โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้นกู้ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น ไม่มี ‘บิ๊กธุรกิจ’ เบี้ยวหนี้-แห่ขายรายย่อยพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 01.09 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 01.09 น.

“สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” ชี้สถานการณ์ตลาดหุ้นกู้ไทยเริ่มดีขึ้น เผยต้นปี’68 มีบอนด์ออกใหม่ 1.83 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 3.8% สูงกว่ายอดโรลโอเวอร์ 1.5 หมื่นล้าน จากที่ไม่มีรายใหญ่เบี้ยวหนี้-แรงกดดันต้นทุนดอกเบี้ยผ่อนคลายลง พบผู้ออกแห่ขายรายย่อยพุ่ง หลังกลุ่ม “สหกรณ์” ถูกจำกัดลงทุน คงคาดการณ์ยอดออกหุ้นกู้สิ้นปี 8.5-9 แสนล้านบาท ฟาก “กรุงไทย” ชี้ตลาดหุ้นกู้มุ่งเป้าระดมเงินทุนจากประชาชนทั่วไปมากขึ้น

นางสาวศิรินารถ อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2568 นี้ ภาพการระดมทุนในตลาดหุ้นกู้ ถือว่าค่อย ๆ มีพัฒนาการปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบปี 2567

โดยในไตรมาสแรก (ณ 21 มี.ค.) มียอดการออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 1.83 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) รวมถึงปีนี้ยอดออกหุ้นกู้ใหม่สูงขึ้นทุกเดือนเมื่อเทียบกับยอดครบกำหนดไถ่ถอน (โรลโอเวอร์)

“ยอดออกหุ้นกู้สูงกว่ายอดที่ต้องโรลโอเวอร์ ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท สะท้อนสถานการณ์ในภาพรวมของผู้ออกหุ้นกู้สามารถโรลโอเวอร์ได้ โดยผู้ออกหุ้นกู้แต่ละเรตติ้งสามารถขายหุ้นกู้ใหม่ได้ราว 70-100% และผู้ออกหุ้นกู้บางส่วนมีการระดมทุนเพิ่มเติม ซึ่งต้นปีนี้มีผู้ออกรายใหม่เข้ามาระดมทุน 2 ราย ดังนั้น ตลาดหุ้นกู้โดยรวมไม่ได้แย่ลง แต่ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เห็นเซ็กเตอร์ไหน น่ากังวลเป็นพิเศษ แม้แต่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็ยังสามารถออกขายหุ้นกู้ใหม่ได้มาก”

โดยสถานการณ์ที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบรรยากาศในตลาดหุ้นกู้ช่วงนี้ไม่ค่อยมีข่าวเชิงลบ หรือข่าวบริษัทรายใหญ่มีการผิดนัดชำระหนี้ ถือได้ว่าช่วยลดความกังวลให้กับนักลงทุนได้มาก แม้ว่าในปัจจุบันจะยังมีบริษัทรายเล็ก ๆ ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Nonrated) บางรายขอยืดอายุจ่ายหนี้อยู่บ้าง แต่ไม่ได้กระทบเซนติเมนต์ตลาดโดยรวม เพราะนักลงทุนเข้าใจว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และสถานการณ์ไม่ได้ลุกลามเลวร้าย จำกัดเฉพาะผู้ออกแค่บางกลุ่มเท่านั้น

“อีกเหตุผลหนึ่งคือ แรงกดดันจากต้นทุนดอกเบี้ยผ่อนคลายลง โดยต้นทุนการกู้ยืมของผู้ออกหุ้นกู้ รุ่นอายุ 5 ปี พบว่าปรับตัวลดลงสอดคล้องตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Yield) ที่ปรับลงเกือบ 30 bps เมื่อเทียบจากสิ้นปี 2567”

นางสาวศิรินารถกล่าวว่า ในปีนี้สังเกตเห็นว่า ผู้ออกหุ้นกู้หันมาเสนอขายหุ้นกู้แก่นักลงทุนรายย่อย (PO) เพิ่มขึ้นมาก เพราะเกณฑ์การลงทุนใหม่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่มีผลตั้งแต่ปลายปี 2567 ที่จำกัดวงเงินการลงทุนของสหกรณ์ในหุ้นกู้และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น รวมกันต้องไม่เกิน 1 เท่าของทุนเรือนหุ้นบวกทุนสำรอง ซึ่งกระทบกลุ่มสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่ลงทุนหุ้นกู้เกิน 1 เท่าอยู่แล้ว ไม่สามารถซื้อหุ้นกู้ใหม่เพิ่มได้

