที่เขาเห็นสูงใหญ่มีหลายชั้น ตึกส่วนมากมีโครงสร้างที่ทำจากเหล็กและปูนปิดทับด้วยกระจกกั้น ภาพที่เห็นจึงดูแตกต่างจากบ้านเรือนและปราสาทโลกเวทมนตร์

จากความทรงจำของแอ็กเซล โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ไม่ได้มีเพียงใบเดียว มนุษย์ได้สร้างอาณานิคมบนดวงดาวต่างๆขึ้นมา มีทั้งหมด 7 ดวงดาวที่มนุษย์ครอบครองและเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์ 1. เทอร์รา(Terra) 2.อาร์คาเดีย(Arcadia) 3.ไพรมัส (Primus) 4.เฮลิก(Helix) 5.ไกอัส(Gaius) 6.เอเธอเรีย(Aetheria) และสุดท้ายโนวา(Nova) ดาวบ้านเกิดของเขา

ข้อมูลนี้ทำให้แอ็กเซลมั่นใจได้ว่าวิญญาณของตนไม่ได้อยู่บนโลกใบเดิมที่ชื่อดิเอิร์ธไททัน ภายในดาวทั้ง 7 ดวงที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานไม่มีพลังเวทแม้แต่น้อย เวทมนตร์เป็นแค่เรื่องเล่าในนิยายและนิทาน

บนดาวทั้ง 7 ดวงมนุษย์ใช้สิ่งที่เรียกว่าคอร์ไดฟ์เป็นแก่นพลังงาน โดยพลังที่พวกเขาเก็บสะสมเอาไว้ในคอร์ไดฟ์ถูกเรียกว่าพลังจักรวาลที่มีชื่อเรียกว่าคอสมิก

นอกจากเรื่องโลกใบใหม่และพลังงานใหม่จะทำให้เขาสนใจแล้ว สิ่งต่อไปนับว่าทำให้แอ็กเซลตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อเขารับรู้ถึงจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ไม่ได้มีเพียงดาวดวงเดียว

ในโลกของเวทมนตร์สิ่งที่เขาพบเจอมีเพียงเรื่องราวของทวีปต่างๆบนโลกเท่านั้น ความรู้ที่รับมาในครั้งนี้ทำให้เขาตื่นเต้นเนื่องจากว่ามนุษย์กำลังทำสงครามกับเอเลี่ยนที่เรียกตนเองว่า วอร์เรนไคน์(Warrenkind) เอเลี่ยนแมลงยักษ์ที่อยู่รวมกันมากมายจนไม่รู้จำนวนที่แท้จริง

การที่เขาสนใจกับสิ่งนี้เป็นเพราะมนุษย์ได้พยายามเอาชีวิตรอดจากวอร์เรนไคน์มาเป็นเวลานับพันปีแล้ว พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตแมลงโบราณล้านปีที่พยายามจะกลืนกินดวงดาวต่างๆ

วอร์เรนไคน์แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มนุษย์พยายามจะเอาชนะพวกมันมาเป็นเวลาพันปี เพียงแต่ว่าสิ่งที่มนุษย์ทำได้กลับเป็นการกระจายอาณานิคมไปยังดาวต่างๆเพื่อหลีกหนีสิ่งน่ากลัวเหล่านี้ โดยหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะแข็งแกร่งพอจะกวาดล้างพวกมัน

ความหวังของมนุษยชาติภายในดาวทั้ง 7 ดวงมุ่งเป้าไปที่เศษซากดาวโครนอสที่แตกสลาย

จากบันทึกที่มนุษย์ค้นพบ โครนอสคือดวงดาวที่ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีสูงสุดเมื่อนานมาแล้ว เผ่าพันธุ์อันแข็งแกร่งที่สร้างดาวดวงนี้ขึ้นมาคือ อีเธอร์เอล(Ethereal) ที่ถูกมนุษย์แต่งตั้งให้เป็นพระเจ้าในอวกาศ

