โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร’แม่หมอสมุนไพร สตรีเหล็กแห่งรั้ว‘อภัยภูเบศร’

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

‘ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร’แม่หมอสมุนไพร สตรีเหล็กแห่งรั้ว‘อภัยภูเบศร’

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2568 ขอพูดถึงหนึ่งในสตรีผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการสมุนไพรไทยมายาวนานกว่า 40 ปี จนได้รับฉายาว่า “แม่หมอสมุนไพร” นั่นคือ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หรือ ดร.ต้อม เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้บุกเบิกการนำสมุนไพรเข้าสู่ระบบสาธารณสุขไทยและผลักดันให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

#บุกเบิกการพัฒนายาสมุนไพรไทย

ดร.สุภาภรณ์ เริ่มต้นพัฒนายาสมุนไพรในโรงพยาบาลตั้งแต่ปี 2526 โดยเริ่มจาก ผลิตภัณฑ์เสลดพังพอนตัวเมีย หรือ “พญายอ” สำหรับรักษาโรคเริมและงูสวัด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยที่มีการศึกษาเรื่องนี้ ก่อนจะขยายงานวิจัยไปยังสมุนไพรชนิดอื่น ๆ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์มากมายที่ใช้ในวงการแพทย์แผนไทยในปัจจุบัน

ดร.สุภาภรณ์ ยังเป็นผู้เสนอแนวคิด “เมืองสมุนไพรไทย” (Herbal City) ให้บรรจุในแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560-2564 เพื่อให้สมุนไพรไทยก้าวไปสู่ระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

#วิสัยทัศน์ด้านสมุนไพรและแนวคิด “บิ๊กดาต้า”

ดร.สุภาภรณ์เชื่อว่า การจะทำให้สมุนไพรไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก ต้องมี กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแรงและเป็นระบบ จากนั้นจึงค่อยสร้างสมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ แต่การพัฒนานี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง จึงต้องการเชื่อมฐานข้อมูลสมุนไพรที่สะสมมาตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาเป็น “บิ๊กดาต้า” สำหรับส่งต่อให้คนรุ่นหลัง นำไปใช้วิจัยและต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

#จุดพลิกผัน: จากวิกฤติเศรษฐกิจสู่รากฐานความมั่นคงทางสมุนไพร

ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เป็นช่วงที่ทำให้ดร.สุภาภรณ์ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะใช้ความรู้ด้านสมุนไพร ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เธอจึงก่อตั้ง มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และออกเดินทางไปเก็บรวบรวมสมุนไพรตามชนบท เพื่อนำมาศึกษาและวิเคราะห์

นี่คือ จุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสมุนไพร และเป็นรากฐานที่ทำให้วงการสมุนไพรไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

#ความท้าทายของสมุนไพรไทยในระบบสาธารณสุข

ปัจจุบัน ประเทศไทยใช้ยาในระบบสาธารณสุข ประมาณ 70,500 ล้านบาท โดยเป็น ยาแผนตะวันตกถึง 69,000 ล้านบาท และเป็น ยาสมุนไพรเพียง 1,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้ มีการใช้ในระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพียง 400 ล้านบาท ทั้งที่สมุนไพรไทยหลายชนิดมีคุณภาพและมาตรฐาน

ดร.สุภาภรณ์ จึงมุ่งมั่นผลักดันให้สมุนไพรไทย ได้รับการยอมรับมากขึ้น และสามารถทดแทนการนำเข้ายาจากต่างประเทศ

#อภัยภูเบศร: โมเดลต้นแบบเกษตรอินทรีย์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

อภัยภูเบศรได้รับการยอมรับว่าเป็น ผู้นำการพัฒนาสมุนไพรไทยในระดับสากล และได้พัฒนา โมเดลชุมชนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ ที่ใช้ทรัพยากรป่าอย่างยั่งยืนมาต่อเนื่องกว่า 20 ปี แนวทางนี้ รักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดย เก็บเกี่ยวสมุนไพรจากป่าในปริมาณที่เหมาะสม, ส่งเสริมการปลูกทดแทนด้วยสายพันธุ์ดั้งเดิม,ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์,ใช้เครื่องมือที่ไม่ทำลายรากหรือโครงสร้างพืช ฯลฯ ทำให้อภัยภูเบศรสามารถผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล ลดการนำเข้ายา และสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน

#แรงบันดาลใจ: ภารกิจเพื่อสมุนไพรไทยและภูมิปัญญาโบราณ

แรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ ดร.สุภาภรณ์ ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสมุนไพรและภูมิปัญญาโบราณ มาจาก “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ที่ยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

จึงได้ริเริ่ม โครงการพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ซึ่งกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสมุนไพรที่มีชื่อเสียง ทั้งในไทยและต่างประเทศ เปิดให้ผู้คนเข้าชมมากว่า 30 ปี นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดทำ หนังสือบันทึกเรื่องราวของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และการเดินทางของสมุนไพรไทย เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้คนรุ่นใหม่ศึกษาและสืบทอดต่อไป

#ปณิธานของ “แม่หมอสมุนไพร”

“คนเรากำหนดทิศทางชีวิตให้ถูก แล้วเดินต่อไปเรื่อย ๆ สักวันก็จะถึงจุดหมายได้เอง สำคัญคือเราต้องไม่หยุดเดิน และต้องรู้ว่าเรากำลังเดินไปไหน”

ดร.สุภาภรณ์ย้ำเสมอว่า ในฐานะเภสัชกร มีความฝันว่าอยากให้คนไทยพึ่งพาตัวเองได้ในเรื่องยา และเชื่อมั่นว่าสมุนไพรไทยสามารถเป็นทางเลือกสำคัญของระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต

อาจกล่าวได้ว่า ดร.สุภาภรณ์ เป็นผู้บุกเบิกวงการสมุนไพรไทยตัวจริง ที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อพัฒนาและผลักดันให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล เป็นแบบอย่างของ นักวิทยาศาสตร์และนักพัฒนา ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นสตรีผู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

ดร.สุภาภรณ์ ไม่เพียงสร้างความเปลี่ยนแปลงในแวดวงการแพทย์แผนไทย แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ให้เห็นถึงคุณค่าของภูมิปัญญาไทย และศักยภาพของสมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพของคนไทยและเศรษฐกิจของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...