คริส ลาออกหัวหน้าพรรคเส้นด้าย เปิดทางผู้นำใหม่ พร้อมชนทั้งระบบ ปัดหมดศรัทธากับพรรค
คริส โปตระนันทน์ ลาออกหัวหน้าพรรคเส้นด้าย เปิดทางคนใหม่ พร้อมชนทั้งระบบ พาประเทศหลุดพ้นวงจรความกลัว ยันไม่ได้หมดศรัทธากับพรรค
เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายคริส โปตระนันทน์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว คริส โปตระนันทน์ – Chris Potranandana ถึงการ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเส้นด้าย เปิดทางให้สมาชิกเลือกคนที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าจะเป็นสมาชิกพรรคเส้นด้ายต่อไป
นายคริสระบุกรณี จดหมายลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเส้นด้าย ความว่า
พรรคเส้นด้ายก่อตั้งขึ้นจากความหวัง ความหวังที่ว่าประชาชนธรรมดา สามารถรวมพลังกันขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ ไม่ใช่ด้วยการใช้อำนาจ ไม่ใช่ด้วยเงินทุนมหาศาล แต่ด้วยการยืนหยัดในความจริง ด้วยความตั้งใจ และด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อระบบที่บิดเบี้ยว
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นพรรคเส้นด้ายค่อยๆ เป็นที่รู้จักในสังคม จากพรรคเล็กที่ไม่มีใครนึกถึง กลายเป็นพรรคที่มีคนพูดถึงในทุกพื้นที่ จุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว คือเหตุการณ์ที่ ส.ก.พีรพล กนกวลัย เลขาธิการพรรค กล้าพูดถึงประเด็นที่ไม่มีใครกล้าพูด เรื่อง “ศพใต้ตึก สตง.” กับ “คนไทยที่ยังรอความยุติธรรม”
ในขณะที่หลายฝ่ายเลือกจะเงียบ เลือกจะรักษาภาพลักษณ์ เราเลือกพูดความจริง และนั่นทำให้คนจำนวนมากหันมาฟังเรา ประชาชนหลายพันคนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคเส้นด้ายในเวลาไม่กี่วัน จากพรรคเล็กๆ ที่เคยมีสมาชิกไม่ถึงหลักพัน วันนี้เรามีสมาชิกเกิน 10,000 คนแล้ว
ผมเชื่อว่าการเติบโตของพรรค ควรสะท้อนเจตจำนงของประชาชน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง และนั่นคือเหตุผลที่ผมขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเส้นด้ายในวันนี้
เพราะพรรคที่เชื่อในประชาธิปไตย ต้องเปิดพื้นที่ให้กับการเลือกตั้งภายในพรรค ให้สมาชิกใหม่ได้ร่วมกำหนดอนาคตของพรรคด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งอยู่เหนือเสียงของมวลชน
เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2568 จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคเส้นด้าย ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ พอดี พรุ่งนี้ผมจะไปใช้สิทธิในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่งด้วย ผมหวังว่าการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้จะลุล่วงไปด้วยดี และด้วยหนทางประชาธิปไตย เราจะได้หัวหน้าพรรคที่เหมาะสม กับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน
ผมขอเป็นคนแรกที่ยอมสละตำแหน่ง เพื่อยืนยันว่าเส้นด้ายยังคงเป็นพรรคที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะไม่ง่าย แต่ผมเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกผู้นำใหม่ คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดของพรรคในระยะยาว
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องพูดความจริงอีกเรื่องหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเทศไทยวันนี้ กำลังเข้าสู่วิกฤตหลายระลอก ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่สังคม แต่คือ อธิปไตยของชาติ
สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติ ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันก็กำลังจะปะทุ หากสงครามเกิดขึ้นในคาบสมุทรจีนใต้หรือคาบสมุทรเกาหลี ประเทศไทยจะกลายเป็น “หมากตัวเล็ก” ในวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่มีใครไว้ชีวิต
คำถามคือ…
ใครในแวดวงการเมืองไทยวันนี้ ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความเสี่ยงระดับโลกแบบนี้? ใครที่ไม่ยอมขายความเป็นกลางของไทยให้มหาอำนาจใด? ใครที่กล้าเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากภายนอกโดยไม่ยอมก้มหัว?