ทุกอย่างที่อีเธอร์เอลสร้างล้วนเต็มไปด้วยพลังที่สามารถทำลายล้างได้แม้กระทั่งดวงดาว มนุษย์จึงพยายามบุกเบิกเพื่อนำเทคโนโลยีที่หลงเหลือมาปรับใช้ ไปพร้อมๆกับรับพลังที่หลงเหลือในอารยธรรมของ อีเธอร์เอล มาฝึกฝนให้เข้ากับร่างกายเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งพอจะต่อสู้กับวอร์เรนไคน์ที่พยายามกลืนกินดวงดาวนับล้านๆดวงจากทุกกาแล็กซี่

การที่มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นได้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาสนใจ เพราะความแข็งแกร่งของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ทำให้เขาเชื่อว่าตนเองมีโอกาสใช้ชีวิตที่ 2 ให้ดีกว่าเดิม นอกจากนั้นแล้วมันยังยืนยันด้วยว่าเขามีโอกาสทำลายเชื้อที่เป็นดั่งคำสาปติดอยู่กับพันธุกรรมของตนออกไปได้

“ นี่สินะ บ้าน ”

แอ็กเซลมองดูตึก 2 ชั้นทาด้วยสีขาวด้วยความคิดถึง รอบบ้านมีหน้าต่างกระจกทำให้ดูโล่งโปร่งสบาย เมื่อก้าวขาผ่านประตูรั้วเข้าไปเขาพบกับทางเดินหินเล็กๆนำทางไปจนถึงหน้าประตูทางเข้าบ้าน ด้านข้างทางเดินมีแปลงดอกไม้และต้นไม้เล็กๆจัดเอาไว้สวยงาม หากเป็นตอนเช้าคงจะสวยกว่านี้กระทั่งมาถึงหน้าประตูที่ทำจากไม้สีน้ำตาลดูทนทาน เขาจึงไขกุญแจแล้วผลักเข้าไปเบาๆ สิ่งที่รอเขาอยู่คือทางเดินไม้ทอดยาวมีไฟสีส้มดวงเล็กๆส่องพอให้เห็นทาง

ข้างประตูที่ผลักเข้ามามีชั้นวางรองเท้าตั้งอยู่ ภายในนั้นมีรองเท้าอยู่หลายคู่ เพียงแต่ว่ามันกลับมี 3 ขนาดหนึ่งคือของผู้เป็นพ่อ สองของผู้เป็นแม่ และสามของแอ็กเซลเอง

จากการจัดวางของรองเท้าทำให้เขาเห็นเพียงรองเท้าคู่เก่าของพ่อที่วางอยู่บนชั้น จึงรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้กลับบ้าน แอ็กเซลจึงถอดรองเท้าแล้วค่อยๆย่องกลับห้องตนเอง จากสภาพของเขาในตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยให้แม่เห็นได้เพราะเขาแอบออกจากเดอะเนสเพื่อไปทำงานล่าที่อันตราย

เพียงแต่ว่าเท้าของเขาที่เหยียบลงไปยังแผ่นไม้ทางเดินกลับส่งเสียงดังเบาๆ ต่อให้เขาจะพยายามลงน้ำหนักให้น้อยที่สุดมันยังเกิดเสียง ทันใดนั้นผู้เป็นแม่ที่นอนรออยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นที่อยู่ระหว่างทางเดินก็ตื่นขึ้น

แอ็กเซลที่รู้ว่าตนเองต้องโกหกแม่จึงคิดเรื่องราวภายในหัวมากมายก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายที่ส่องหน้าออกมาจากทางเดินเพื่อดูว่าลูกชายหรือสามีที่กลับมา

“ แอ็กเซลเหรอจ๊ะ ทำไมวันนี้กลับดึกจังล่ะ แล้วนั่น เสื้อผ้าลูกทำไมถึงขาดแบบนั้นกัน บาดแผลพวกนั้นอีก ” เมลด้ามองดูลูกชายด้วยใบหน้ากังวล เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้รับอุบัติเหตุใดมาจึงรีบวิ่งไปเปิดตู้ยาแล้วนำน้ำยาฟื้นฟูราคาแพงมาให้ลูกชายใช้งาน แอ็กเซลจึงส่งยิ้มน้อยๆให้แม่พลางทำตาโตเมื่อนึกได้ว่าเขาต้องตอบคำถาม

