‘ไทยเครดิต’ ตั้งเป้าสินเชื่อโตมากกว่า 10% พร้อมเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ ‘SME กล้าสู้’ ดอกเบี้ย 6.95%
TODAY Bizview
อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 18.17 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • workpointTODAYธนาคารไทยเครดิตประเมินสินเชื่อปี 2568 เติบโตมากกว่า 10% พร้อมเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ ‘SME กล้าสู้’ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 6.95%
‘รอยย์ออกุสตินัสกุนารา’ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยเครดิตจำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย แม้จะมีศักยภาพในการเติบโตแต่ยังคงต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ด้วยเหตุนี้ธนาคารฯ จึงได้พัฒนา‘สินเชื่อSME กล้าให้’โดยได้เริ่มให้บริการสินเชื่อดังกล่าวอย่างเป็นทางการในปี2562 และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาด
ตลอดระยะเวลา6 ปีสินเชื่อSME กล้าให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิม2% ในปี2562 ขยายตัวเป็น8% ในปี2567
นอกจากส่วนแบ่งทางการตลาดแล้ว สินเชื่อในกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีของธนาคารฯ ยังมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในหลายด้าน อาทิ ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่(New Booking Volume) ตั้งแต่ปี2562-2567 รวมกว่า180,000 ล้านบาทคิดเป็นจำนวนเคสในการปล่อยสินเชื่อรวมมากกว่า28,000 เคส
พอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี(Loan Balance) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี(CAGR) ระหว่างปี2562-2567 อยู่ที่26.9% ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีของธนาคารฯมีมูลค่ามากกว่า100,000 ล้านบาท
สิ่งที่ท้าทายที่สุดนอกเหนือจากการสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อแล้ว คือการทลายกรอบเดิมๆของระบบการพิจารณาสินเชื่อเพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้ได้มากที่สุด โดยยังคงต้องอยู่ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
ซึ่งตลอดระยะเวลา6 ปีที่ผ่านมา ธนาคารฯ สามารถควบคุมและบริหารความเสี่ยงได้ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ เห็นได้จากภาพสะท้อนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีของธนาคารฯ ที่มีการเติบโตอยู่ในระดับเลขสองหลักมาโดยตลอด
โดยในปี2567 ธนาคารฯมีอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีอยู่ที่12.8% จากปี2566 มีอัตราหนี้เสีย(NPL) อยู่ที่3.7% สวนทางกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อธุรกิจประเภทวงเงินไม่เกิน500 ล้านบาท อยู่ที่-5% จากปี2566 และมีอัตราหนี้เสีย(NPL) อยู่ที่7.01%
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี2568 ธนาคารฯ มีแผนขับเคลื่อนองค์กรเพื่อเดินตามพันธกิจที่วางไว้ ผ่านกลยุทธ์สำคัญใน2 ด้าน ได้แก่1. การเติบโตของสินเชื่อหลักและ 2. Digital Transformation
โดยเชื่อมั่นว่า‘สินเชื่อSME กล้าให้’จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการขับเคลื่อนให้ธนาคารฯ สามารถก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าพอร์ตสินเชื่อปี 2568 จะเติบโตมากกว่า 10%
‘นาธัสกฤตวรานนท์รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ธนาคารไทยเครดิตจำกัด(มหาชน) กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่การฟื้นตัวเป็นไปอย่างล่าช้าและการชะลอตัวของสินเชื่อใหม่จากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีหลายรายประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้
เพื่อช่วยทลายข้อจำกัดดังกล่าว ธนาคารฯ ได้นำโมเดลการพิจารณาสินเชื่อแบบRisk-based Pricing เข้ามาใช้เป็นครั้งแรกสำหรับกลุ่มลูกค้าไมโครเอสเอ็มอี โมเดลดังกล่าวจะช่วยผ่อนปรนให้ธนาคารฯ สามารถพิจารณาสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการภายใต้เงื่อนไขการบริหารความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ธนาคารฯ จึงได้เปิดตัว‘สินเชื่อSME กล้าสู้’อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง6.95% ต่อปี ใช้เงินฝากเป็นหลักประกัน วงเงินสินเชื่อสูงสุด5 เท่าของหลักประกัน และไม่เกิน10 ล้านบาท
เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบภายใต้สภาวะคับขันทางเศรษฐกิจ และสามารถก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้เพื่อการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังขยายเพดานวงเงินสูงสุดสินเชื่อSME กล้าให้จากเดิม35 ล้านบาทเป็น50 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีอย่างเต็มศักยภาพ ตามจุดยืนของธนาคารไทยเครดิตที่พร้อมSTANDBY เคียงข้างSME
และที่สำคัญธนาคารฯ ยังมีแผนขยายจุดให้บริการลูกค้าธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี โดยการเปิดBusiness Center ในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีได้สะดวกและครอบคลุมยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ธนาคารฯ ยังถือโอกาสเปิดตัวแคมเปญ‘Always STANDBY’ ดึงบทเพลง‘แค่มี’ที่มีการปรับเนื้อร้องพิเศษให้เป็นแบบฉบับของธนาคารไทยเครดิตโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์‘แค่มีเราSTANDBY’ นำเสนอผ่านMV และภาพยนตร์สั้น4 เรื่อง
สะท้อนภาพชีวิตและการต่อสู้ของผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี โดยมีธนาคารไทยเครดิตSTANDBY คอยอยู่เคียงข้างเป็นกองหนุนให้ผู้ประกอบการในทุกช่วงเวลา สื่อถึงกำลังใจ ความห่วงใย และความปรารถนาดีของธนาคารฯ ส่งไปยังผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีไทย
รับชม MV เพลง ‘แค่มีเราSTANDBY’ โดย ธนาคารไทยเครดิต ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทาง YouTube: Thai Credit Bank SME กล้าให้ และ Facebook: Thai Credit Bank SME กล้าให้
[ ข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ]
• สินเชื่อSME กล้าสู้ เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจแบบมีระยะเวลา(Term Loan) ใช้เงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารไทยเครดิตเป็นหลักประกัน อนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด5 เท่าของหลักประกันเงินฝาก สูงสุด10 ล้านบาท* สำหรับนิติบุคคล และสูงสุด5 ล้านบาท* สำหรับบุคคลธรรมดา
อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นMRR-3.05% ต่อปี(6.95% ต่อปี) ถึงMRR+17.95% ต่อปี(27.95% ต่อปี)* ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด12 ปี โดยผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจตั้งแต่3 ปีขึ้นไป
• สินเชื่อSME กล้าให้เต็มMAX ขยายวงเงินสินเชื่อสูงสุด50 ล้านบาท* และไม่เกิน2 เท่าของมูลค่าประเมินหลักประกัน โดยสามารถใช้ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุดพักอาศัย หรือเงินฝาก เป็นหลักประกัน
อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นMRR-4.55% ต่อปี* (5.45% ต่อปี) ถึงMRR+3.20% ต่อปี* (13.20% ต่อปี) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด12 ปี โดยผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจตั้งแต่3 ปีขึ้นไป
*หมายเหตุ:
– วงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยพิจารณาตามคุณสมบัติของผู้กู้ เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ธนาคารฯwww.thaicreditbank.com หรือ โทร. 0-2697-5454
– อ้างอิงMRR ตามประกาศของธนาคารไทยเครดิต จำกัด(มหาชน) ครั้งที่2/2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่18 มี.ค.2568 เท่ากับ10.00% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้