ผมไม่เห็นคำตอบจากหัวหน้าพรรคใดในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น นายกฯอุ๊งอิ๊ง หรือเท้ง ผู้นำแห่งพรรคส้ม พวกเขาอาจจะเก่งเรื่องการตลาด การพูดใน TikTok แต่ในสนามความมั่นคง พวกเขายังไม่แม้แต่จะเริ่มต้นคิดอย่างเป็นระบบ
ประเทศไทยกำลังถูกบีบจากภัย ทั้งจากภายนอกและภายใน ภัยจากภายนอก เราเสี่ยงต่อการตกเป็นเบี้ยล่างทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ภัยจากภายใน เรากำลังถูกกัดกินอธิปไตยจาก “ระบบใต้โต๊ะ”
ณ ปัจจุบัน แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลกำลังหลั่งไหลเข้ามาในประเทศอย่างหยุดไม่อยู่ ว่ากันว่า วันนี้แรงงานเถื่อนเหล่านี้มีตัวเลขกว่า 10 ล้านคน และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ เจ้าหน้าที่รัฐของเรานั่นแหละที่เปิดประตูให้ต่างด้าว ไม่ใช่ด้วยความไม่รู้ แต่ด้วย “สินบน” และผลประโยชน์ที่แบ่งกันอย่างเงียบๆ
สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ “แรงงานราคาถูก” แต่คือความเสียหายต่อระบบแรงงานไทยโดยรวม
ค่าจ้างไม่ขยับ คนไทยไม่มีงานทำ งานในมือหลุดไปต่างด้าว และเมื่อพูดเรื่องนี้ ก็จะมีบางคนออกมาด่าว่า “เหยียดชาติพันธุ์” ทั้งที่ความจริงคือ “เรากำลังเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจ”
ในอดีต ถ้าศัตรูจะเข้าประเทศไทย พวกเขาต้องแลกด้วยเลือด แต่วันนี้ ศัตรูเดินเข้ามาได้ง่ายกว่าซื้อของออนไลน์ และเจ้าหน้าที่คนไทยบางคนก็คือผู้เปิดประตูให้
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลชุดนี้ของพรรคเพื่อไทย ยังแสดงความใกล้ชิดกับรัฐบาลกัมพูชา ทั้งที่ทหารเขมรเพิ่งล้ำแดน และมีการร้องเพลงชาติเขมรในดินแดนไทย ถามจริงๆ ประเทศไหนในโลกที่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น โดยไม่มีคำตอบจากรัฐบาล?
รัฐบาลชุดนี้ไม่เพียงอ่อนแอทางความมั่นคง แต่ยังอ่อนแอทางศักดิ์ศรีแห่งชาติ
เพราะเหตุนี้ทั้งหมด ผมจึงเชื่อว่าพรรคเส้นด้ายต้องการผู้นำคนใหม่ คนที่เด็ดขาดกว่าผม แข็งแกร่งกว่า พร้อมชนทั้งระบบ และกล้านำพาประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรของความกลัวและการประนีประนอมกับความผิด
วันนี้ผมขอลงจากตำแหน่ง ไม่ใช่เพราะหมดศรัทธา แต่เพราะผมยังศรัทธาในพรรคเส้นด้าย และศรัทธาในประชาชนที่เลือกจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยตนเอง
ผมขอลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อเปิดทางให้สมาชิกเลือกคนที่เหมาะสม โดยผมยืนยันที่จะสนับสนุนพรรคนี้ต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม
คริส โปตระนันทน์
อดีตหัวหน้าพรรคเส้นด้าย
25 เมษายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คริส ลาออกหัวหน้าพรรคเส้นด้าย เปิดทางผู้นำใหม่ พร้อมชนทั้งระบบ ปัดหมดศรัทธากับพรรค
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th