“ อ๋อ ” แอ็กเซลเปลี่ยนน้ำเสียง เขาไม่ใช่ชายชราอีกต่อไป ความทรงจำทั้งหมดได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน ทำให้เขาเป็นทั้งแอ็กเซลและจอมเวท มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะพูดกับแม่ตนเองด้วยท่าทางปกติ

“ ที่ทำงานของผมมีปัญหาเกิดขึ้น มอนสเตอร์ที่ผมต้องแล่หนังไม่ตาย มันจึงพยายามใช้ปีกตีผมผลออกมาก็อย่างที่เห็น เสื้อผ้าของผมถึงกับขาดหลุดรุ่ย บาดแผลพวกนี้ก็ได้มาจากมัน ”

“ อย่างงั้นเองเหรอจ๊ะ ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม ”

แอ็กเซลเดินไปยังจุดที่มีแสงไฟเพื่อเปิดบาดแผลให้แม่ของตนดู บาดแผลหลายแห่งตกสะเก็ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงรู้สึกเบาใจเมื่อรู้ว่าไม่มีบาดแผลใหญ่มากจนทำให้ถึงแก่ชีวิต

“ ไม่เป็นไรก็ดีแล้วจ้ะ แม่ทำอาหารเอาไว้ให้ จะให้แม่อุ่นให้ไหม ”

“ แม่ ผมขอถามบางอย่างได้ไหมครับ ” แอ็กเซลทำสีหน้าลำบาก แต่เขาอยากรู้ความจริงมากกว่านี้จึงสอบถามแม่ไปตามตรง ในความทรงจำแม่ของตนเคยเล่าเรื่องเชื้อที่เป็นดั่งคำสาปให้ฟังแล้ว มันกลับไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกแต่อย่างใด เขาจึงอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับมัน

“ มีอะไรงั้นเหรอจ๊ะ ”

“ ผมสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่กลางหน้าอก มันคืออะไรทำไมชีวิตของผมถึงอยู่ได้แค่ 20 ปี ”

บนใบหน้าของแม่ปรากฎความเศร้าสร้อย แอ็กเซลรู้ได้ในทันทีเลยว่าอีกฝ่ายรู้ถึงเรื่องนี้และทำใจเอาไว้แล้ว การที่เธอปล่อยให้ลูกชายได้ทำตามใจตนเองเป็นเพราะเวลาของเขาเหลือน้อยแล้ว ในความทรงจำแอ็กเซลไม่พบเหตุการณ์ไหนเลยที่แม่ของตนห้ามไม่ให้ทำในสิ่งที่ต้องการ เธอสนับสนุนตลอดเพราะรู้ว่าเชื้อจะฆ่าเขาในตอนอายุ 20 ปี ซึ่งเขาก็ทำหลายอย่างเพื่อใช้ชีวิตให้ดี โดยไม่ทำให้แม่เป็นห่วง

“ งั้นแม่จะอุ่นอาหารให้กินก็แล้วกัน ลูกนั่งรอก่อนนะ ”

แอ็กเซลเดินไปเปิดตู้เย็น มีหลายครั้งที่แม่ของเขาพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นเชื้อติดตัวของเขาและเธอจนทำให้เขารู้ว่าตนเองอยู่ได้แค่ 20 ปี

ครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะดูเหมือนว่าการคุยจะใช้เวลายาวนาน กระทั่งอาหารทั้งหมดอุ่นได้ที่แอ็กเซลจึงรับข้าวจากแม่แล้วเริ่มตักอาหารไปพร้อมกับฟังอีกฝ่าย

“ แม่ไม่รู้อะไรมากนัก มันไม่มีการจดเป็นลายลักษณ์อักษรมีเพียงการเล่าปากต่อปาก แม่ได้รู้เรื่องนี้มาจากยายของลูก ซึ่งยายของลูกก็ได้ยินเรื่องนี้มาจากยายทวดของลูก ”