“ถึงปีนี้ ยังคงคาดการณ์มูลค่าการออกหุ้นกู้ใหม่ อยู่ที่ 8.5-9 แสนล้านบาท โดยในช่วงที่เหลือ นับจากวันที่ 24 มี.ค.ไปจนถึงสิ้นปีนี้ จะมีมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนรวม 703,099 ล้านบาท ทั้งนี้ สมาคมจะมีการแถลงข่าวทิศทางตลาดตราสารหนี้ไทยช่วงไตรมาส 1/2568 และแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี ในวันที่ 3 เม.ย.ที่จะถึงนี้”

กราฟิก หุ้นกู้

นางสาวศิรินารถกล่าวอีกว่า ในส่วนสถานการณ์เงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในตลาดตราสารหนี้ไทย (บอนด์) ปีนี้ พบว่าจากต้นปีจนถึง 21 มี.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิบอนด์ไทยประมาณ 6,700 ล้านบาท เห็นสัญญาณไหลเข้าต่อเนื่อง ตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. โดยเริ่มเข้าซื้อบอนด์สั้นก่อนในเดือน ม.ค. เพื่อหลบความผันผวนจากนโยบายภาษีและเก็งกำไรค่าเงินบาท พอเข้าสู่เดือน ก.พ.-มี.ค. เห็นการโยกย้ายเงินเข้าซื้อบอนด์ยาว

“แนวโน้มยังมีโอกาสจะเห็นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าบอนด์ต่อได้ จากความผันผวนและความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐจะเกิดภาวะถดถอย”

นายสงวน จุงสกุล ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจสายงานตลาดเงินและตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ยอดคงค้างหุ้นกู้ในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ข้อมูลจนถึง ณ 21 มี.ค. อยู่ที่ 1.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 34% ของทั้งระบบที่ 4.23 ล้านล้านบาท โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนโควิด สะท้อนว่าตลาดหุ้นกู้มุ่งเป้าระดมเงินทุนจากประชาชนทั่วไปมากขึ้น

“เรตติ้งหุ้นกู้กลุ่มไฮยีลด์ (ต่ำกว่า BBB-) มียอดคงค้าง 1.8 แสนล้านบาท ปรับลดลง 12% จากสิ้นปี 2567 สะท้อนว่าหุ้นกู้กลุ่มเสี่ยงสูงยังถดถอยต่อเนื่อง และพฤติกรรม Search for Yield ในกลุ่มนี้ยังไม่กลับมา คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักระยะให้กระบวนการ Deleverage (ลดหนี้) ในกลุ่มไฮยีลด์ดำเนินไปอีกสักระยะ รวมทั้งแสวงหาแหล่งระดมทุนจากสถาบันการเงินหรือผู้ถือหุ้นเข้ามาทดแทนจนนิ่งสักระยะก่อน”

นายสงวนกล่าวว่า ตลาดพันธบัตรไทยปีนี้ยังเป็นปีทอง เพราะไตรมาสแรกปีนี้ให้ผลตอบแทนต่อปี +9.5% (ณ 21 มี.ค.) จากปีที่แล้ว +7.5% หลังการลดดอกเบี้ยนโยบายแบบผิดคาดในเดือน ก.พ. พร้อมด้วยท่าทีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ลดความกังวลเรื่องการก่อหนี้ แต่ให้น้ำหนักกับเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

“ขณะนี้ตลาดเชื่อว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง คาดในเดือน มิ.ย. และไตรมาส 4 ลงไปอยู่ที่ 1.50% และมีบางสำนักวิจัยคาดไปอยู่ที่ 1.25% หรือ 1.00%” นายสงวนกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดหุ้นกู้ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น ไม่มี ‘บิ๊กธุรกิจ’ เบี้ยวหนี้-แห่ขายรายย่อยพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...