โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมียนมาเผชิญปัญหาอาคารถล่มซ้ำ จากโครงสร้างไม่แข็งแรง ดับเพิ่ม 2,886

JS100

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 08.23 น. • JS100:จส.100
เมียนมาเผชิญปัญหาอาคารถล่มซ้ำ จากโครงสร้างไม่แข็งแรง ดับเพิ่ม 2,886

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สำนักงานดับเพลิง และองค์กรสิทธิมนุษยชนของเมียนมา เปิดเผยว่า อาคารบ้านเรือนหลายแห่งในเมียนมาที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรง ยังคงทรุดตัว-ถล่มลงอย่างต่อเนื่อง 5 วัน หลังเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ในเมืองมัณฑะเลย์ ทางภาคกลางของเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว(28 มี.ค.) เสี่ยงทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับอันตราย ขณะทำการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากใต้ซากอาคาร ก่อนหน้านี้ มีโรงแรม 2 แห่งถล่มลงมาในเมืองมัณฑะเลย์เมื่อคืนวันจันทร์(31 มี.ค.)

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเมียนมายังได้โพสต์คลิปวิดีโอที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ชาวเมียนมาและทีมกู้ภัย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แสดงให้เห็นวินาที ขณะทีมกู้ภัยในกรุงเนปีดอว์ช่วยชีวิตชายคนหนึ่งออกจากใต้ซากบ้านเรือนราวปาฎิหาริย์เมื่อเช้าวันนี้(2 เม.ย.) หลังติดอยู่ใต้ซากบ้านกว่า 100 ชั่วโมง โดยชายดังกล่าวมีสภาพอิดโรยและผมกระเซอะกระเซิง ถูกทีมกู้ภัยดึงออกจากช่องอากาศ ระหว่างแผ่นคอนกรีตที่แตก ท่ามกลางเสียงปรบมือดีใจของทีมกู้ภัย

ด้านนนายมิเชล ดันฟอร์ด ผู้อำนวยการประจำเมียนมาจากโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Food Programme)ระบุว่า ตราบเท่าที่ยังมีแรงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อก อาจจะทำให้อาคารที่ไม่แข็งแรงถล่มลงมา ซึ่งอาจจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก ขณะเดียวกัน ชาวบ้านหลายคนนอนอยู่ในที่โล่งบนถนน หรือสวนสาธารณะ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังรู้สึกหวาดผวา ไม่กล้ากลับไปนอนในบ้าน

รัฐบาลทหารเมียนมา ระบุตัวเสียชีวิตอยู่ที่ 2,886 ราย มีผู้บาดเจ็บ 4,639 คน และมีผู้สูญหาย 373 คน พร้อมคาดว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

#เหตุแผ่นดินไหวเมียนมา

#เหตุอาคารทรุดถล่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...