“ ทำไมไม่จดมันลงไปในหนังสือล่ะครับ ข้อมูลจะได้ไม่ผิดเพี้ยน ”

“ มันเป็นข้อห้ามที่ยายของลูกและยายทวดบอกมาจ้ะ แม่ก็เลยไม่กล้าทำเพราะมันคือข้อห้าม ยายเล่าว่าถ้าหากเราจดบันทึกสิ่งนี้เอาไว้ สักวันมันจะทำให้เราตกที่นั่งลำบาก ซึ่งแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความลำบากนั้นคืออะไร รู้แค่ว่ามันอาจจะทำให้เชื้อสายตระกูลของเราที่มีมาช้านานขาดลงไปได้ ”

แอ็กเซลเริ่มเกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเชื้อไวรัส มันฆ่าเพียงแค่ทาญาติผู้ชาย สำหรับผู้หญิงยังคงใช้ชีวิตปกติทั่วไป นอกจากนั้นแล้วกลางหน้าอกแม่ยังไม่มีวงกลมสีดำเหมือนกลางหน้าอกของเขา

“ แม่ครับ ทำไมมันถึงฆ่าแค่ผู้ชายด้วยล่ะ ”

“ ยายของลูกเล่าว่าเชื้อนี้ฆ่าแค่ผู้ชายในสายเลือดก็เพราะต้องการตัดตอนไม่ให้มีนักรบผู้แข็งแกร่งปรากฎตัวขึ้นมา ”

“ หมายความว่าเชื้อนี้มีไว้เพื่อฆ่าผู้ชายในตระกูลของเราเพื่อไม่ให้มีนักรบที่แข็งแกร่งถือกำเนิด ”

แอ็กเซลสำรวจร่างกายของตนเอง เขารู้สึกได้ถึงพละกำลังที่เหมือนจะดีกว่าคนทั่วไปทั้งๆที่เขาเป็นแค่ระดับ 1 ดาวแล้วมีร่างกายผอมแห้งราวกับคนป่วย คำพูดของแม่ทำให้เขารู้ว่าตระกูลของตนเองแข็งแกร่งมากโดยเฉพาะผู้ชาย แต่กลับถูกบางอย่างสาปไม่ให้มีผู้ชายอายุเกิน 20 ปี การไม่จดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรคงเพราะกลัวว่าคนที่ทำเช่นนี้กับตระกูลของเขาจะพบตัวแล้วลงมือฆ่าตัดตอนอีกครั้ง

“ ใช่แล้วจ้ะ ผู้ชายทุกคนที่มีสายเลือดเดียวกันกับแม่จะต้องตายตอนอายุ 20 ปี ไม่มีใครสามารถหลีกหนีจากเชื้อนี้ได้ ”

แอ็กเซลสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงสั่นกลัวจากแม่ เธอคงกดดันเพราะไม่รู้ว่าเขาจะตายจากไปเมื่อไหร่ แอ็กเซลจึงยื่นมือไปกุมมือของแม่แล้วยิ้มให้กำลังใจ ตนเองจะไม่ตาย ชีวิตที่ 2 มีเรื่องน่าสนใจให้ทำมากมาย ต่อให้เขาจะโกรธแค้นเหล่าอัศวินก็ตาม โลกที่เขาเคยอยู่ไม่มีทางกลับไปแก้แค้นได้ ดังนั้นเขาจึงต้องเริ่มต้นใหม่กับหลายอย่างที่ไม่คุ้นเคย

“ ผมจะไม่ตาย แม่เชื่อผมไหม ”

ผู้เป็นแม่พยักหน้าขึ้นลง ก่อนที่เธอจะทำหน้าเข้มแข็งเพื่อให้กำลังใจลูกชายได้ใช้ชีวิตอยู่ต่อ

หลังจากคุยกับแม่แอ็กเซลจึงกลับขึ้นห้อง เขาต้องการข้อมูลมากกว่านี้จึงต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูลหลายๆอย่างเพื่อยืนยันความทรงจำภายในหัว.

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...