โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจ้งตามหาญาติ อุบัติเหตุหมู่ รถชนกัน 3 คัน เสียชีวิตแล้ว 8 ราย ถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 สุดสลด เพิ่งโพสต์ถอยรถมาใหม่เพียง 6 วัน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 00.56 น. • สยามนิวส์
แจ้งตามหาญาติ อุบัติเหตุหมู่ รถชนกัน 3 คัน เสียชีวิตแล้ว 8 ราย ถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 สุดสลด เพิ่งโพสต์ถอยรถมาใหม่เพียง 6 วัน

เมื่อเวลาประมาณ 22.10 น. วันที่ 24 เม.ย. 2568 ศูนย์วิทยุพระนครได้รับรายงานอุบัติเหตุหมู่ บริเวณจุดจอดรถฉุกเฉิน บนถนนมอเตอร์สาย 7 ช่วง กม. 23+500 ขาออก มุ่งหน้า จ.ชลบุรี ก่อนถึงด่านลาดกระบัง ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุในช่องทางซ้ายสำหรับจอดรถฉุกเฉิน พบรถที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ทั้งหมดสามคัน คันแรกเป็นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ บรรทุกน้ำมันพืช จอดอยู่ในสภาพด้านท้ายรถมีร่องรอยการถูกชนอย่างแรงจนได้รับความเสียหาย โดยมีรถนั่งส่วนบุคคล 7 ที่นั่ง ยี่ห้อเชฟโรลเลต แคปติวา สีขาว หมายเลขทะเบียน 6161 อุดรธานี อยู่ตรงกลางในสภาพพังยับเยินจนบี้แบนทั้งคัน ส่วนคันก่อเหตุคือรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ หมายเลขทะเบียน หัวลาก 73-1430 ชลบุรี อยู่ในสภาพพังยับเยินเช่นกัน

จากการตรวจสอบภายในรถยี่ห้อเชฟโรลเลต แคปติวา สีขาว หมายเลขทะเบียน 6161 อุดรธานี พบร่างผู้เสียชีวิตหลายราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ต้องระดมเครื่องตัดถ่างหลายชุดเข้างัดและถ่างซากรถคันนี้เพื่อตรวจสอบภายในรถและก็พบร่างผู้โดยสารที่นั่งมาในรถรวมทั้งหมด 8 ราย เจ้าหน้าที่จึงนำร่างออกมาตามลำดับ ดังนี้

รายที่ 1 เป็นเด็กหญิง อายุประมาณ 2-3 ขวบ จุดที่พบเบาะหลังซ้าย

รายที่ 2 เพศหญิง วัยกลางคน จุดที่พบเบาะหลังซ้าย พบร่างคู่กับเด็ก

รายที่ 3 เบาะซ้ายข้างคนขับ เพศหญิงวัยกลางคน

รายที่ 4 เด็กหญิง อายุ 2-3 ขวบ เบาะหลัง

รายที่ 5 เบาะหลังซ้ายเด็กชาย อายุประมาณ 10 ขวบ

รายที่ 6 เพศหญิง เบาะหลังซ้าย

รายที่ 7 เพศหญิง

รายที่ 8 เพศชาย พบร่างตรงตำแหน่งคนขับ

นอกจากนี้ ยังพบชิ้นส่วนมนุษย์ ทั้งแขนและขา รวมถึงศีรษะบางส่วน ยังไม่ทราบเพศ รอตรวจการตรวจสอบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอีกครั้ง โดยร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งยังนิติเวชสถาบันรามาจักรกรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ

นอกจากนั้น ที่เกิดเหตุยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย คือ นายเสน่ห์ ดอกตะเคียน อายุ 60 ปี คนขับรถบรรทุกคู่กรณีที่มาชนท้าย และอีกสองราย คือ ดญ.พิมพ์ลภัส อายุ 12 ปี และน.ส.หทัยมาศ อายุ 18 ปี สองคนนี้เป็นผู้โดยสารที่มากับรถเก๋ง ทั้ง 3 รายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9

ด้าน นายเจตน์ สุขกลิ่น อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุช่วงแรกบอกว่า ทันทีที่เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บเป็นเด็กหญิงสองรายกระเด็นออกมาจากตัวรถจึงปฐมพยาบาลและพาตัวส่งโรงพยาบาล โดยจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บนั่งมาในรถและกำลังเดินทางไปหาพ่อกับแม่ที่อยู่ในจังหวัดระยองโดยมีน้าและอามารวมถึงหลานสาวรวมทั้งหมด 10 คน ซึ่งเด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคนเป็นจังหวะที่ลงมายืนท้ายรถเพื่อเปลี่ยนแพมเพสให้กับหลานและกำลังจะพากันขึ้นรถเดินทางต่อแต่มาประสบอุบัติเหตุถูกชนท้ายจนกระเด็น

ขณะที่ นายกวางแก้ว จันทร์ปทุม อายุ 51 ปี คนนี้เป็นคนขับรถบรรทุกน้ำมันพืชที่จอดคันแรก เจ้าตัวบอกว่า ตนเองและภรรยาขับรถบรรทุกน้ำมันพืชจากจังหวัดชุมพรเพื่อจะไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดปราจีนบุรี จนมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นช่องทางจอดรถฉุกเฉินจึงพากันจอดรถหวังจะทานข้าวกันในรถ แต่พอจอดได้ไม่ถึง 5 นาทีก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งความแรงของการชนทำให้รถขยับไถลไปข้างหน้าหลายสิบเมตร

พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผู้กำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น รถเก๋งคันนี้โดยสารมาทั้งหมด 10 คน มาจากกรุงเทพมหานคร กำลังมุ่งหน้าไปหาญาติที่จังหวัดระยอง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถบรรทุกจอดอยู่ด้านหน้าในช่องทางฉุกเฉินหรือจุดพักรถชั่วคราวอยู่ก่อนหนึ่งคัน คนขับจึงได้จอดรถต่อท้าย เพื่อให้คนในรถลงมาหยิบแพมเพสมาเปลี่ยนให้เด็กบนรถ

ต่อมา ได้มีรถบรรทุกอีกหนึ่งคันวิ่งเข้ามาในช่องทางฉุกเฉินและพุ่งชนท้ายเข้ากับรถคันเกิดเหตุอย่างรุนแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว ส่วนรายละเอียดทางด้านพนักงานสอบสวนจะได้เข้าสอบปากคำคนขับและผู้บาดเจ็บอีกครั้งพร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความประกาศตามหาญาติผู้เสียชีวิต โดยพบว่ารถยนต์เอสยูวีคันดังกล่าวมีการโพสต์ข้อความไว้เมื่อประมาณ 6 วันที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุโดยระบุ เพิ่งซื้อรถคนเกิดเหตุมา พร้อมกับป้ายทะเบียนที่ตรงกับรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...